PLAY PODCASTS
3 ใต้ร่มโพธิบท

3 ใต้ร่มโพธิบท

427 episodes — Page 4 of 9

S66 Ep 41อยู่กับทุกข์ โดยไม่ทุกข์-อนาคตภัย [6641-3d]

ทุกขเวทนาที่เกิดขึ้นจากภัยในอนาคต 5 ประการ คือ ความแก่ชรา ความเจ็บไข้ ทุพภิกขภัย-อาหารหายาก ภัยจากโจร-สงคราม และสมัยที่สงฆ์แตกกัน เรายังจะผาสุกอยู่ได้ไหม และสิ่งใดที่เราต้องรีบทำก่อนที่ภัยนั้นจะมาถึงท่านพระพุทธเจ้าทรงเตือนไว้ เราควรร้อนใจในการเร่งทำความเพียรตอนนี้ ด้วยการเจริญมรรค 8 เพื่อให้เกิด “ปัญญา” เป็นอันดับสูงสุด ซึ่งจิตจะมีปัญญาได้ ต้องมี ‘สติรักษาจิตให้เป็นสมาธิ’ ไม่ให้ไปเสวยอารมณ์ต่าง ๆ ทั้งสุขหรือทุกข์ และไม่สุขไม่ทุกข์ พิจารณาเห็นเวทนาเป็นของไม่เที่ยง ไม่ควรยึดถือ ตัดความยึดถือ คือ อุปาทาน นั้นด้วยปัญญา “แยกกายแยกจิตออกจากกัน”อนาคตเมื่อร่างกายเกิดทุกข์ เพราะความชรา เจ็บป่วยบ้าง ยากต่อการอยู่อย่างสงบ เพราะอาหารขาดแคลน หรือสงครามบ้าง หรือเพราะสงฆ์ และคำสอนที่ผิดเพี้ยนไปบ้าง เราก็จะยังอยู่ผาสุกได้ด้วย “จิตที่มีปัญญา” นี้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Oct 10, 202358 min

S66 Ep 40ธัมมะนคร–นครแห่งธรรม [6640-3d]

การนำเอาหัวข้อหลักธรรมะต่างๆ มาอุปมาเชิงเปรียบเทียบกับการสร้าง “นคร” ซึ่งองค์ประกอบของ ธัมมะนคร หรือ นครแห่งธรรม ได้กล่าวบรรยายไว้ 2 นัยยะ คือ นัยยะของท่านพระอุบาลี และ นัยยะของพระพุทธเจ้าธัมมะนครตามนัยยะคาถาของ “ท่านพระอุบาลี” เป็นคาถาเปล่งอุทานหลังจากที่ท่านพระอุบาลีได้บรรลุอรหันต์ โดยใจความของพระคาถาได้กล่าวถึงการได้เข้ามาอยู่ใต้ร่มโพธิ์ของพระผู้มีพระภาคเจ้า เปรียบได้กับความเจริญใจเมื่อได้เข้ามาสู่นครแห่งธรรม โดยเปรียบธัมมะนครของพระผู้มีพระภาคเจ้าไว้ดังนี้ว่า :- 1.      พระองค์ มี “ศีล” เป็น กำแพง2.      พระญาณ (ปัญญา) = ซุ้มประตู3.      ศรัทธา = เสาระเนียด4.      สังวร (สำรวมระวัง) = นายประตู5.      สติปัฏฐาน = ป้อม6.      ปัญญา = ทางสี่แพร่ง7.      อิทธิบาท = ทางสามแพร่ง8.      ธรรมวิถี = ถนนหนทาง9.      พระวินัย พระสูตร พระอภิธรรม และ นวังคสัตถุศาสน์ = ธรรมสภา (ที่ประชุม)10.  วิหารธรรม (ฌาน) = ธรรมกุฏิธัมมะนครตามนัยยะ “นคโรปมสูตร” ของพระพุทธเจ้า เปรียบไว้กับหัวเมืองชายแดนที่สำคัญ ที่จะคอยป้องกันนคร โดยได้อุปมาเปรียบไว้ดังนี้ :- 1.      เสาระเนียด = ศรัทธา (หยั่งลงมั่นไม่หวั่นไหวในพระรัตนตรัย)2.      คู (ร่องน้ำ) = หิริ (ความละอายต่อบาปอกุศลธรรมทั้งหลาย)3.      เชิงเทินเดินรอบ = โอตตัปปะ (ความสดุ้งกลัวต่อบาปอกุศลธรรมทั้งหลาย)4.      อาวุธ = พหูสูต (แทงตลอดดีด้วยทิฏฐิ)5.      กองกําลัง = ความเพียร (ละอกุศล / เจริญกุศล)6.      ทหารยาม นายประตู = สติ (สติปัฏฐาน)7.      กําแพง = ปัญญา (เป็นที่สูงสุด) Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Oct 3, 202355 min

S66 Ep 39ว่าด้วยเรื่องของ "ลม" [6639-3d]

วาโยธาตุ หรือที่เราเรียกว่า “ธาตุลม” เป็น 1 ใน มหาภูตรูป 4ธาตุลมประกอบไปด้วย :-ลมภายนอก คือ ธรรมชาติที่พัดไปมาอยู่นอกกาย เช่น ลมร้อน ลมหนาว ลมมีฝุ่น หรือ ลมไม่มีฝุ่น ลมตะวันออก..ฯลฯลมภายใน คือ ลมอันแล่นไปตามอวัยวะน้อยใหญ่ในร่างกาย เช่น ลมในกระเพาะ ลมในลำไส้ ลมหายใจเข้า-ออกลมภายในแบ่งได้เป็น :-ลมปราณ คือ ลมหายใจเข้า-ออก1. ลมหายใจต่อกาย-ทิ้งกาย หมายถึง ลมทำหน้าที่ในการหล่อเลี้ยงร่างกาย และทำลายร่างกายไปในกระบวนการเดียวกัน (มีการเผาผลาญในกาย)2. ลมหายใจต่อจิต (การมีสติสัมปชัญญะรู้ลมหายใจ) / ทิ้งจิต (ปล่อยสติเผลอเพลิน)ลมปาก คือ ลมที่ผ่านหลอดเสียง ที่ออกจากกายไปสู่ภายนอก เป็นลักษณะของสัญญาเปลี่ยนแปลงไปตามการปรุงแต่ง (สังขาร) และสื่อออกมาทางลมปาก ได้แก่1. ลมเหม็น (คูถภาณี) คือ ผู้มีวาจาภาษาพูดเหมือนคูถหรืออุจจาระ เกิดจากจิตที่เป็นอกุศลที่ปรุ่งแต่งออกมาทางวาจา เป็น “วจีทุจริต” ได้แก่ 1.1  การพูดเท็จ พูดปด พูดไม่จริง พูดบิดเบือน ไม่เกิดประโยชน์1.2  พูดส่อเสียด ยุยงให้แตกกัน บาดหมาง พูดใส่ร้าย-ป้ายสี1.3  พูดคำหยาบ ได้แก่ “คำหยาบคาย” คือ พูดทิ่มแทงให้เจ็บใจ แดกดัน เสียดสี เหน็บแนม / “คำหยาบโลน” คือ พูดภาษาใต้สะดือ ใช้สรรพนามของสัตว์แทนคน1.4  พูดเพ้อเจ้อ ได้แก่ “พูดพล่าม” คือ คำพูดที่โปรยประโยชน์ทิ้ง ไร้สาระ หาประโยชน์ไม่ได้ (พูดเยอะแต่ไม่เกิดประโยชน์) / “พูดเหลวไหล” คือ คำพูดเลอะเทอะ ไม่มีหลักฐานอ้างอิง หาประโยชน์ไม่ได้ เช่น คำพูดมุกตลก 2. ลมหอม (ปุปผภาณี) คือ ผู้มีวาจาพูดภาษาดอกไม้ ได้แก่ พูดคำจริง ไม่พูดเท็จ3. ลมหวาน (มธุภาณี) คือ ผู้มีวาจาพูดภาษาน้ำผึ้ง ได้แก่ พูดความจริงไพเราะจับใจ ประกอบไปด้วยพรหมวิหาร เป็นผู้ละเว้นคำหยาบ3.1  พูดจริง ดี มีประโยชน์ รู้กาลที่เหมาะสมแล้วจึงพูด / เว้นคำพูดจริงแต่ไม่มีประโยชน์ ไม่ประกอบด้วยกาล3.2  พูดสมานไมตรี ให้เกิดความสามัคคีกันมากยิ่งขึ้น3.3  พูดไพเราะ เป็นคำพูดที่ “อ่อนหวาน” สุภาพ มีถ้อยคำที่สละสลวย ฟังแล้วลื่นหู / “คำพูดดื่มด่ำดูดดื่ม” มีคติธรรม ฟังแล้วจับใจ3.4  พูดมีประโยชน์ มีหลักฐานอ้างอิง เป็นคำจริง ประกอบด้วยกาลเทศะ*ลักษณะคำพูดที่หอมหวานนั้นคือ เป็นมงคล เป็นวาจาสุภาษิต ฟังแล้วเกิดความรู้สึกซาบซึ้งเบิกบาน เป็นวาจาที่หาโทษมิได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Sep 26, 202358 min

S66 Ep 38กิจญาณ - กิจที่ควรทำในอริยสัจ 4 [6638-3d]

ความจริงโดยทั่วๆ ไปที่เป็นข้อเท็จจริง (fact) ตามสมมุติของโลกนั้น สามารถเปลี่ยนแปลงไปตามเงื่อนไขปัจจัยตามบริบทของสังคมหรือเวลา เช่น ข่าว งานวิจัย สิ่งของ เสื้อผ้า ที่สมมุติเรียกตามบริบทของเวลานั้น แต่อริยสัจ 4 คือ ความจริงอันประเสริฐ 4 อย่างนี้ คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค แสดงถึง สัจธรรมความจริง (truth) ที่ไม่เกี่ยวเนื่องด้วยเวลากิจในอริยสัจ 4 (กิจญาณ) คือ หน้าที่ที่ต้องทำต่ออริยสัจ 4 แต่ละข้อ1.      ทุกข์ คือ ขันธ์ 5 (รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ) หน้าที่คือ “ปริญญา” ควรรอบรู้ เข้าใจ ยอมรับมัน2.      สมุทัย คือ ตัณหา หน้าที่คือ “ปหานะ” ควรละ กำจัด กว้างทิ้ง ไม่ถือเอา3.      นิโรธ คือ ความดับไม่เหลือของทุกข์ หน้าที่คือ “สัจฉิกิริยา” ควรทำให้แจ้ง4.      มรรค คือ ทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือของทุกข์ หน้าที่คือ “ภาวนา” ควรเจริญ พัฒนา ทำให้มากการแยกแยะสิ่งต่างๆ ตามหลักอริยสัจ 4 คือ เมื่อเราเจอสิ่งต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิตของเรา ให้เรารู้จักแยกแยะสิ่งนั้นก่อนว่าคืออะไรในอริยสัจ 4 เมื่อแยกแยะแล้วก็ทำกิจให้ถูกต้อง กระบวนการแยกแยะนี้ เมื่อทำให้เกิดขึ้นได้อยู่บ่อยๆ จะทำให้เกิดญาณหยั่งรู้หรือญาณทัสสนะ (สัจญาณ, กิจญาณ, กตญาณ) Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Sep 19, 202358 min

S66 Ep 37ศรัทธาด้วยปัญญา-อาการวตีสัทธา [6637-3d]

ศรัทธาที่มีอาการประกอบไปด้วยเหตุผล จะทำให้เกิดการทำจริงแน่วแน่จริงในกุศลธรรมทั้งหลาย คิดใคร่ครวญเห็นตามความเป็นจริงด้วยปัญญา เป็นศรัทธาที่ประด้วยอาการของปัญญา “อาการวตีสัทธา”ลักษณะของศรัทธาที่ประกอบไปด้วยอาการ “อาการวตีสัทธา”1. มี 2 มิติ คือ    (1.1) ระดับสมมุติของโลก - ความจริง/ข้อเท็จจริง (fact / fake) สมมุติว่าจริง สมมุติว่าเท็จ    (1.2) ระดับเหนือสมมุติของโลก - สัจจะความจริงอันประเสริฐ (อริยสัจ 4)*ทั้ง 2 มิตินี้ ต้องปรับให้ตรงกัน อย่าให้มีกิเลส อย่าให้เป็นมิจฉา ให้มีสัมมาทิฐิ / สัมมาสังกัปปะ / สัมมาวาจา2. ศรัทธานั้นต้องให้เกิดการลงมือปฏิบัติ ทำจริงแน่วแน่จริง3. ศรัทธาที่มีอาการต้องประกอบไปด้วยปัญญาจากการคิดใคร่ครวญโดยแยบคาย (โยนิโสมนสิการ) ในกาลมสูตร 10 และตามหลักของ “อปัณณกธรรม” ข้อปฏิบัติที่ไม่ผิดจากความเป็นอริยะ คือ ให้ ละ วิบัติ 3 ประการ และให้ถึงพร้อมด้วยสัมปทา 3 ประการ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Sep 12, 202357 min

S66 Ep 36ปฏิจจสมุปบาท (ตอนจบ)–ปัญญาจักษุ [6636-3d]

สำนวน “ตาบอดคลำช้าง” เป็นคำสอนเชิงเปรียบเทียบไว้กับผู้ที่มีความเข้าใจในบางสิ่งบางอย่างที่อาจยังไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อน ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง แล้วอาจทำให้เกิดการพูด วิจารณ์ ทุ่มเถียงกันไปตามความคิดเห็น ความเข้าใจผิดของตนส่วนผู้ที่เข้าใจในปฏิจจสมุปบาทนั้น จะไม่มายึดถือในทิฐิของตน จะเข้าใจถึง ความเป็นเหตุ-เป็นผล ความที่อาศัยเหตุปัจจัย แล้วจึงเกิดขึ้น ว่า “บุคคลสามารถที่จะเรียนรู้ แก้ไข เปลี่ยนแปลง ไปตามเหตุและผล ผู้ที่มีดวงตาที่มืดบอดมา ก็สามารถพัฒนา ปรับปรุง แก้ไข ทำให้ละเอียด เกิดมีดวงตาที่สว่างเห็นธรรมขึ้นมาได้”อาการแต่ละคู่ในปฏิจจสมุปบาทนั้น สามารถเกิดขึ้นและดับลงได้ในแต่ละคู่ และเมื่อจะแสดงอาการให้ครบทั้ง 12 อาการ และ 11 คู่นั้น ก็จะแสดงให้เห็นถึงความที่มันเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์เชื่อมโยงกันจนเป็นทั้งสายเกิดและสายดับปฏิจจสมุปบาทเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นบนโลกและวุ่นวายอยู่ในขณะนี้ ล้วนเป็นเรื่องราวที่เกิดจากการหวงกั้น ซึ่งมีเหตุเกิดมาจาก <- ความตระหนี่ <- ความจับอกจับใจ <- ความสยบมัวเมา <- ความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจ <- ปลงใจรัก <- มีการได้มา <- มีการแสวงหา <- มีตัณหา <- เวทนา *ซึ่งถ้าจะไม่ให้มีตัณหา ก็ต้องดับที่เวทนา Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Sep 5, 202357 min

S66 Ep 35ปฏิจจสมุปบาท–การเกิด และการดับอาสวะ (ตอนที่ 9) [6635-3d]

พระผู้มีพระภาคทรงได้เคยตรัสกับท่านพระอานนท์ไว้ว่า “ปฏิจจสมุปบาท เป็นธรรมอันลึกซึ้ง” ที่มิอาจจะพึงรู้ได้ด้วยการท่องจำ แต่ต้องอาศัยการพิจารณาโดยแยบคาย (โยนิโสมนสิการ) ให้เห็นด้วยปัญญาเท่านั้น... และนี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำพระองค์เกิดความท้อใจในการที่จะแสดงธรรมอย่างไรก็ตาม..เราสามารถปฏิบัติให้มีปัญญาที่ละเอียดลึกซึ้งยิ่ง ๆ ขึ้นมาได้ด้วยการปฏิบัติตาม “อริยมรรคมีองค์ 8” จะมีนิพพานเป็นที่สุดจบได้นาฬิกาแห่งปฏิจจสมุปบาท จิตเปรียบเสมือนเข็มนาฬิกาตรงกลางที่ไปทำหน้าที่เข้าไปรับรู้อาการต่าง ๆ ถ้าเราสามารถกำหนดเห็นภาพนี้ปรากฎขึ้นในใจเราได้ เราก็จะเข้าใจกระบวนการทำงานของจิตกับอาการต่าง ๆ ในปฏิจจสมุปบาทได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นการเข้าถึงปฏิจจสมุปบาทเพื่อเข้าถึงการดับอาสวะ หรือการทำอาสวะให้สิ้นไปนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจธรรมชาติของการเกิดทุกข์ และการดับทุกข์เสียก่อน นั่นก็คือ “อริยสัจ 4” เมื่อจิตที่ประกอบด้วยปัญญา (ปฏิบัติตามมรรค 8 เกิดเป็นมรรคสามัคคีขึ้น) เห็นอริยสัจ 4 ด้วยอาการ 12 แล้ว จะยอมรับ และเข้าใจ เกิดความหน่าย คลายกำหนัด ปล่อยวางอุปาทานในขันธ์ 5 ได้ จะทำอาสวะให้สิ้นไปได้ด้วยกระบวนการนี้ ด้วยการทำย้ำ ๆ ทำซ้ำ ๆ (ทำให้เกิดวิมุตติขึ้นมาบ่อยๆ)ตัวอย่างการเกิดอาสวะ-ดับอาสวะ เช่น:- กลิ่นเหม็นและหอม, ดูซีรี่ย์หนังละคร, การเมือง ล้วนเกิดจากมีผัสสะเป็นเหตุเป็นปัจจัย จึงมีเวทนาที่เป็นสุข หรือทุกข์ และเกิดตัณหา (อยาก/ไม่อยากได้เวทนานั้น) เพลินไปในสังขาร (การปรุงแต่ง) และวิญญาณ (การรับรู้) ไปเรื่อย ๆ ในแต่ละคู่อาการของปฏิจจสมุปบาทจนเชื่อมโยงเป็นสายเกิดอาสวะ เพราะอาศัยอวิชชาอาสวะจึงเกิด และกระบวนการดับอาสวะ คือ เมื่อเกิดเวทนาขึ้นแล้ว เห็นเวทนานั้นด้วยปัญญา ไม่เพลินไปในสังขาร (การปรุงแต่ง) ด้วยการมี “สติ” ในอนุสติ 10 -> สติปัฏฐาน 4 -> โพชฌงค์ 7 อาสวะก็ดับลง “อาสวะเกิดขึ้นได้ก็ตรงเวทนา จะดับอาสวะได้ก็ตรงที่เวทนา” Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Aug 29, 202357 min

S66 Ep 34ปฏิจจสมุปบาท–ญาณเพื่อความเป็นโสดาบัน (ตอนที่ 8) [6634-3d]

ทุกชีวิตล้วน “รักสุข เกลียดทุกข์” เวทนาจึงเป็นตัวผลักดันให้เกิดการกระทำที่อยาก และไม่อยาก ล้วนมีเหตุเกิดมาจากเวทนาต่าง ๆ “เพราะอาศัยเวทนาเป็นปัจจัย จึงเกิดตัณหา และเพราะเวทนาดับ ตัณหาจึงดับ” ซึ่งในแต่ละคู่ของปฏิจจสมุปบาทนั้น จะดับที่คู่ไหนก่อนก็ได้คู่ปัจจัยอย่างอื่นที่ต่อเนื่องกันเป็นสายก็จะดับตามกัน“เพราะเวทนาดับ ตัณหาจึงดับ” ในพระอริยบุคคลที่ยังดำรงธาตุขันธ์อยู่นั้น ยังคงมีเวทนาอยู่เหมือนกัน เพียงแต่มีสติไม่เพลินไปตามเวทนาที่เสวยอยู่นั้น (เพราะเห็นแจ้งด้วยปัญญาในอริยสัจ 4) เมื่อไม่เพลินไปตัณหาจึงไม่เกิดขึ้น สัญญา สังขาร และวิญญาณก็ดับไปตามญาณวัตถุ 44 คือ การเอาอริยสัจ 4 ไปใส่ไว้ในปฏิจจสมุปบาทในแต่ละอาการทั้ง 11 อาการ รวมได้ 44 อย่าง เกิดญาณในธรรม (ธัมมญาณ) และ ญาณในการรู้ตาม (อันวยญาณ) คือ การนำธัมมญาณไปสู่นัยยะอันเป็นอดีต อนาคต ปัจจุบัน และกับทุกคน ญาณวัตถุ 77 คือ การนำเอาเหตุเกิดและเหตุดับ 2 ทั้งในอดีต 2 และอนาคต 2 และ ธัมมัฏฐิติญาณ 1 (ความเสื่อม จางคลาย ดับไป) ใส่ไว้ใน 11 คู่ของปฏิจจสมุปบาท รวมได้ 77 อย่าง  Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Aug 22, 202358 min

S66 Ep 33ปฏิจจสมุปบาท–ทางพ้นทุกข์มีซ้อนอยู่ในทุกข์ (ตอนที่ 7) [6633-3d]

วิญญาณในปฏิจจสมุปบาท และ ในขันธ์ 5 ความหมายจะเหมือนกัน แปลว่า การรับรู้ การที่จิตไปทำหน้าที่ในการรับรู้ วิญญาณในขันธ์ 5 อยู่ในช่องทางใจ ซึ่งไปทำหน้าที่รับรู้ รูป (อายตนะ) เวทนา สัญญา สังขาร เป็นกองทุกข์ อยู่ในทุกขอริยสัจ วิญญาณในปฏิจจสมุปบาท จะเป็นอาการที่แสดงถึงความเป็นเหตุปัจจัยเอื้อต่อกันเป็นคู่ต่อเนื่องกันไปเป็นสายใน 12 อาการ จัดเป็น “อริยสัจที่สมบูรณ์” (คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค) เป็นได้ทั้งสายเกิดทุกข์ และสายดับทุกข์จิตในปฏิจจสมุปบาทเปรียบปฏิจจสมุปบาทได้กับหน้าปัดของนาฬิกามี 12 อาการอยู่ในตัวเลขนั้น และ “จิต” ก็เปรียบได้กับเข็มนาฬิกาที่อยู่ตรงกลางวิ่งไปรับรู้ตามอาการต่างๆ ปลดล็อก 2 ทาง - เหตุของวิชชา1.      โพชฌงค์ 7 ธรรมที่เป็นองค์แห่งการตรัสรู้ (สติ, ธัมมวิจยะ, วิริยะ, ปิติ, ปัสสัทธิ, สมาธิ, อุเบกขา) มีเหตุเกิดมาจาก <- สติปัฏฐาน 4 <- อนุสติ 10 <- สติ2.      ทุกข์เป็นที่ตั้งอาศัยของศรัทธา เกิดปัญญา “ภวนามยปัญญา” (ปัญญาที่เกิดจากการลงมือปฏิบัติ) -> ปราโมทย์ -> ปิติ -> ปัสสัทธิ -> สุข -> สมาธิ -> เห็นตามความเป็นจริง -> นิพพิทา(หน่าย) -> วิราคะ(คลายกำหนัด) -> วิมุตติ(พ้น) -> นิพพาน  Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Aug 15, 202352 min

S66 Ep 32ปฏิจจสมุปบาท–เหตุเกิดวิชชา และวิมุตติ (ตอนที่ 6) [6632-3d]

พระผู้มีพระภาคเจ้าหลังจากตรัสรู้ได้ใหม่ ๆ ทรงคิดใคร่ครวญในปฏิจจสมุปบาท โดยเริ่มจากทุกข์ว่า “เพราะอะไรหนอมี..ทุกข์จึงมี” ไล่หาเหตุไปเรื่อยๆ จนเจอ “อวิชชา คือ ความไม่รู้” และเมื่อจะบอกสอนต่อก็ได้เรียบเรียงบทพยัญชนะเพื่อให้เกิดความรัดกุมรอบคอบ โดยเริ่มจากสิ่งสำคัญที่สุดคือ “อวิชชา” ไล่ไปเรื่อย ๆ ใน 12 อาการ จะมีลักษณะคล้ายหน้าปัดนาฬิกาที่วนไปเรื่อยๆ อยู่อย่างนั้น (วัฏฏะ)เหตุเกิดของวิชชา และวิมุตติเมื่อใคร่ครวญมาว่า “เพราะอะไรมี อวิชชาจึงดับ” นั่นก็คือ วิชชา “เพราะมีวิชชา อวิชชาจึงดับ” และอะไรเป็นเหตุเกิดวิชชา คำตอบก็คือ วิมุตติ และอะไรเป็นเหตุเกิดวิชชา และวิมุตติ นั่นก็คือ “โพชฌงค์ 7” องค์ธรรมแห่งการตรัสรู้ธรรมสติปัฏฐาน 4 ทำให้เกิดโพชฌงค์กระบวนการเกิดโพชฌงค์แต่ละข้อเริ่มมาจาก “สติ” เป็นเงื่อนไขปัจจัยต่อกัน เพราะอาศัยสติจึงเกิด -> ธัมมวิจยะ (เฟ้นธรรม) -> วิริยะ -> ปิติ (อิ่มใจ) -> ปัสสัทธิ (สงบระงับ) -> สมาธิ -> อุเบกขา (วางใจเป็นกลาง เห็นตามเป็นจริง) และเหตุเกิดสติปัฏฐาน 4 ก็คือ อนุสติ 10 เป็นกระแสแห่งการ “เกิดวิชชา-ดับอวิชชา”ทุกข์เป็นที่ตั้งอาศัยของศรัทธา ทุกข์มีผล 2 อย่าง คือ จมอยู่กับทุกข์ เพราะมีความหลงไหลเป็นเหตุ หรือ แสวงหาทางออกที่พึ่งภายนอก คือ มีศรัทธาเพื่อให้เกิดการปฏิบัติทำจริงแน่วแน่จริงเป็นกระแสไปจนถึงการดับทุกข์ “ทุกข์จึงเป็นที่ตั้งอาศัยของศรัทธา” Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Aug 8, 202358 min

S66 Ep 31ปฏิจจสมุปบาท–สิ่งทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่กัน (ตอนที่ 5) [6631-3d]

“ปฏิจจสมุปบาท” หรือ “ปัจจยาการ” คือ อาการที่สิ่งทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่กันหรือความเป็นเหตุเป็นปัจจัยของทุกข์ และการดับทุกข์ปฏิจจสมุปบาทนี้ มีองค์ประกอบอยู่ 12 หัวข้อที่เป็นปัจจัยเนื่องอาศัยสืบต่อกันไปเหมือน “หน้าปัดนาฬิกา” นับตั้งแต่อวิชชาถึงชรามรณะ (คือ อวิชชา -> สังขาร -> วิญญาณ -> นามรูป -> สฬายตนะ -> ผัสสะ -> เวทนา -> ตัณหา -> อุปาทาน -> ภพ ชาติ -> ชรามรณะ) การแสดงอาจจะเริ่มต้นที่องค์ประกอบข้อหนึ่งข้อใดในระหว่างก่อนก็ได้ และไม่จำเป็นต้องครบ 12 หัวข้อระบบของปฎิจสมุปบาทโดยยกองค์ประกอบหัวข้อ นามรูป -> วิญญาณ / วิญญาณ -> นามรูป มาทำความเข้าใจในรูปแบบของทฤษฎี Quantum mind เพื่อให้เข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้นอยู่ที่ว่าเราหยิบมุมไหนขึ้นมามอง ยกตัวอย่างเช่น :- เหรียญมี 2 ด้าน (หัว-ก้อย) และคนตาบอดคลำช้าง “เมื่อจิตจดจ่ออยู่ตรงไหน นามรูปก็ปรากฎอยู่ตรงนั้น” อย่างในตัวอย่างที่เห็นได้อยู่ในชีวิตประจำวัน เช่น :- พ่อแม่และลูก เพราะมีพ่อแม่จึงมีลูก และ Demand & Supply เพราะมีการซื้อจึงมีการขายมีนามรูป และวิญญาณจึงมีการการปรุงแต่งเรียกว่า สังขาร และเพราะมีความไม่รู้ คือ อวิชชา (นามรูป -> วิญญาณ -> สังขาร -> อวิชชา) จึงมีการปรุงแต่งต่อไปเรื่อยๆ การปรากฎแห่งทุกข์เป็นอย่างนี้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Aug 1, 202354 min

S66 Ep 30ปฏิจจสมุปบาท–ธรรมชาติที่อาศัยกันแล้วเกิดขึ้น (ตอนที่ 4) [6630-3d]

“ปฏิจจสมุปบาท” ธรรมอันเป็นธรรมชาติที่อาศัยกันแล้วเกิดขึ้น คือเป็น ตถตา คือ ความเป็นอย่างนั้น,เป็น อวิตถตา คือ ความไม่ผิดไปจากความเป็นอย่างนั้น,เป็น อนัญญถตา คือ ความไม่เป็นไปโดยประการอื่น,เป็น อิทัปปัจจยตา คือ ความที่เมื่อมีสิ่งนี้สิ่งนี้เป็นปัจจัย สิ่งนี้สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น อาการของปฏิจจสมุปบาทแต่ละอาการ :-  “เพราะมีวิญญาณเป็นปัจจัย จึงมีนามรูป และเพราะวิญญาณดับ นามรูปจึงดับ”วิญญาณ คือ การเข้าไปรับรู้การกระทบกันของสฬายตนะเปรียบกับไม้อ้อสองกำเอามาพิงกันเอาไว้ เมื่อหยิบกำหนึ่งออกย่อมตั้งอยู่ไม่ได้, เปรียบกับการตกกระทบของแสงกับวัถตุ ที่เมื่อแสงตกกระทบกับวัตถุย่อมเห็นว่ามีแสงและวัตถุ, เปรียบกับกฏของ Quantum mind คือ สิ่ง ๆ เดียวเป็นได้หลายสภาวะอยู่ที่เราจะสังเกตุมองมุมไหน วิญญาณ คือ ผู้สังเกตุ“เพราะมีสังขารเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ และเพราะสังขารดับ วิญาณจึงดับ”สังขาร คือ การปรุงแต่งทางกาย วาจา ใจ“เพราะมีอวิชชาเป็นปัจจัย จึงมีสังขาร และเพราะอวิชชาดับ สังขารจึงดับ”อวิชชา คือ ความไม่รู้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Jul 25, 202357 min

S66 Ep 29ปฏิจจสมุปบาท–ธรรมที่อาศัยกัน (ตอนที่ 3) [6629-3d]

“สรรพสัตว์ล้วนรักสุขเกลียดทุกข์ด้วยกันทั้งนั้น” จึงแสวงหาแต่ความสุขและไม่อยากได้ทุกข์ แท้ที่จริงแล้วสุขนั้นก็ไม่มี เป็นเพียงแต่ทุกข์ที่เกิดขึ้น และดับลงแค่นั้นเอง เวทนาทั้งหลายจึงรวมลงที่ทุกข์ คือ ความเป็นไตรลักษณ์การมาพิจารณาคิดใคร่ครวญอาการของปฏิจจสมุปบาทในแต่ละอาการ แต่ละคู่จนต่อเนื่องสัมพันธ์กันเป็นสาย จะทำให้เรามีความเข้าใจและเห็นถึงความเป็นเหตุ–เป็นผลของธรรมชาติที่อาศัยกันแล้วจึงเกิดขึ้น จะทำให้เราเกิดปัญญาเป็นวิชชา (ญาณ-ความรู้) ดับอวิชชาได้ (ความไม่รู้ในอริยสัจ 4)ปฏิจจสมุปบาทแต่ละอาการ:- ได้กล่าวถึง 6 อาการแต่ละคู่ไปกันแล้ว คือ ชรามรณะ-ชาติ-ภพ-อุปาทาน-ตัณหา-เวทนา และจะขอกล่าวถึงอาการที่เหลือ ได้แก่“เพราะมีผัสสะเป็นปัจจัย จึงมีเวทนา และเพราะผัสสะดับ เวทนาจึงดับ”ผัสสะ คือ การกระทบกันของอายตนะภายนอกกับอายตนะภายในเวทนา คือ ความรู้สึกสุข ทุกข์ ไม่ใช่สุข-ไม่ใช่ทุกข์ ทางกายและใจ“เพราะมีสฬายตนะเป็นปัจจัย จึงมีผัสสะ และเพราะสฬายตนะดับ ผัสสะจึงดับ”สฬายตนะ คือ อายตนะภายนอก และอายตนะภายใน“เพราะมีนามรูปเป็นปัจจัย จึงมีสฬายตนะ และเพราะนามรูปดับ สฬายตนะจึงดับ”นามรูป คือ กายและใจ“เพราะมีวิญญาณเป็นปัจจัย จึงมีนามรูป และเพราะวิญญาณดับ นามรูปจึงดับ”วิญญาณ คือ การเข้าไปรับรู้การกระทบกันของสฬายตนะ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Jul 18, 202357 min

S66 Ep 28ปฏิจจสมุปบาท-แต่ละอาการ (ตอนที่ 2) [6628-3d]

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเน้นสอนเรื่องเกี่ยวกับ “ความทุกข์และความดับทุกข์” ดั่งพุทธภาษิตที่ว่า “ภิกษุ ท. ก่อนแต่นี้ก็ดีบัดนี้ก็ดี ตถาคตบัญญัติ (เพื่อการสอน) เฉพาะเรื่องความทุกข์กับความดับแห่งทุกข์เท่านั้น” ปฏิจจสมุปบาท จึงจัดว่าเป็นหัวใจชองศาสนาและเป็นอริยสัจโดยสมบูรณ์เพราะแสดงให้เห็น ”ทุกข์” ด้วยลักษณะเป็นธรรมชาติที่ต่างอาศัยกันและกันแล้วเกิดขึ้นหรือดับลง กล่าวคือ ต่างอาศัยเหตุเกิด และเหตุดับความหมายของปฏิจจสมุปบาทแต่ละอาการ :- “เพราะมีชาติเป็นปัจจัย จึงมีชรามรณะ และเพราะชาติดับ ชรามรณะจึงดับ”ชรา คือ ความแก่ ความมีผมหงอก หนังเหี่ยว ความสิ้นไป ๆ แห่งอายุความแก่รอบแห่งอินทรีย์ในสัตวนิกายทั้งหลายมรณะ คือ การตาย การแตกแห่งขันธ์ทั้งหลายชาติ คือ การเกิด การบังเกิด“เพราะภพเป็นปัจจัย จึงมีชาติ และเพราะภพดับ ชาติจึงดับ”ภพ คือ ความเป็นสภาวะ (time & space) ในกามภพ รูปภพ และอรูปภพ“เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย จึงมีภพ และเพราะอุปาทาดับ ภพจึงดับ”อุปาทาน คือ ความยึดมั่นในกาม ในทิฏฐิ ในศีล–วัตร และในวาทะของตน“เพราะตัณหาเป็นปัจจัย จึงมีอุปาทาน และเพราะตัณหาดับ อุปาทานจึงดับ”ตัณหา คือ ความทะยานอยากในสัมผ้สทั้ง 5 แบ่งเป็น กามตัณหา ภวตัณหา และวิภวตัณหา“เพราะเวทนาเป็นปัจจัย จึงมีตัณหา และเพราะเวทนาดับ ตัณหาจึงดับ”เวทนา คือ ความรู้สึกที่เกิดจากตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Jul 11, 202357 min

S66 Ep 27ปฏิจจสมุปบาท (ตอนที่ 1) [6627-3d]

ถ้าเรามีความเข้าใจในทุกข์ ว่า ทุกข์นั้นต่างอาศัยเหตุปัจจัยทำให้เกิดมีขึ้น เราก็จะเข้าใจถึงกระบวนการขั้นตอนในการดับทุกข์ได้เช่นกัน ฉะนั้น เราจึงควรรู้แจ้งว่าความทุกข์นั้นเกิดมาแต่เหตุปัจจัยใดบ้างการมาพิจารณาใคร่ครวญธรรมในหัวข้อ “ปฏิจจสมุปบาท” หรือ “อิทัปปัจจยตา” เป็นธรรมที่อาศัยกันแล้วจึงเกิดมีขึ้น คือ “เมื่อมีสิ่งนี้..สิ่งนี้จึงมี และ เมื่อสิ่งนี้ไม่มี..สิ่งนี้จึงไม่มี” เป็นธรรมที่แสดงกฏของธรรมชาติถึงความเป็นเหตุเป็นผล และความเนื่องสัมพันธ์กัน เป็นเหตุเป็นผลต่อกันและกันเป็นวงจร เป็นผลให้เกิดความทุกข์ (อนุโลมปฏิจจสมุปบาท) และเหตุที่ทําให้ทุกข์ดับลงไปได้ (ปฏิโลมปฏิจจสมุปบาท)  Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Jul 4, 202357 min

S66 Ep 26ความฉลาดในธาตุ และอายตนะ [6626-3d]

การทำอะไรซ้ำๆ ย้ำๆ อยู่บ่อย จะทำให้เราเกิดความชำนาญในสิ่งนั้น เช่นเดียวกับการพิจารณาใคร่ครวญธรรม ถ้าเราใคร่ครวญทำย้ำๆ ซ้ำๆ อยู่บ่อยๆ อยู่เรื่อยๆ จะทำให้เกิดปัญญา (ญาณ) รู้ชัดขึ้นมา เป็นผู้ฉลาดรู้แจ้งในธรรมนั้นวิธีการพิจารณใคร่ครวญโดยความเป็นธาตุ คือ ธาตุ 6 โดยพิจารณาเจาะแยกลงไป แยกออกๆ จนเหลือหน่วยเล็กที่สุด และพิจารณาประกอบกันเข้ามาแล้วจึงมีหน่วยใหญ่ขึ้น วิธีการพิจารณใคร่ครวญโดยความเป็นอายตนะ คือ อายตนะภายใน และภายนอกเชื่อมต่อกันทำให้เกิดความรู้สึกขึ้น โดยพิจารณาจากการที่อาศัยเหตุปัจจัยอื่นปรุงแต่งแล้วจึงเกิดขึ้น มีความไม่เที่ยงเป็นทุกข์เมื่อพิจารณาใคร่ครวญอยู่บ่อยๆ จะเกิด “กุสลตา” คือ ความฉลาดรู้แจ้งชัดซึ่งธาตุ และอายตนะ จะเป็นผลทำให้คลายกำหนัด และปล่อยวาง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Jun 27, 202358 min

S66 Ep 25ฐานะที่พึงพิจารณาเพื่อการหลุดพ้น [6625-3d]

ปัญญาการรอบรู้ในทุกข์ของผู้ถึงซึ่งพระนิพพานหรือกล่าวอีกนัยยะหนึ่งได้ว่าเป็นปัญญาของพระอรหันต์นั่นเอง โดยได้ยก “สัตตัฏฐานสูตร” ว่าด้วย ผู้มีปัญญาฉลาดรอบรู้ขันธ์ 5 ในฐานะ 7 ประการ ได้แก่ 1.      รู้ชัดซึ่ง (รู้ลักษณะ) รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ 2.      รู้ถึงเหตุเกิดขึ้น ของ รูป...ฯ คือ อาศัยเหตุเกิด3.      รู้ถึงความดับ ของ รูป...ฯ คือ เมื่อเหตุดับ - ผลย่อมดับ4.      วิธี ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับ ของ รูป...ฯ  คือ มรรค 85.      รู้ชัดซึ่งอัสสาทะ (รสอร่อย/ข้อดี) ของ รูป...ฯ คือ สุขที่เกิดขึ้น6.      รู้ชัดซึ่งอาทีนวะ (โทษ/ข้อเสีย) ของ รูป...ฯ คือ ไม่เที่ยง7.      รู้ชัดซึ่งนิสสรณะ (อุบายเครื่องสลัดออก) จาก รูป...ฯ คือ ปัญญาเห็นความไม่เที่ยง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Jun 20, 202356 min

ฐานะที่พึงพิจารณาด้วยกำลังของบัณฑิต [6624-3d]

เมื่อต้องพบเจอสิ่งที่น่าพอใจและไม่น่าพอใจ คนพาลย่อมไม่รู้ชัดซึ่งประโยชน์ แต่บัณฑิตจะสามารถแยกแยะได้ว่าสิ่งนี้เป็นประโยชน์หรือมีโทษ แล้วกระทำในสิ่งที่ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์นั้นได้กล่าวถึงฐานสูตรต่างๆ กล่าวคือฐานะแห่งความเสื่อมและความเจริญ 4 ประการ คือ ทำสิ่งที่ไม่น่าพอใจและน่าพอใจเมื่อทำย่อมเป็นไปเพื่อโทษหรือประโยชน์บุคคลมีศรัทธาเลื่อมใส โดยฐานะ 3 ประการ คือ เป็นผู้ใคร่จะเห็นท่านผู้มีศีล ปรารถนาจะฟังพระสัทธรรม ปราศจากความตระหนี่ฐานะที่ใครๆ ไม่พึงได้ 5 ประการ คือ ขอสิ่งที่มีความแก่, ความเจ็บ, ความตาย, ความสิ้นไป, ความฉิบหายเป็นธรรมดา ว่าอย่าแก่...ฯ เป็นฐานะที่ใครๆ ไม่พึงได้ฐานะที่ควรพิจารณาเนืองๆ 5 ประการ คือ พิจารณาเนื่องๆว่า เรามีความแก่ ความเจ็บ ความตาย ความพลัดพรากจากของรัก เป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นไปได้ เรามีกรรมเป็นของตน เราทำกรรมใดไว้ ย่อมเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Jun 13, 202359 min

S66 Ep 23ฐานะที่พึงรู้ได้ [6623-3d]

การที่เราจะรู้จักใครสักคนอย่างดีพอนั้น... ไม่ใช่จากคำบอกเล่าของบุคคลอื่น หรือ จากสิ่งที่เราได้ยินได้เห็นเพียงแค่ในช่วงเวลาสั้นๆ นั้น แต่ต้องอาศัยเวลาในการอยู่ร่วมกันนานพอสมควร รวมถึงการทำไว้ในใจโดยแยบคาย และปัญญาฐานสูตร ว่าด้วยฐานะที่พึงรู้ด้วยฐานะ เราจะรู้ได้ว่าบุคคลนั้นมีศีล สมาธิ และปัญญาจะพิจารณาได้จาก“ศีล” พึงรู้ได้ด้วยการอยู่ร่วมกัน กล่าวคือ เมื่ออยู่ร่วมกันแล้วจะรู้ถึงความมีศีลเป็นปกติหรือมีศีลด่างพร้อยของบุคคลนั้น“ความบริสุทธิ์” พึงรู้ได้ด้วยถ้อยคำ กล่าวคือ เมื่อมีการสนทนาพูดคุยตัวต่อตัว สอง-สามคนบ้าง..ฯ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ถ้อยคำพูดคราวหลังก็ไม่ต่างจากพูดคราวก่อน“กำลัง” พึงรู้ได้ในคราวมีอันตราย กล่าวคือ เมื่อประสบกับโลกธรรม 8 แล้ว มีปัญญาเห็นสภาวะทุกข์นั้นตามความเป็นจริง“ปัญญา” พึงรู้ได้ด้วยการสนทนา กล่าวคือ เมื่อสนทนากันแล้วรู้ว่า ท่านผู้นี้มีการตระเตรียมปัญหาที่ตนปรารถนาจะรู้ และสามารถที่จะบอก แสดง เปิดเผย จำแนก ทำให้ง่ายซึ่งเนื้อความแห่งธรรมนั้นทั้งโดยย่อหรือโดยพิสดาร Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Jun 6, 202356 min

S66 Ep 22แก้ปัญหาด้วยสัญญา 7 ประการ [6622-3d]

ตัณหาได้ชื่อว่าเป็นเหตุแห่งทุกข์ และเป็นที่มาของปัญหาต่างๆ ในชีวิตของคนเรา การมาเจริญภาวนาในสัญญา 7 ประการนี้ คือ เมื่อมีการพิจารณาให้มากในสัญญาเหล่านี้ จิตจะไม่หวนกลับกำเริบและมีนิพพานเป็นที่สุด ปัญหาของตัณหา และกิเลสแก้โดยสัญญา 7 ประการยินดีในเพศตรงข้าม (เมถุนธรรม) แก้โดย พิจารณา “อสุภสัญญา” รักตัว กลัวตาย (รักชีวิต) แก้โดย พิจารณา “มรณสัญญา”ติดใจในรสอาหาร แก้โดย พิจารณา “อาหาเรปฏิกูลสัญญา”ความวิจิตรแห่งโลก แก้โดย พิจารณา “สัพพโลเกอนภิรตสัญญา”ลาภสักการะ และความสรรเสริญ แก้โดย พิจารณา “ อนิจจสัญญา”ความเฉื่อยชา เกียจคร้าน ท้อถอย ประมาท ไม่ประกอบความเพียร แก้โดย พิจารณา “อนิจเจทุกขสัญญา” (เห็นความเป็นทุกข์ ในสิ่งที่ไม่เที่ยงทั้งหลาย)ทิฐิ และมานะ แก้โดย พิจารณา “ทุกเขอนัตตสัญญา” (เห็นความเป็นอนัตตาในความเป็นทุกข์นั้น) Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

May 30, 202357 min

S66 Ep 21ประสงค์เพื่อให้สมความปรารถนา [6621-3d]

ได้นำเอา ขัตติยสูตร ที่ว่าด้วยความประสงค์ 5 อย่างของบุคคล 6 ประเภท มาอธิบายขยายความ เพื่อให้ทราบถึงความต้องการที่เหมือนกัน หรือแตกต่างกันของบุคคลแต่ละประเภท เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาความเข้าใจ และสานสัมพันธภาพที่ดีในระหว่างบุคคล เริ่มจากความประสงค์เพื่อให้สมตามสิ่งที่ปรารถนา ในบุคคลแต่ละประเภทนั้น ย่อมมีความประสงค์ต้องการเพื่อให้สมความปรารถนาสูงสุด อย่างเช่นกษัตริย์ พราหมณ์ คหบดี มีความประสงค์โภคทรัพย์ และนิยมปัญญาเหมือนกัน แต่สิ่งที่เสริมกำลังความมั่นใจเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการ และให้ถึงความเป็นที่สุดแตกต่างกันสตรี นิยมประดับตกแต่งเพื่อประสงค์บุรุษ มีบุตรเป็นกำลัง และไม่ต้องการหญิงอื่นร่วมสามี มีความเป็นใหญ่ในบ้านเป็นที่สุดโจร นิยมที่เร้นลับเพื่อประสงค์ลักทรัพย์ มีอาวุธเป็นกำลัง และต้องการที่มืด ไม่ปรารถนาให้ผู้อื่นล่วงรู้สมณะ นิยมปัญญา มีความประสงค์ขันติ และโสรัจจะ มีศีลเป็นกำลัง และต้องการความไม่มีกิเลสเครื่องกังวล มีนิพพานเป็นที่สุดข้อสังเกต ความต้องการที่เป็นไปเพื่อดับความต้องการ มีความเป็นอิสระพ้นจากอำนาจกิเลสเครื่องร้อยรัดมีในบุคคลผู้ที่มีปัญญาเห็นตามความเป็นจริง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

May 23, 202356 min

S66 Ep 20ขันธ์ 5 แบบแจกแจง และการทำงานของขันธ์ (ตอนที่2) [6620-3d]

ขันธ์ แปลว่า หมู่หรือกองของรูปกับนามที่แยกออกได้เป็น 5 กอง ซึ่งเรียกว่า ขันธ์ 5 คือ รูป, เวทนา, สัญญา, สังขาร, วิญญาณ จัดอยู่ใน “ทุกขอริยสัจ” ความจริงอันประเสริฐคือทุกข์ และกิจที่ต้องทำคือ กำหนดรู้ทุกข์ การทำงานของขันธ์ 5 แต่ละขันธ์ เป็นการอาศัยกันและกันเกิดขึ้นของนามรูป และวิญญาณเป็นปัจจัยจึงมีผัสสะ -> ให้เกิดการปรุงแต่ง คือ สังขาร -> สัญญา -> เวทนา -> วิญญาณ และจิตก็เข้าไปยึดถือวิญญาณโดยความเป็นตัวตนและก้าวลงตามต่อไปในขันธ์ต่างๆ เพราะด้วยอำนาจความเพลินแห่งนันทิราคะ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

May 16, 202359 min

S66 Ep 19ขันธ์ 5 โดยรวม (ตอนที่ 1) [6619-3d]

“ทุกขอริยสัจ” ความจริงอันประเสริฐ คือ “ทุกข์” อุปาทาน (ความยึดถือ) ในขันธ์ 5 เป็นทุกข์ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นสุข หรือ ทุกข์ ต่างอาศัยเหตุเกิด ย่อมเป็นทุกข์ เพราะมีความไม่เที่ยง เป็นอนัตตาขันธ์ 5 คือ กองทุกข์ แบ่งออกได้เป็น 5 กอง ได้แก่“รูป” คือ สิ่งที่แตกสลายได้ เปรียบเหมือนก้อนฟองน้ำ ย่อมปรากฏเป็นของว่างเปล่า หาแก่นสารมิได้“เวทนา” คือ ความรู้สึกที่เกิดจากผัสสะ เปรียบเหมือนต่อมนํ้าเกิดขึ้นและแตกกระจายอยู่บนผิวน้ำ ย่อมปรากฏเป็นของว่างเปล่า หาแก่นสารมิได้“สัญญา” คือ ความจำได้หมายรู้ เปรียบเหมือนพยับแดดย่อมไหวยิบยับ ย่อมปรากฏเป็นของว่างเปล่า หาแก่นสารมิได้“สังขาร” คือ การปรุงแต่งให้สำเร็จรูป เปรียบเหมือนการหาแก่นไม้ในต้นกล้วย ไม่พบแม้แต่กระพี้ จะพบแก่นได้อย่างไร“วิญญาณ” คือ การรับรู้ เปรียบเหมือนนักแสดงกล กลนั้น ย่อมปรากฏเป็นของว่างเปล่า และปรากฏเป็นของหาแก่นสารมิได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

May 9, 202357 min

S66 Ep 18วิมุตติสู่นิพพาน [6618-3d]

การที่จะนำธรรมะมาปฏิบัติจนเกิดเป็นผลขึ้นทางปัญญาได้นั้น มีขั้นตอน และกระบวนการในการปฏิบัติ โดยได้ยกหัวข้อธรรม “วิมุตติสูตร”  มาอธิบายประกอบการปฏิบัติ เพื่อให้เห็นขั้นตอน และกระบวนการในการหยั่งลงสู่อมตธรรมในวิมุตติสูตรนั้นจะประกอบไปด้วยธรรม 5 ข้อ ที่แตกต่างกัน แต่มีลำดับขั้นตอนการปฏิบัติที่จะให้เกิดผลเป็นวิมุตติสู่นิพพานได้เหมือนกัน ธรรม 5 ข้อนั้นได้แก่ 1. การได้ฟังธรรม 2. การอธิบายบอกสอน 3. การสัชฌายะ 4. การใคร่ครวญธรรม 5. การทำสมาธิกระบวนการสู่การหลุดพ้น มีอยู่ 6 ขั้นตอน เริ่มจาก เข้าใจอรรถ เข้าใจธรรม แทงตลอดด้วยดี -> เกิดปราโมทย์ -> เกิดปีติ -> กายสงบระงับ -> เสวยสุข -> จิตย่อมตั้งมั่น (ฌาน) และเมื่อมาถึง 6 ขั้นตอนนี้แล้วก็เข้าสู่วิมุตติ คือ ความพ้นจากผัสสะ พ้นจากกิเลส เกิดความรู้เป็นวิชชา และวิมุตติ มีปัญญาปล่อยวาง สู่นิพพาน Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

May 2, 202353 min

S66 Ep 17คู่ธรรมต่างทิศ [6617-3d]

บางครั้ง..คนเรานั้น ก็มักจะสับสนในธรรมที่ดูจะเหมือนๆ กัน คล้ายๆ กัน จนแยกไม่ออกว่า “ ผลผลิตของธรรมนั้นจะให้ผลออกมาอย่างไร ”จึงขอยกธรรมที่ดูจะเหมือนๆ กันขึ้นมาเปรียบเทียบกันเพื่อให้เห็นถึงความแตกต่างในความหมาย และคุณลักษณะของธรรมนั้นๆ อย่างแยบคาย และเพื่อก่อให้เกิดความเห็นที่ถูกต้อง เป็นสัมมาทิฎฐิไปสู่พระนิพพานได้โดยธรรมที่หยิบยกมานี้ เมื่อพิจารณาแล้วจะแบ่งได้เป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายกุศลธรรม และ ฝ่ายอกุศลลธรรม เช่น ฉันทะ / ตัณหา, ความเพียร / ความโลภ, ความเมตตา / ความรัก, ปล่อยวาง / ขี้เกียจ, อุเบกขา / ความเฉยเมย, พูดตรงจริงใจรู้กาล / พูดตรงไม่มีมารยาท, ความเห็นอกเห็นใจ / ความเศร้าเสียใจ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Apr 25, 202356 min

S66 Ep 16ธรรมเครื่องยึดเหนี่ยวใจ-สังคหวัตถุ 4 [6616-3d]

ธรรมะที่ช่วยประสานประโยชน์ให้เกิดความสามัคคี ให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เป็นเครื่องช่วยขจัดความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ทำให้คนอยู่ร่วมกันด้วยความรัก ให้เกิดความสงเคราะห์กัน เข้าใจกันลงกันได้ สามารถนำไปใช้ได้ตั้งแต่ระดับครอบครัวจนถึงระดับสังคม หมวดธรรมที่ว่านี้นั่นก็คือ “สังคหวัตถุ 4” อันประกอบไปด้วย1.  ทาน คือ การรู้จักให้ รู้จักเสียสละ การเผื่อแผ่ แบ่งปัน ให้ความช่วยเหลือสงเคราะห์2.  ปิยวาจา คือ การพูดจาด้วยถ้อยคำที่ไพเราะ อ่อนหวาน ไม่พูดหยาบคาย และมีความจริงใจ ไม่โกหกเสแสร้ง ไม่พูดส่อเสียดยุยงให้เแตกร้าว พูดแต่ในสิ่งที่เป็นประโยชน์3.  อัตถจริยา คือ การทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น4.  สมานัตตตา คือ การวางตัวเสมอต้นเสมอปลาย หนักแน่น ให้ความเสมอภาคกับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ไม่เอารัดเอาเปรียบ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Apr 18, 202359 min

S66 Ep 15สติแก้นิวรณ์ [6615-3d]

“นิวรณ์ 5” ได้แก่ กามฉันทะ พยาบาท ถีนมิทธะ อุทธัจจกุกกุจจะ และวิจิกิจฉา เป็นกิเลสประเภทหนึ่ง ที่เกิดขึ้นในช่องทางใจระหว่างการปฏิบัติสมาธิภาวนา เป็นเครื่องขวางกั้น ทำให้จิตขุ่นมัว ไม่เป็นสมาธิการจะระงับนิวรณ์ได้ สิ่งสำคัญที่สุด คือ “การมีสติ” ระลึกรู้ถึงนิวรณ์ที่เกิดขึ้น และการใช้ “กำลังของสติ” ไม่ให้จิตน้อมไปตามความคิดเหล่านั้น นั่นจะทำให้นิวรณ์อ่อนกำลังและดับไป นอกจากนี้ การไม่ตั้งความพอใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง การเจริญพรหมวิหาร 4 รวมถึงการเจริญโพชฌงค์ 7 ก็ทำให้นิวรณ์ระงับได้ เช่นเดียวกันทั้งนี้ ในการเจริญสมาธิภาวนา เราอาจใช้นิวรณ์เป็นกรอบนิมิตได้ว่า สมาธิช่วงไหนควรเป็นไปเพื่อให้จิตสงบ หรือช่วงไหนควรเป็นไปเพื่อการพิจารณาให้เกิดปัญญา ได้อีกด้วย Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Apr 11, 202357 min

S66 Ep 14ผัสสะเครื่องสอบอริยมรรค [6614-3d]

เมื่อเรายังคงมีชีวิต และยังคงอาศัยอยู่บนโลก เราคงหลีกเลี่ยงเรื่องของโลกไม่ได้ กล่าวคือต้องเจอเรื่องราวผัสสะต่างๆ ทั้งสุข และทุกข์เป็นธรรมดา แต่เมื่อเจอผัสสะที่น่าพอใจ และไม่น่าพอใจแล้ว เรามีสติแยกแยะเห็นความไม่เที่ยงในผัสสะต่างๆเหล่านั้นได้หรือไม่ เรายังคงรักษาจิตให้อยู่ในมรรคได้หรือไม่?ผัสสะจึงเป็นเครื่องทดสอบของนักปฏิบัติที่จะมาเดินตามมรรค ตราบใดที่ยังคงมีสฬายตนะย่อมมีผัสสะเป็นธรรมดา และเมื่อมีผัสสะแล้วก็ย่อมมีเวทนาทั้งสุขและทุกข์ เมื่อมีเวทนาเกิดขึ้นคุณจะหลงเพลินไปกลับเวทนานั้นไหม จะมีอกุศลเกิดขึ้นไหม จะเดินตามมรรคได้หรือไม่และแน่นอนผัสสะย่อมอาศัยอยู่คู่กับอายตนะนี้ไปตลอดชีวิต และเราก็ย่อมเจอผัสสะไปตลอดชีวิตนี้ด้วยเช่นกัน แต่เราจะอยู่เหนือผัสสะได้ ด้วยการเจริญอริยมรรคมีองค์ 8 ใช้สติ สมาธิ และปัญญาใคร่ครวญเห็นตามความเป็นจริงในผัสสะต่างๆ ทั้งหลายที่อาศัยกายนี้เป็นแดนเกิด จะเห็นสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริงได้ด้วยปัญญา  Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Apr 4, 202358 min

S66 Ep 13วิชชาดับอวิชชา [6613-3d]

ธรรมชาติของมรรค 8 เมื่อเราปฏิบัติตามมรรค จะทำให้คลายความยึดถือไปในตัวอยู่แล้ว ความยึดถือ คือ อุปาทานที่มีเหตุมาจากตัณหาที่ถูกอวิชชาปิดบังเอาไว้ อวิชชา คือ ความไม่รู้ในอริยสัจ 4 เราจะดับอวิชชาได้ ก็ต้องทำวิชชาให้เกิดมี คือ ความรู้แจ้งในอริยสัจ 4 และเส้นทางสู่ความรู้แจ้ง หรือระบบสู่ความดับทุกข์ ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ประกาศชี้ทางไว้ให้แล้ว นั่นคือ “อริยมรรคมีองค์ 8” คือ เส้นทางให้เราหลุดออกจากอ่างวังวนของวัฏฏะนี้ คือ เส้นทางสู่พระนิพพาน Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Mar 28, 202351 min

S66 Ep 12ประตูแห่งอมตะธรรม 11 บาน [6612-3d]

พระอานนท์แสดงธรรมโปรดทสมคหฤบดี ชาวเมืองอัฏฐกะ โดยมีเนื้อความดังนี้ว่า “บุคคลเมื่อเป็นผู้ไม่ประมาท มีความเพียร มีตนส่งไปอยู่ มีจิตที่ยังไม่หลุดพ้น ย่อมหลุดพ้น อาสวะทั้งหลายที่ยังไม่สิ้น ย่อมถึงความสิ้นไป และย่อมบรรลุถึงธรรมที่ปลอดโปร่งจากกิเลสเป็นเครื่องประกอบไว้อันไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่าที่ยังไม่บรรลุ อันพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้รู้ ผู้เห็น เป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้เองโดยชอบ พระองค์นั้น ตรัสไว้“ ธรรมอันเป็นประตูแห่งอมตะธรรมที่เมื่อเข้าถึงแล้ว อันได้แก่ รูปฌาน 4 อัปปมัญญา 4 และอรูปฌาน 3 (แม้อย่างใดอย่างหนึ่ง) ที่เมื่อพิจารณาอยู่อย่างนี้แล้ว ย่อมรู้ชัดว่า ก็สิ่งใดสิ่งหนึ่งอันเหตุปัจจัยปรุงแต่งขึ้น สิ่งนั้นไม่เที่ยง มีความดับไปเป็นธรรมดา เมื่อตั้งอยู่ในธรรม คือ สมถะและวิปัสสนานั้น ย่อมถึงความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย  Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Mar 21, 202354 min

S66 Ep 11มงคลชีวิต 36 #สรุปส่งท้ายชุดมงคลชีวิต [6611-3d]

มนุษย์เรา ล้วนแต่ต้องการสิ่งที่ดีงาม เป็นมงคลแก่ชีวิตของตนทั้งสิ้น แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่ามงคลคืออะไร และอะไรที่เป็นมงคลมงคล 38 ประการนี้ เป็นข้อปฏิบัติเบื้องต้นจนถึงเบื้องปลายสูงสุด เมื่อเราน้อมเอามาปฏิบัติย่อมเป็นมงคลเกิดขึ้นแก่ชีวิตของตน นำมาซึ่งความสุขความเจริญแก่ชีวิต Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Mar 14, 202358 min

S66 Ep 10มงคลชีวิต 35 #จิตที่ไกลจากกิเลส [6610-3d]

เป็นมงคลชีวิตเบื้องสูงที่เดินทางมาถึง 4 ข้อสุดท้าย เป็นภูมิจิตของผู้ที่ไกลจากกิเลส กล่าวคือจิตที่ไม่หวั่นไหวไปตามโลกธรรม คือ เมื่อถูกโลกธรรมฝ่ายอิฏฐารมณ์กระทบก็ไม่ไหวไปตามอารมณ์ที่น่าพึงพอใจน่าปรารถนานั้น และเมื่อถูกฝ่ายอนิฏฐารมณ์กระทบก็ไม่หวั่นไปตามอารมณ์ที่ไม่น่าปรารถนานั้น จิตจะเข้าถึงความคงที่อย่างนี้ได้ ต้องประกอบไปด้วยปัญญาที่เห็นการทำงานของขันธ์ที่เป็นไปตามกฏของไตรลักษณ์จิตไม่โศก (จิตที่บรรลุนิพพานแล้ว) “ความโศกเกิดจากความรัก เพราะมีรักจึงมีโศก” ความรักเปรียบเหมือนยางเหนียวทำให้จิตติดอารมณ์นั้น พอความรักหายไปก็เศร้าโศก จิตของพระอรหันต์ท่านไม่มีรัก เพราะฉะนั้นจิตจึงไม่โศกจิตหมดธุลี ธุลี คือ ความเศร้าหมองของจิตที่เกิดจากเทือกของกิเลส (ราคะ โทสะ โมหะ) จะกำจัดกิเลสได้ก็ด้วย อริยมรรค 8 จิตหมดธุลี คือ จิตที่พ้นแล้วจากกิเลสจิตเกษม เป็นจิตที่ถึงแดนเกษมคือแดนปลอดภัยจากกิเลสเครื่องกวนใจ ตัดเครื่องผูกรัด คือ กามโยคะ ภวโยคะ ทิฎฐิโยคะ อวิชชาโยคะ พ้นแล้วจาก ความเกิด-แก่-เจ็บ-ตาย Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Mar 7, 202356 min

S66 Ep 9มงคลชีวิต 34 #เห็นอริยสัจและทำให้แจ้งในนิพพาน [6609-3d]

ในทางปฏิบัติเราจำเป็นจะต้องรู้เรื่องอริยสัจไว้บ้าง เพราะเวลาที่เราไปรับรู้หรือเห็นนิมิตอะไรมา เราอาจจะหลงหรือเข้าใจผิดสำคัญว่าตนมีคุณวิเศษหรือได้บรรลุธรรมแล้วพระพุทธเจ้าได้สละความสุขส่วนพระองค์เพื่อที่จะออกค้นหาศาสตร์ความจริงที่จะช่วยให้คนพ้นจากความทุกข์ความแก่และความตาย ซึ่งศาสตร์ที่พระองค์ทรงค้นพบนี้เรียกว่า “ อริยสัจ 4 ” การเห็นอริยสัจ (ญาณในอริยสัจ 4) ที่แท้จริงนั้นต้องเห็นโดยมีปริวัฏฏ์ 3 มีอาการ 12 จึงจะเป็นความพ้นทุกข์ที่แท้จริงคือเป็นจิตที่พ้นจากกิเลสโดยสิ้นเชิง เป็นความแจ้งในนิพพาน  นิพพานธาตุ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ สอุปาทิเลสนิพพาน คือ ยังมีชีวิตอยู่ อินทรีย์ห้ายังคงอยู่ เสวยเวทนาอยู่ และ อนุปาทิเลสนิพพาน คือ การดับภพและเวทนาได้สิ้นเชิง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Feb 28, 202357 min

S66 Ep 8มงคลชีวิต 33 #การประพฤติพรหมจรรย์ [6608-3d]

มงคลข้อนี้ เป็นการเดินทางจากโลกียะไปสู่โลกุตระ เป็นการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจครั้งยิ่งใหญ่ เปรียบเหมือนท่าอากาศยานต่อแดนระหว่างภาคพื้นดินกับภาคพื้นเวหาจิตของคนเราแบ่งภูมิชั้นของจิตได้เป็น 2 ระดับ 4 ภูมิ คือ ระดับโลกิยภูมิ (วนเวียนอยู่ในโลก) ได้แก่ กามาวจรภูมิ รูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และ ระดับโลกุตรภูมิ คือ ภูมิจิตของพระอรหันต์ความสุขจากภูมิ 2 ระดับนี้ก็แตกต่างกัน คือ ความสุขในภูมิโลกีย์เป็นสุขระคนด้วยทุกข์เหมือนจะมีสุขแต่ไม่มี เป็น “จิตวิ่งวุ่น” เปรียบได้กับพยับแดด ส่วนความสุขโลกุตรภูมิเป็นสุขคงที่ ผู้ที่เข้าถึงก็มี “จิตคงที่” เพราะเจอสุขที่เข้าถึงได้การประพฤติพรหมจรรย์ คือ พยายามกำจัดความรู้สึกทางเพศเป็นการประพฤติตัวอย่างพรหม  ในศาสนาอื่นเพื่อเข้าถึงพรหมโลก ส่วนในทางพุทธไปได้สูงกว่านั้น คือบรรลุถึงโลกุตระข้อวัตรพรหมจรรย์มี 10 อย่าง 4 ชั้น คือ ชั้นต่ำ กลาง สูง และชั้นพรหมจรรย์ (สำเร็จอธิสิกขา 3 ) แต่ละขั้นจะมีการรักษาศีลและการปฏิบัติควบกันไปเป็นระยะๆ และเข้มข้นขึ้นตามชั้น Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Feb 21, 202356 min

S66 Ep 7มงคลชีวิต 32 #ความเพียรเผากิเลส [6607-3d]

ในพุทธศาสนา การบำเพ็ญตบะ คือ การเพียรเผากิเลส จะมุ่งเน้นมาในจิตใจ ซึ่งศาสนาอื่นนั้น มุ่งเน้นมาในทางกายชนิดของกิเลสนั้น มีทั้งที่เป็นฝ่ายกุศล คือ กิเลสอย่างละเอียด ทำให้เกิดโมหะ เช่น บุญ ทำให้เกิดการยึดถือเมาบุญได้ และฝ่ายอกุศล ราคะ โทสะ โมหะ กิเลสทั้งสองชนิดนี้ ทำให้เราเวียนไปสูง-ไปต่ำ วนอยู่ในวัฏฏะการบำเพ็ญตบะ จึงจำเป็นต้องอาศัยความอดทนอย่างยิ่งในการเผากิเลสที่อยู่กับเรามานานให้หลุดลอกออก ถ้าเราอดทนไม่ได้ก็คือ “ตบะแตก” การอดทนนั้นจึงต้องประกอบไปด้วยปัญญา วิธีทำตบะ คือ ข้อปฏิบัติทั้งหมดที่ฝืนความต้องการของกิเลส ได้แก่ สัลเลขธรรม-การขัดเกลากิเลส และธุดงควัตร 13-การกำจัดกิเลสตบะในชีวิตประจำวัน ทำได้ด้วยการ “มีสติ” สำรวมอินทรีย์ มีหิริโอตตัปปะจะเป็นเหตุให้เกิดอินทรียสังวร มีศีล สมาธิ และปัญญา  Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Feb 14, 202356 min

S66 Ep 6มงคลชีวิต 31 #การสนทนาธรรม [6606-3d]

ธรรมสากัจฉา หรือแปลกันว่า สนทนาพูดคุยธรรมะ จะต้องมีสองฝ่ายผลัดกันฟัง-ผลัดกันพูดให้เหมาะสมกับกาละ “ผู้พูด”จะต้องมีสัมมาวาจา เป็นวาจาสุภาษิต “ผู้ฟัง” ต้องควบคุมใจให้ฟังเอาธรรมะเข้าสู่ใจ “การสนทนาธรรมะ” จึงต้องรู้จังหวะที่จะพูดที่จะฟัง ต้องระมัดระวัง และต้องคอยควบคุมใจไม่ให้กิเลสออกมาตีกันวิธีสนทนานั้น ใช้หลักอยู่ 3 อย่าง คือ สนทนาในธรรม - เรื่องที่สนทนาให้อยู่ในวงธรรมะ ไม่ออกนอกวง สนทนาด้วยธรรม – ไม่แสดงกิริยาวาจาให้ผิดธรรมะ มีธรรมะอยู่ในใจ สนทนาเพื่อธรรม – เพื่อให้เกิดประโยชน์ทั้งผู้ฟัง และผู้พูด ได้ความรู้ในธรรมยิ่งๆ ขึ้นไปการที่เราจะเข้าถึงธรรมะได้สะดวกนั้น ต้องไม่ติดสมมุติของโลก คือ ใช้หลัก “ธรรมวิจยะ” การเลือกเฟ้นธรรมในการแยกธรรมดี และไม่ดีออกจากกัน เลือกธรรมที่เหมาะสมมาปฏิบัติ และรู้ว่าอะไรเป็นโลกบัญญัติ และอะไรเป็นสัจธรรม จะได้ปล่อยวางบัญญัติโลกได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Feb 7, 202358 min

S66 Ep 5มงคลชีวิต 30 #การพบเห็นสมณะ [6605-3d]

สมณะ คือ ยอดคนดีทางธรรม เป็นผู้ที่สงบจากการทำบาป (กิเลส)การเห็นสมณะจะมีได้ก็ต่อเมื่อเรารู้จักสมณะ ถ้าไม่รู้ ถึงจะเห็นก็เหมือนไม่เห็น อย่างในเรื่องกามนิตที่เที่ยวตามหาพระพุทธเจ้า เมื่อได้พบแต่กลับไม่รู้จักท่าน การเห็นจึงไม่เกิดผลสมณะจะมีความ “สงบตัว”  คือ ไม่แสดงกิริยาร้าย เช่น ทุบตี ทำร้าย ฆ่าฟัน ชิงดีชิงเด่น ไม่ก่อความวุ่นวายไม่ว่าจะเพื่ออะไร, “สงบปาก” คือ ไม่เป็นคนปากร้าย ไม่นินทาว่าร้าย ไม่ตีกันด้วยปาก, “สงบใจ” คือ ใจสงบจากบาป จิตใจเต็มไปด้วยเมตตาไม่เป็นภัยต่อผู้ใดสมณะนั้น ย่อมไม่ทําอันตรายใคร, ไม่เห็นแก่ลาภ, ฝึกตน กิจวัตรของพระ, บําเพ็ญตบะ ละกิเลสการเห็นสมณธรรมในสมณบุคคล (เห็นด้วยปัญญา) เป็นทัสสนานุตริยะ (การเห็นอันยอดเยี่ยม) คือ ทำให้เกิดศรัทธา เป็นทางไปสู่พระนิพพาน การเห็นสมณะอย่างถูกต้องแบบนี้จึงจะเป็นมงคล Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Jan 31, 202356 min

S66 Ep 4มงคลชีวิต 29 #เป็นผู้ว่าง่าย [6604-3d]

“โสวจสฺสตา” ความเป็นผู้ว่าง่าย สอนง่าย บอกง่าย ฟังเหตุผลกัน เหล่านี้เป็นประตูด่านแรกที่มีความสำคัญ ที่จะให้คำสอนอื่นๆ ธรรมะดีๆ เบื้องต้นเข้ามาได้หรือได้ หรือถ้านำมาใช้งานในระดับธรรมะขั้นที่สูงขึ้นไป เช่น ในลักษณะของมงคลที่อยู่ในลำดับท้ายๆ จะเป็นการปรับสภาพเตรียมใจให้พร้อมนำเอาธรรมะเบื้องสูงเข้าสู่จิตใจของเราซึ่งถ้าหัวดื้อแล้วอะไรที่มันจะสอนสั่งอธิบาย มันทำได้ยากไปหมดเลย แต่ก็ไม่ใช่จะทำไม่ได้ เพราะมันจะมีสักเวลาใดเวลาหนึ่งที่เขาจะบอกได้สอนได้ มันเปลี่ยนแปลงกันได้ คือจะมีบางครั้งที่บอกได้ง่าย ถ้าบอกง่ายแล้ว สิ่งดีๆ ความฉลาด มันก็จะเข้าไปภายในได้ ให้เป็นผู้ที่อดทนทำ รับฟังคำตักเตือนด้วยความเคารพหนักแน่น มงคลความเป็นผู้ว่าง่ายนี้จึงต่อจากคุณธรรมที่ชื่อว่า “ขันติ” คือ ความอดทนทำตามคำสอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำสอนที่บางทีมันก็ทำได้ยากลักษณะของคนที่มีคุณสมบัติของความเป็นผู้ว่าง่าย ดูจากภายนอกที่พอจะเห็นได้ คือ 1) รับคําสอนด้วยดี 2) รับทําตามด้วยดี 3) รู้คุณของผู้ให้โอวาท) ซึ่งบอกง่ายหรือสอนง่ายมันก็ต้องมีการพูดคุย เพราะไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องมีการใช้เหตุผลในสิ่งที่บอกหรือสอนนั้น และในการที่จะให้เขามาติเตียน บอกกล่าวบอกสอน ก็ต้องมีเงื่อนไข ซึ่งในธรรมวินัยนี้เราเรียกว่า “การปวารณา” คือ ออกตัวให้บอกสอนได้ส่วนวิธีการทําให้เป็นคนว่าง่ายนั้นก็คือ การเห็นโทษของความว่ายากและเหตุที่ทําให้ว่ายาก 16 อย่าง และการทำในมงคลข้อต่างๆ ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาทั้ง 27 ข้อ จะทำให้เราเป็นคนว่าง่ายแน่นอน และซึ่งยิ่งถ้าเราเพิ่มสัดส่วนการว่าง่ายในจิตใจของเรา มันก็เป็นการเปิดประตูให้ความฉลาดคือปัญญา ให้คุณธรรมความดีอื่นๆ ต่างๆ เข้ามาได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Jan 24, 202356 min

S66 Ep 3มงคลชีวิต 28 #ความอดทน [6603-3d]

ขันติ คือ ความอดทนนั้น คือ การรักษาภาวะปกติไว้ได้ ไม่ว่าจะถูกกระทบอย่างไรก็ตาม เช่น เมื่อถูกกระทบให้ลุ่มหลงก็ไม่ลุ่มหลงไปตาม หรือถูกกระทบให้ไม่พอใจขยะแขยง ก็อดทนอยู่ในสภาวะแบบเดิมไว้ได้ ความอดทนนั้นจะมีลักษณะของความอดกลั้นไว้ไม่คิดที่จะก่อทุกข์ให้ผู้อื่น และตนเองก็มีความเบิกบานแจ่มใสอยู่เป็นนิตย์ด้วย ซึ่งความอดทนไม่เหมือนกับดื้อด้าน หรือเก็บกด เพราะความอดทนนั้นจะต้องประกอบด้วยปัญญา มีความเพียรชำระตัดสิ่งที่เป็นอกุศลธรรมออกไปจากจิตใจของเราประเภทของความอดทนแบ่งได้เป็น 4 ระดับ คือ 1. จากภายนอกกระทบ เช่น อากาศร้อน หนาว 2. จากทุกขเวทนาในกาย เช่น เจ็บป่วย 3. อดทนต่อความเจ็บใจ เช่น คำพูดล่วงเกิน 4. อดทนต่ออำนาจของกิเลส *ซึ่งหมายเอา 2 ข้อหลังนี้อุบายในการฝึกความอดทน ให้ดูคุณธรรมจาก เตมิยชาดก ปุณโณวาทสูตร เวปจิตติสูตรเรื่องของความอดทน คือ ขันตินั้น จะทำให้จิตใจของเรามีความก้าวหน้าขึ้นไป เป็นเหมือนการบ่มให้คุณธรรมดีๆ เติบโตได้มากยิ่งขึ้น เป็นคุณธรรมของนักปราชญ์บัณฑิตที่เมื่อรักษาแล้วจะเป็นมงคลในชีวิตของเรานั่นเอง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Jan 17, 202356 min

S66 Ep 2มงคลชีวิต 27 #ฟังธรรมตามกาล [6602-3d]

การฟังอะไรที่ฟังแล้ว ทำให้จิตใจสูงขึ้น ดีขึ้น หมายถึง มีความสงบขึ้น ฟังแล้วทำให้เกิดกุศลธรรมได้เพิ่มขึ้น ดีขึ้น นั่นเป็น การฟังธรรม ซึ่งดูจากประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับตัวเราเอง กับผู้อื่น และประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับทั้งสองฝ่าย เป็นประโยชน์ทั้งในปัจจุบันนี้ และในเวลาต่อๆ ไปฟังธรรมแล้วเข้าใจอรรถะ เข้าใจในธรรมะแล้ว จะบรรลุธรรมเป็นวิมุตติหรือไม่ ก็จะต้องมีปราโมทย์ มีปีติ จิตสงบ มีกายสงบแล้ว มีความสุขในภายใน จิตตั้งมั่น บุคคลที่มีจิตตั้งมั่นมาตามกระบวนการนี้ ไม่ประมาท มีความเพียร มีใจเด็ดเดี่ยว จิตที่ไม่หลุดพ้นย่อมหลุดพ้น อาสวะที่ยังไม่สิ้นยังละไม่ได้ ย่อมสิ้นไป ย่อมถึงการละได้ ย่อมได้บรรลุธรรมอันเป็นเครื่องเกษมจากโยคะ หมายถึง นิพพาน Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Jan 10, 202354 min

S66 Ep 1มงคลชีวิต 26 #ความกตัญญู [6601-3d]

กตัญญู หมายถึง การรู้คุณ ซึ่งต้องเห็นด้วยปัญญา ส่วนกตเวที หมายถึง การแสดงออก กระทำตอบ แต่ความกตัญญูในที่นี้ เป็นเรื่องของในภายใน คือ รู้คุณ เห็นคุณค่า ของธรรมะในหัวข้อต่างๆ ที่ลึกซื้งลงไป Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Jan 3, 202359 min

S65 Ep 52มงคลชีวิต 25 #ความสันโดษ [6552-3d]

"สันโดษ" มาจากคำว่า "สนฺตุฏฺฐิ" มาจากคำว่า “สนฺโตส” คือ ยินดีในตน หมายความว่า ยินดีตามมี ยินดีตามได้ และยินดีตามควร ส่วนมักน้อย มาจากคำว่า "อปปิจฺ" เป็นคนละส่วนกัน มักน้อยไม่ใช่สันโดษ มักน้อยพูดถึงสิ่งของที่ได้ แต่สันโดษเป็นเรื่องของจิตใจ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Dec 27, 202257 min

S65 Ep 51มงคลชีวิต 24 #ความอ่อนน้อมถ่อมตน [6551-3d]

การอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นการพิจารณาน้อมเข้ามาในตัวเองว่า เรามีความบกพร่องตรงไหน มีข้อไม่ดีตรงไหน เราจึงอ่อนน้อมถ่อมตน เพื่อที่จะสามารถข่มทิฎฐิมานะของตนเองให้ได้ ชาติตระกูล ทรัพย์สมบัติ รูปร่างหน้าตา ความรู้ความสามารถ ยศตำแหน่ง และบริวาร ถ้าเราเห็นความดี หรือหลงใน 6 อย่างนี้ จะทำให้เรามีความยกตนข่มท่าน ไม่อ่อนน้อมถ่อมตนได้ การอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ใช่การลดศักดิ์ศรีของตนเอง แต่เป็นการลดทิฏฐิมานะ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Dec 20, 202258 min

S65 Ep 50มงคลชีวิต 23 #ความเคารพ [6550-3d]

"คารวะ 6" คือ การมองเห็นคุณค่า และความสำคัญ แล้วปฏิบัติต่อบุคคลนั้น หรือสิ่งนั้นโดยถูกต้อง มี 6 ประการ ได้แก่ ความเคารพในพระศาสดา ความเคารพในพระธรรม ความเคารพในหมู่สงฆ์ ความเคารพในสิกขา ความเคารพในความไม่ประมาท และความเคารพในปฏิสันถาร ธรรม 6 อย่างนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความไม่เสื่อมแห่งภิกษุ ความไม่เสื่อม ก็คือ ไม่เคลื่อนไปสู่ทางเสื่อม ไปทางที่จะตรงข้ามกับนิพพาน ถ้าคุณเห็นคุณค่าในธรรมะทั้ง 6 ประการนี้ จะมีความเจริญก้าวหน้าในจิตใจ ผ่านพ้นภัยต่างๆ มีนิพพานเป็นที่สุดจบ ไม่เสื่อมจากพระสัทธรรมได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Dec 13, 202257 min

S65 Ep 48มงคลชีวิต 21 #เว้นจากการดื่มน้ำเมา [6548-3d]

อย่าไปแสวงหาทุกข์จากความสุข โดยการดื่มน้ำเมา ถึงแม้บางทีเราต้องเจอความทุกข์ เพื่อให้ได้สุขในภายภาคหน้า เช่น เราทำความเพียร ต้องรักษาศีล 8 ต้องอดข้าวเย็น บางทีมันก็หิว...อดทนเอา แต่ว่าสุขคืออะไร คุณมีศีล จิตคุณจะสงบได้ต่อไป Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Dec 13, 202258 min

S65 Ep 47มงคลชีวิต 20 #การงดเว้นจากบาป [6547-3d]

หิริ ความละอาย รังเกียจต่อบาป และโอตตัปปะ ความกลัวต่อบาป คือ หลักธรรมในการเว้นจากบาป และงดจากบาปที่เราจะลงมือกระทำได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Dec 13, 20221h 0m

S65 Ep 49มงคลชีวิต 22 #การไม่ประมาทในธรรมะ [6549-3d]

เมื่อไม่ประมาทในเรื่องเวลา วัย ชีวิต ความไม่มีโรค งาน การศึกษา และการปฏิบัติธรรม เราก็สามารถที่จะเลิก ละ กายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต และละมิจฉาทิฏฐิได้ สิ่งที่เหลืออยู่นั้น ก็จะทำให้เกิดการปฏิบัติในกายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต และสัมมาทิฏฐิ นั่นคือ การไม่ประมาทในธรรมะทั้งหลาย Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Dec 6, 202248 min

Ep 46มงคลชีวิต 19 #การงานไม่มีโทษ [6546-3d]

การงานไม่มีโทษ หมายถึง ไม่ถูกติเตียน เป็นสิ่งที่จะทำให้เรานั้นเป็นมงคลในชีวิต เพราะว่าการงานที่ถูกติเตียนได้ มันดีไม่เต็มที่ ได้ผลไม่เต็ม การงานบางอย่างทำไปทางกาย วาจา ใจ ไม่ว่างานราษฎร์ งานหลวง งานตนเอง หรืองานส่วนรวม ถ้าทำแล้วมันผิด ผิดในหลักศีล หลักกฎหมาย หลักธรรม และหลักประเพณี มันจะมีโทษแฝงอยู่ มันจะได้ผลไม่เต็มที่ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Nov 15, 202259 min

Ep 45มงคลชีวิต 18 #การสงเคราะห์ญาติ [6545-3d]

“ความคุ้นเคยเป็นญาติอย่างยิ่ง” ให้มองทุกคนเหมือนเป็นญาติของเรา “มองกันด้วยสายตาแห่งคนที่มีความรักใคร่กัน” เพราะทุกคนเป็นญาติกันแน่ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่ทางโลกก็ทางธรรม ไม่สายโลหิตก็ตามความคุ้นเคย ดังนั้น ‘สังคหวัตถุ 4’ คือ สิ่งที่สามารถสงเคราะห์กัน ช่วยเหลือดูแลกัน จะมีอยู่ 4 ประการ คือ (1) สมานัตตตา การวางตัวให้เหมาะสม (2) ทาน การให้การแบ่งปัน (3) ปิยวาจา การไม่กล่าวคำให้แตกแยก การรักษาวาจา กล่าวคำที่จะให้เขาสบายใจ และ (4) อัตถจริยา การประพฤติตนให้เป็นประโยชน์ ช่วยเหลือกันในความเป็นญาติ รวมทั้งช่วยบริหารจัดการครอบครัวญาติมิตรให้มั่งคั่ง เจริญพรั่งพร้อมกันขึ้นมา ซึ่งเมื่อเราทำกับเพื่อนกับญาติอย่างนี้ ความเป็นมงคลจะเกิดขึ้นแน่นอน Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Nov 8, 20221h 5m

Ep 44มงคลชีวิต 17 #ธรรมจริยา [6544-3d]

“ธรรมจริยา” เป็นมงคลชีวิตที่เป็นส่วนของสังคมภายนอก ที่ว่าเราจะประพฤติธรรมอย่างไร โดยจำแนกด้วยหมวดธรรมะต่างๆ ประการแรก ธรรมะคืออะไร ประการที่สอง ธรรมะคือกุศลกรรมบท 10 อย่าง คือ การประพฤติธรรมในเรื่องของช่องทางที่กระทำทางกาย วาจา ใจ ประการที่สาม คือ การประพฤติธรรมให้มีหลักความเที่ยงธรรม ความยุติธรรม ต้องไม่ลำเอียงเพราะ “รัก โกรธ หลง กลัว” ประการที่สี่ เรื่องว่าจะเอาอะไรเป็นใหญ่ ธรรมะเป็นใหญ่ “ธัมมาธิปไตย” หรือ “โลกาธิปไตย” หรือตนเองเป็นใหญ่ “อัตตาธิปไตย” คือ การพึ่งตนพึ่งธรรม และประการสุดท้าย คือ จำแนกตามสังฆคุณ 9 ประการเมื่อมีธรรมจริยาแล้ว จะทำให้เป็นมงคลได้ มีความก้าวหน้ามีการพัฒนามีความเจริญ เพราะมีการลงมือปฏิบัติ เกิดการเดินไปตามทางให้ถึงจุดหมาย นั่นจึงเป็นมงคลในชีวิต Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Nov 1, 20221h 1m