PLAY PODCASTS
4 คลังพระสูตร

4 คลังพระสูตร

408 episodes — Page 4 of 9

S66 Ep 26สฬายตนะ-สฬายตนวิภังคสูตร และมหาสฬายตนวิภังคสูตร [6626-4s]

สูตร#1 สฬายตนวิภังคสูตร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี โดยมีพระประสงค์ให้ ภิกษุได้ศึกษาเรื่องอายตนะโดยละเอียดลึกซึ้ง ทรงตรัสอธิบาย เรื่อง อายตนะภายใน 6, อายตนะภายนอก 6, หมวดวิญญาณ 6, หมวดผัสสะ 6, มโนปวิจาร 18, สัตตบท 36 และสติปัฏฐาน 3   ซึ่งพระสูตรนี้ อยู่วรรคที่ 4 คือ วิภังควรรค ในพระไตรปิฎกเล่มที่ 14 พระสุตตันตปิฏก มัชฌิมนิกาย อุปปริปัณณาส เล่มที่ 6 ซึ่งมีชื่อพ้องกับพระสูตรที่ 7 ของวรรคที่ 5 คือสฬายตนวรรค ของเล่มนี้เหมือนกัน แต่มีเนื้อหาสาระแตกต่างกัน จึงควรนำมาศึกษาเปรียบเทียบกับพระสูตรนั้นด้วย จะช่วยให้เข้าใจเรื่องสฬายตนะดีขึ้นกว้างขวางขึ้น สูตร#2 มหาสฬายตนวิภังคสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ เชตวัน ทรงแสดงธรรมเนื่องด้วยอายตนะ 6 ที่สำคัญให้ฟัง และทรงแสดงผลของผู้ที่รู้เห็นตามความเป็นจริง อริยมรรคมีองค์ 8 ย่อมเจริญขึ้น ธรรมเหล่าอื่นก็เจริญเต็มที่ด้วย สมถะและวิปัสนาของเขาย่อมเคียงคู่กันไป จนสามารถกำหนดรู้ธรรมที่ควรกำหนดรู้คือขันธ์ 5 ละธรรมที่ควรละ คือ อวิชชา และภวตัณหา เจริญธรรมที่ควรเจริญ คือ สมถะ และวิปัสสนา ทำให้แจ้งธรรมที่ควรทำให้แจ้ง คือ วิชชา และวิมุตติ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Jun 28, 202356 min

S66 Ep 25อายตนะ และการพัฒนาอินทรีย์-อินทริยภาวนาสูตร ปิณฑปาตปาริสุทธิสูตร และสาเกตสูตร [6625-4s]

สูตร#1 อินทริยภาวนาสูตร ทรงแสดงแก่อุตตรมาณพซึ่งเป็นศิษย์ของปาราสิริยพราหมณ์ ขณะประทับอยู่ ณ เวฬุวัน ในกัชชังคลานิคม ทรงปรารภคำกราบทูลของอุตตรมาณพเรื่องการเจริญอินทรีย์ของปาราสิริยพราหมณ์ ซึ่งปาราสิริยพราหมณ์แสดงการเจริญอินทรีย์แก่สาวก คือ แสดงว่า อย่าดูรูปทางตา อย่าฟังเสียงทางหู ทรงตรัสว่า ผู้เจริญอินทรีย์ตามคำสอนของปาราสิริยพราหมณ์ จักเป็นคนตาบอด หูหนวก จากนั้นทรงเรียกพระอานนท์มาแล้ว ทรงแสดงเรื่องการเจริญอินทรีย์ตามหลักคำสอนของพระองค์สูตร#2 ปิณฑปาตปาริสุทธิสูตร ทรงแสดงแก่ท่านพระสารีบุตร ขณะประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน เขตกรุงราชคฤห์ ทรงปรารภวิหารธรรมที่ทำให้พระสารีบุตรมีอินทรีย์ผ่องใส มีผิวพรรณบริสุทธิ์ผุดผ่อง ทรงแสดงว่า ภิกษุผู้ต้องการอยู่ด้วยสุญญตาวิหารธรรมนั้นต้องพิจารณาว่า ขณะกลับจากบิณฑบาต มีอกุศลธรรมที่อาศัยอายตนะภายในเกิดขึ้นแก่ตนหรือไม่ ถ้ามีให้พยายามละเสีย ถ้าไม่มี ให้ยินดีศึกษาในกุศลธรรมต่อไป นอกจากนี้ ผู้อยู่ด้วยสุญญตาวิหารธรรมควรพิจารณา กามคุณ 5 นิวรณ์ 5 และอุปาทานขันธ์ 5 เป็นต้น ทรงสรุปว่า ในอดีต อนาคต และปัจจุบัน ผู้พิจารณาเช่นนี้ จึงทำบิณฑบาตให้บริสุทธิ์ได้สูตร#3 สาเกตสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณป่าอัญชนวัน สถานที่พระราชทานอภัยแก่หมู่เนื้อ เขตเมืองสาเกต ทรงแสดงเหตุที่ทำให้อินทรีย์ 5 ประการอาศัยแล้วกลายเป็นพละ 5 ประการ และเหตุที่พละ 5 ประการอาศัยแล้วกลายเป็นอินทรีย์ 5 ประการ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Jun 21, 202354 min

S66 Ep 24อายตนะ 6 ประการ-สฬายตนวิภังคสูตร นครวินเทยยสูตร และมหาสมัยสูตร [6624-4s]

สูตร#1 สฬายตนะวิภังคสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ เชตวัน ทรงแสดงธรรมเนื่องด้วยอายตนะ 6 ที่สำคัญให้ฟัง และทรงแสดงผลของผู้ที่รู้เห็นตามความเป็นจริง อริยมรรคมีองค์ 8 ย่อมเจริญขึ้น ธรรมเหล่าอื่นก็เจริญเต็มที่ด้วย สมถะ และวิปัสนาของเขาย่อมเคียงคู่กันไป จนสามารถกำหนดรู้ธรรมที่ควรกำหนดรู้คือขันธ์ 5 ละธรรมที่ควรละ คือ อวิชชา และภวตัณหา เจริญธรรมที่ควรเจริญ คือ สมถะ และวิปัสสนา ทำให้แจ้งธรรมที่ควรทำให้แจ้ง คือ วิชชา และวิมุตติสูตร#2 นครวินทยสูตร ทรงแสดงแก่พราหมณ์ และคหบดีชาวบ้านนครวินทะ แควันโกศล ซึ่งพากันมาเฝ้าพระองค์เมื่อทราบว่าเสด็จมาที่หมู่บ้านนั้น โดยทรงประสงค์ให้ศึกษาเปรียบเทียบระหว่างสมณพราหมณ์ที่ควรสักการะ เคารพ นับถือบูชา กับสมณพราหมณ์ที่ไม่ควรสักการะ เคารพ นับถือ บูชา ผลจากการแสดงธรรมครั้งนี้ ทำให้พราหมณ์ และคหบดีเหล่านั้น ขอถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะ แสดงตนเป็นอุบาสกตลอดชีวิตสูตร#3 มหาสมัยสูตร ว่าด้วยการประชุมครั้งใหญ่ของเทวดา ทรงแสดงแก่ภิกษุประมาณ 500 รูปขณะประทับอยู่ที่ป่ามหาวัน เขตกรุงกบิลพัสดุ์ แคว้นสักกะ ซึ่งล้วนเป็นพระอรหันต์ มีเหล่าเทวดาจำนวนมากจาก 10 โลกธาตุมาประชุมกันเพื่อเฝ้าพระผู้มีพระภาค และเยี่ยมภิกษุสงฆ์ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Jun 14, 20231h 0m

S66 Ep 23อดีตพระเจ้าพิมพิสาร-ชนวสภสูตร [6623-4s]

ชนวสภสูตร ทรงแสดงแก่ท่านพระอานนท์ ณ ตำหนักอิฐในนาทิกคาม เขตแคว้นวัชชี เมื่อครั้งเสด็จจาริกแสดงธรรมครั้งสุดท้าย ทรงปรารภคำกราบทูลเลียบเคียงท่านพระอานนท์ เรื่องการที่พระผู้มีพระภาคทรงพยากรณ์คติและอภิสัมปรายภพของพุทธบริษัทผู้ล่วงลับไปแล้ว เช่น ชาวบ้านนาทิกคาม แคว้นวัชชี ฯลฯ (ยกเว้นแคว้นมคธ) ทำให้พุทธบริษัทเหล่านั้นมีความยินดี เกิดปีติโสมนัส แต่การที่ไม่ทรงพยากรณ์พุทธบริษัทชาวมคธผู้ล่วงลับไปแล้วทำให้ดูเหมือนว่า แคว้นนี้ไม่มีพุทธบริษัท ทั้ง ๆ ที่มีเป็นจำนวนมาก การที่ทรงพยากรณ์จะทำให้พุทธบริษัทจำนวนมากในแคว้นนี้เกิดความเลื่อมใส และจะไปเกิดในสุคติภูมิต่อไป ด้วยเหตุนี้ จึงทรงตั้งพระทัยเพ่งพิจารณากำหนดจะทรงทราบคติและอภิสัมปรายภพของพุทธบริษัทชาวมคธผู้ล่วงลับไปแล้ว ก็ทรงทราบชัดตามที่ทรงปรารถนาเมื่อท่านพระอานนท์เข้าเฝ้าจึงตรัสเล่าเรื่องที่ทรงทราบให้ฟังว่า ชนวสภยักษ์ คือ อดีตพระเจ้าพิมพิสารมาเฝ้าพระองค์ กราบทูลให้ทรงทราบว่า ท่านไปเกิดเป็นยักษ์ชื่อชนวสภะในชั้นจาตุมหาราช ท่านบรรลุโสดาบันแล้ว และปรารถนาจะบรรลุเป็นพระสกทาคามีต่อไป โดยประพฤติธรรมคำสอนของพระองค์ตลอดมามิได้เว้น ซึ่งการมาเฝ้าครั้งนี้มาด้วยเหตุ 2 ประการ คือ (1) มาด้วยความเลื่อมใสและปรารถนาจะเข้าเฝ้า (2) มีเรื่องจะกราบทูลให้ทรงทราบคือเรื่องการประชุมของพวกเทพชั้นดาวดึงส์ ที่เทวธรรมสภา ซึ่งในครั้งนั้นท้าวมหาพรหมได้เสด็จมา กล่าวสรรเสริญพระรัตนตรัย แล้วทรงแสดงธรรมตามที่พระผู้มีพระภาคทรงสอน รวม 4 เรื่อง และสนังกุมารพรหมทรงสรุปว่า มีชาวมคธผู้มีความเสื่อมใสอันไม่หวั่นไหว ในพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ จำนวนมาก ที่ล่วงลับดับชีพไปแล้ว เป็นพระโสดาบัน และเป็นพระสกทาคามี Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Jun 7, 202359 min

S66 Ep 22มายาเครื่องกลับใจ-อุปาลิวาทสูตร [6622-4s]

อุปาลิวาทสูตร ทรงแสดงแก่นิครนถ์ชื่อทีฆตปัสสี และอุบาลีคหบดี ขณะประทับ ณ ปาวาริกัมพวัน เขตเมืองนาลันทา ในตอนต้น ทรงแสดงแก่นิครนถ์ทีฆตปัสสี ที่ได้เข้าไปสนทนาธรรมกับพระผู้มีพระภาค ทรงตั้งคำถาม ถามทีฆตปัสสีเรื่อง นิครนถ์ นาฏบุตร บัญญัติกรรมในการทำชั่ว ประพฤติชั่วไว้เท่าไร และอย่างไหนมีโทษมากกว่ากัน ทีฆตปัสสีทูลตอบว่า ไม่ได้บัญญัติเรื่องกรรมแต่บัญญัติทัณฑะ มี 3 อย่าง และกายทัณฑะมีโทษมากกว่า จากนั้นตปัสสี ได้ทูลย้อนถามว่า พระองค์บัญญัติทัณฑะในการทำชั่ว ประพฤติชั่วไว้เท่าไร และอย่างไหนมีโทษมากกว่ากัน ทรงตอบว่า ไม่ได้บัญญัติทัณฑะ แต่บัญญัติ กรรม มี 3 อย่าง และมโนกรรมมีโทษมากกว่าจากนั้นทีฆตปัสสี ได้นำเรื่องไปเล่าให้นิครนถ์ นาฏบุตร และนิครนถ์บริษัทฟัง ทุกคนเห็นว่าทีฆตปัสสีกล่าวถูกต้อง อุบาลีคหบดีจึงรับอาสานำเรื่องนั้นไปโต้วาทะกับพระพุทธเจ้า ซึ่งพระองค์ทรงย้อนถามปัญหาอุบาลี 4 ข้อ เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสถามปัญหาจบลง อุบาลีคหบดียอมรับว่า มโนกรรมมีโทษมากกว่าจริง และได้แสดงตนเป็นอุบาสกถึง 3 ครั้ง จากนั้นทรงแสดงอนุปุพพิกถา จนอุบาลีคหบดี บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

May 31, 20231h 0m

S66 Ep 21นี้เป็นวรรณะสูงสุด-เวขณสสูตร และจูฬสกุลุทายิสูตร [6621-4s]

สูตร#1 เวขณสสูตร ทรงแสดงแก่ปริพาชกชื่อ เวขณสะ ขณะประทับอยู่ พระเชตวัน เขตกรุงสาวัตถี ทรงปรารภคำอุทานของเวขณสปริพาชก ซึ่งทำทีเปล่งอุทานในสำนักของพระองค์ให้ทรงได้ยินว่า “นี้เป็นวรรณะสูงสุด นี้เป็นวรรณะสูงสุด”ทรงตรัสถามความหมายของวรรณะสูงสุด แต่เขากราบทูลแต่คำเดิม จึงทรงตรัสว่า เวขณสะใช้คำพูดเลื่อนลอย เปรียบเหมือนชายหนุ่มที่รักหญิงงามแต่ไม่รู้ว่านางเป็นใคร ไม่รู้จักชื่อ ตระกูล ลักษณะและที่อยู่ในที่สุดเวขณสปริพาชกยอมอธิบายว่า หมายถึง อัตตาที่ยั่งยืน หลังจากตายแล้วมีวรรณะเหมือนแก้วไพฑูรย์ ฯลฯ ส่องแสงสว่างเป็นประกาย พระผู้มีพระภาคจึงทรงแสดงสิ่งที่ส่องสว่างกว่านั้น และแต่ละอย่างส่องแสงสว่างยิ่งกว่าวรรณะที่เขากล่าวถึงจากนั้นได้ตรัสกามคุณ 5 กามสุข และความสุขอันเลิศกว่ากามสุข มีเพียงพระอรหันตขีณาสพเท่านั้นที่จะรู้ได้ เวขณสะได้ฟังเช่นนั้นก็โกรธ กล่าวหาว่าทรงตรัสถึงพระอรหันตขีณาสพโดยไม่รู้จริง จึงทรงท้าทายให้เขาเข้ามาปฏิบัติ ตามคำสั่งสอนของพระองค์ ก็จะรู้เองเห็นเอง เวขณสปริพาชก จึงยอมแสดงตนเป็นอุบาสกตลอดชีวิตสูตร#2 จูฬสกุลุทายิสูตร ทรงแสดงแก่สกุลุทายีปริพาชก ณ อารามของปริพาชก เขตกรุงราชคฤห์สกุลุทายีได้สนทนาธรรมกับพระผู้มีพระภาคถึงเรื่องนิครนถ์ นาฏบุตรซึ่งอ้างว่าตนเป็นสัพพัญญู เห็นสิ่งทั้งปวง แม้ขณะเดิน หยุด หลับ และตื่น แต่พอถูกถามปัญหาเรื่องการระลึกชาติในอดีตกลับเอาเรื่องอื่นมาพูดกลบเกลื่อน พูดนอกเรื่อง ทั้งแสดงอาการโกรธไม่พอใจ ด้วยเหตุนี้ ทำให้เขาระลึกถึงพระผู้มีพระภาคมีแต่พระองค์เท่านั้นที่ทรงทราบเรื่องนี้จริงๆจากนั้นทรงแสดงปฏิจจสมุปบาทให้ฟัง และทรงตรัสถามถึงความเห็นในลัทธิของปริพาชกเกี่ยวกับวรรณะสูงสุด และปัญหาเรื่องโลกที่มีสุขโดยส่วนเดียว (โลกที่ไม่มีทุกข์) ทรงซักไซร้ ไล่เลียงจนสกุลุทายีปริพาชกยอมรับว่า ลัทธิของตนว่างเปล่า และผิดไปหมดจากนั้นทรงแสดงข้อปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งโลกที่มีสุขโดยส่วนเดียว คือ ฌาน 4 และวิชชา 3 เมื่อทรงแสดงธรรมจบสกุลุทายีปริพาชกขอบวชแต่ลูกศิษย์ห้ามมิให้บวช Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

May 24, 20231h 5m

S66 Ep 20การแสวงหาที่ประเสริฐ-ปาสราสิสูตร [6620-4s]

ปาสราสิสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุจำนวน 500 รูป ณ อาศรมรัมมกพราหมณ์ เขตกรุงสาวัตถี เนื่องจากภิกษุเหล่านี้ได้เดินทางมาพบท่านพระอานนท์ เพื่อขอเข้าเฝ้าและฟังธรรม พระอานนท์จึงได้กราบทูลพระพุทธเจ้าให้เสด็จไปโปรดภิกษุเหล่านี้เมื่อทรงเสด็จไปถึง ทรงได้ยินภิกษุกำลังสนทนาธรรมกันอยู่ ทรงประทับยืนรอจนภิกษุเหล่านั้นสนทนาธรรมจบลง จึงเสด็จเข้าไป ทรงตรัสถึงผู้มาประชุม มีกิจที่ควรทำ 2 ประการ คือ 1) การสนทนาธรรม 2) การเป็นผู้นิ่งอย่างพระอริยะ แล้วทรงปรารภการแสวงหามี 2 อย่าง คือ การแสวงหาที่ประเสริฐ และการแสวงหาที่ไม่ประเสริฐ แล้วทรงอธิบาย ว่าการแสวงหาที่ไม่ประเสริฐ ได้แก่ การแสวงหากาม การแสวงหาที่ประเสริฐ ได้แก่ การแสวงหาทางเพื่อพ้นไปจากกาม บรรลุถึงพระนิพพาน สำหรับการแสวงหาที่ประเสริฐ ทรงยกการแสวงหาโมกขธรรมของพระองค์เองเป็นตัวอย่าง จึงทรงเล่าพุทธประวัติตอนต้นและทรงแสดงด้วยอุปมาโวหารเปรียบเทียบให้เห็นโทษของกามคุณ 5 ซึ่งถ้าไม่มีปัญญาสลัดออกจากกามคุณ 5 ได้ จะต้องถูกมารใจบาปทำอะไรๆ ได้ตามชอบใจเหมือนเนื้อป่าที่ติดบ่วง ถูกพรานเนื้อทำอะไรๆ ได้ตามชอบใจ แล้วทรงสอนวิธีสลัดออกจากกามคุณ 5 ด้วยการปฏิบัติสมถะ และวิปัสสนา Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

May 17, 20231h 6m

S66 Ep 19ปริพาชกชื่อวัจฉโคตร-จูฬวัจฉโคตตสูตร อัคคิวัจฉโคตตสูตร และมหาวัจฉโคตตสูตร [6619-4s]

สูตร#1 จูฬวัจฉโคตตสูตร ทรงแสดงแก่วัจฉโคตรปริพาชก ขณะประทับ ณ กูฏาคารศาลา ป่ามหาวัน กรุงสาวัตถี ปรารภคำถามของวัจฉโคตรปริพาชกว่า พระพุทธเจ้าทรงเป็นพระสัพพัญญูเห็นธรรมทั้งปวง ยืนยันญาณทัสสนะในขณะ เดิน หยุด หลับและตื่น เป็นการกล่าวถูกต้องหรือไม่ ตรัสตอบว่าไม่ถูกต้อง เพราะทรงเป็นผู้มีวิชชา 3 แล้วทรงแสดงวิชชา 3 เพื่อให้วัจฉโคตรปริพาชกรู้ว่าลัทธิอื่น นอกจากพระพุทธศาสนาไม่มีใครเป็นสัพพัญญูสูตร#2 อัคคิวัจฉโคตตสูตร ทรงแสดงแก่วัจฉโคตรปริพาชก ณ พระเชตวัน ทรงปรารภคำถามของปริพาชกว่า พระองค์ทรงมีอันตคาหิกทิฏฐิ (ความเห็นสุดโต่ง) 10 ประการหรือไม่ ทรงตอบว่า ไม่มี แล้วทรงตรัสถึงโทษของทิฏฐิเหล่านั้น ซึ่งทรงกำจัดได้แล้ว และทรงหลุดพ้นจากการยึดมั่นทิฏฐิในเรื่องขันธ์ 5 ปริพาชกมีความเข้าใจ จนได้ประกาศตนเป็นอุบาสก สมาทานไตรสรณคมน์สูตร#3 มหาวัจฉโคตตสูตร ทรงแสดงแก่วัจฉโคตรปริพาชกขณะประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน เขตกรุงราชคฤห์ ปริพาชกทูลขอให้พระผู้มีพระภาคทรงแสดงธรรมให้ฟัง ทรงแสดง อกุศลมูล 3 กุศลมูล 3 อกุศลกรรมบท 10 กุศลกรรมบท 10 และทรงแสดงผลที่ผู้นับถือพระพุทธศาสนาจะได้รับ ที่ไม่ได้มีเฉพาะพระพุทธเจ้า หรือเหล่าสาวกเพียงบางคนบางท่านแต่มีกว่านั้นมากนัก จึงทำให้มีศรัทธาเห็นถึงความบริบูรณ์เต็มพร้อมของธรรมวินัยนี้ และได้ขอบรรพชาจนกระทั่งสามารถทำวิชชา 3 ให้เกิดขึ้นได้ เป็นพระอรหันต์องค์หนึ่งในโลก Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

May 10, 20231h 0m

S66 Ep 18ศรัทธาที่ประกอบด้วยปัญญา-มหาสกุลุทายิสูตร ตอนที่ 2 [6618-4s]

มหาสกุลุทายิสูตร ตอนที่ 2 ทรงตรัสว่า สาวกผู้ปฏิบัติเคร่งครัดในธรรม 5 ประการนี้ เทียบเท่าหรือยิ่งกว่าพระองค์มีอยู่ ถ้าถือธรรม 5 ประการนั้นเป็นเหตุ สาวกเหล่านั้นก็คงไม่เคารพพระองค์ แล้วทรงแสดงธรรม 5 ประการอื่นอีก คือ1. ทรงมีอธิศีล2. ทรงมีญาณทัสสนะ3. ทรงมีอธิปัญญา4. ทรงสามารถตรัสตอบปัญหาเรื่องอริยสัจ 4 ได้5. ทรงสามารถตรัสบอกข้อปฏิบัติที่ทำให้บรรลุที่สุดแห่งอภิญญา และอภิญญาบารมี (อรหัตตผล) คือ โพธิปักขิยธรรม 37 วิโมกข์ 8 อภิภายตนะ 8 กสินายตนะ 10 ฌาน 4 และวิชชา 8 Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

May 3, 202354 min

S66 Ep 17ธรรมให้เกิดความเคารพเลื่อมใส-มหาสกุลุทายิสูตร ตอนที่ 1 [6617-4s]

มหาสกุลุทายิสูตร ตอนที่ 1 ทรงแสดงแก่สกุลุทายิปริพาชก ณ อารามของปริพาชก เขตกรุงราชคฤห์ พระผู้มีพระภาคเสด็จเข้าไปยังอารามของปริพาชก ขณะนั้น สกุลุทายีปริพาชกกำลังนั่งสนทนาดิรัจฉานกถาอยู่กับปริพาชกบริษัท ทูลเชิญให้พระผู้มีพระภาคประทับนั่ง ได้กราบทูลเรื่องที่สนทนากันว่า มีสมณพราหมณ์มาประชุมกันสนทนากันว่า บรรดาสมณพราหมณ์ผู้เป็น เจ้าหมู่เจ้าคณะ เป็นเจ้าลัทธิ ในที่ประชุมมีผู้ห็นว่า สมณพราหมณ์ผู้เป็นเจ้าหมู่ 6 ท่านแรก เคยมีเรื่องที่สาวกแสดงความไม่เคารพมาแล้วส่วนท่านที่ 7 คือ พระสมณโคดม เมื่อแสดงธรรมจะไม่มีเสียงจามหรือเสียงไอของพระสาวกเลย ทำให้ผู้ต้องการฟังธรรมฟังได้เต็มที่ แม้สาวกผู้ลาสิกขาไปก็ยังกล่าวสรรเสริญ สาวกผู้เป็นอุบาสกก็พากันสมาทานประพฤติสิกขาบท 5 สาวกสักการะเคารพ นับถือ บูชาพระสมณโคดมอย่างนี้ และยังได้อาศัยพระสมณโคดมด้วยทรงตรัสถามสกุลุทายีว่า เห็นธรรมกี่ประการ ซึ่งเป็นเหตุให้สาวกของพระองค์แสดงความเคารพพระองค์เช่นนั้น เขากราบทูลว่า เห็นธรรม 5 ประการ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า สาวกผู้ปฏิบัติเคร่งครัดในธรรม 5 ประการนี้เทียบเท่าหรือยิ่งกว่าพระองค์ มีอยู่ ถ้าถือธรรม 5 ประการนั้นเป็นเหตุ สาวกเหล่านั้นก็คงไม่เคารพพระองค์ แล้วทรงแสดงธรรม 5 ประการอื่นอีก Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Apr 26, 202356 min

S66 Ep 16มูลเหตุแห่งธรรม-มูลปริยายสูตร [6616-4s]

มูลปริยายสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับ ณ โคนไม้รังใหญ่ ในสุภควัน เขตเมืองอุกกัฏฐา ได้ทรงแสดงเรื่องราวอันเป็นมูลแห่งธรรมทั้งปวง (สัพพธัมมมูลปริยาย) มีใจความสำคัญแบ่งออกเป็น 8 ส่วน คือ เนื่องด้วยปุถุชน (คนที่ยังหนาไปด้วยกิเลส) 1 จำพวก เนื่องด้วยเสขะ 1 จำพวก เนื่องด้วยพระขีณาสพ (พระอรหันต์) 4 จำพวก และ เนื่องด้วยพระศาสดา 2 จำพวก คือ⁃ปุถุชนผู้มิได้สดับ ย่อมรู้ตามความจำถึงสิ่งต่างๆ แล้วยึดถือว่าเป็นของเรา เพราะไม่ได้กำหนดรู้ตามเป็นจริงซึ่งสิ่งนั้นๆ⁃ภิกษุผู้เป็นเสขะ รู้ยิ่งด้วยปัญญาซึ่งสิ่งต่างๆ การยึดถือว่าเป็นของเราเพราะสิ่งนั้น พระเสขะควรกำหนดรู้ได้⁃ภิกษุผู้เป็นพระอรหันต์ขีณาสพ รู้ยิ่งด้วยปัญญาซึ่งสิ่งต่างๆ ย่อมไม่ถือว่าเป็นของเรา เพราะกำหนดสิ่งนั้นๆ แล้ว เพราะสิ้นราคะความกำหนัดยินดี เพราะสิ้นโทสะความคิดประทุษร้าย เพราะสิ้นโมหะความหลง⁃พระศาสดา รู้ยิ่งด้วยปัญญาซึ่งสิ่งต่างๆ ไม่ยึดถือว่าเป็นของเรา เพราะกำหนดรู้ในสิ่งนั้นๆ แล้ว และเพราะสิ้นตัญหาด้วยประการทั้งปวง ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Apr 19, 202355 min

S66 Ep 15การอยู่อย่างผาสุก-นฬกปานสูตร และปุตตมังสสูตร [6615-4s]

สูตร#1 นฬกปานสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ หมู่บ้านนฬกปานะ ทรงปรารภกุลบุตรผู้มีชื่อเสียงจำนวนมากที่บวชด้วยศรัทธาทรงตรัสถามกุลบุตรถึงความยินดีในพรหมจรรย์ และการออกบวชเพื่อกระทำที่สุดแห่งทุกข์ และตรัสถึงหน้าที่ที่ผู้บวชใหม่จะต้องประพฤติปฏิบัติ และได้ทรงพยากรณ์ถึงการบรรลุธรรมของเหล่าภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา จุดประสงค์เพื่อให้คนที่ได้ยินได้ฟังถึงบุคคลที่เขารู้จัก เคยร่วมพูดคุย คบหาสมาคม จะสามารถรู้ถึงศรัทธา ศีล สุตตะ จาคะ และปัญญาของบุคคลต่างๆ เหล่านั้น ทำให้น้อมจิตไปเพื่อศรัทธา เป็นต้น ทำให้มีความอยู่อย่างผาสุกได้สูตร#2 ปุตตมังสสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงอาหาร 4 อย่าง เพื่อความดำรงอยู่ของสัตว์โลกที่เกิดมาแล้ว (ภูตสัตว์) หรือเพื่ออนุเคราะห์แก่เหล่าสัตว์ ผู้แสวงหาที่เกิด (สัมภเวสีสัตว์)และทรงยกอุปมาโดยลักษณะอาหาร 4 เพื่อให้อริยสาวกกำหนดรู้ได้ ราคะซึ่งเกิดจากกามคุณ 5 เวทนา 3 ประการ ตัณหา 3 ประการ และนามรูป จะกำหนดรู้ได้ด้วย เมื่อกำหนดรู้ได้แล้วจึงเป็นเหตุให้ไม่กลับมาสู่โลกนี้อีก Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Apr 12, 202356 min

S66 Ep 14ประทานโอวาทแก่พระราหุล-มหาราหุโลวาทสูตร และจูฬราหุโลวาทสูตร [6614-4s]

สูตร#1 มหาราหุโลวาทสูตร ทรงแสดงแก่ท่านพระราหุล (สมัยยังเป็นสามเณร) เพื่อให้ท่านบรรเทาความพอใจและความกำหนัดเกี่ยวกับเรือนร่าง คือ ขันธ์ 5ขณะนั้นทรงประทับอยู่พระเชตวัน เขตกรุงสาวัตถี ในตอนเช้าก่อนเสด็จออกบิณฑบาต ทรงแสดงวิธีการเจริญกัมมัฏฐานหลายอย่าง ทรงสอนให้พิจารณาขันธ์ 5 และการเจริญอานาปานสติให้มีผลมาก มีอานิสงส์มาก คือ ให้พิจารณาธาตุ 5 ให้เจริญภาวนาเสมอด้วยธาตุทั้ง 5 นั้น ให้เจริญภาวนา 6 อย่าง และให้เจริญอานาปานสติ 16 ชั้นสูตร#2 จูฬราหุโลวาทสูตร ทรงแสดงแก่ท่านพระราหุล (สมัยยังเป็นสามเณร) ขณะประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน เขตกรุงราชคฤห์ ทรงปรารภว่า ท่านพระราหุลยังเยาว์อยู่ อาจจะพูดเท็จทั้งๆ ที่รู้ จึงทรงเสด็จเข้าไปหาท่านพระราหุลซึ่งกำลังพักอยู่ ณ ปราสาทชื่อ อัมพลัฏฐิกาขณะที่พระองค์ทรงล้างพระบาท ทรงเหลือน้ำไว้ในภาชนะหน่อยหนึ่ง รับสั่งเรียกท่านพระราหุลมาพิจารณาดูน้ำนั้น แล้วทรงแสดงเปรียบเทียบว่า เป็นสมณะถ้าไม่มีความละอายกล่าวเท็จทั้งที่รู้ ก็เหลือความเป็นสมณะเพียงหน่อยหนึ่งเหมือนน้ำในขันทรงเทน้ำทิ้งแล้วทรงคว่ำขัน และหงายขันขึ้น แล้วทรงเปรียบเทียบให้ฟังว่า ถ้ายังกล่าวเท็จอยู่ก็เหมือนน้ำที่เขาทิ้งแล้ว เหมือนขันที่คว่ำ และว่างเปล่าเหมือนขันที่หงายขึ้นทรงยกอุปมาด้วยช้างขึ้นมาเปรียบเทียบว่า ช้างต้นที่ใช้อวัยวะทุกส่วนทำงานให้พระราชาได้ไม่มีอะไรที่ช้างต้นนั้นจะทำไม่ได้ คนที่ไม่มีความละอายกล่าวเท็จทั้งที่รู้ก็เหมือนกัน ที่จะไม่ทำบาปอะไรเลยไม่มีจากนั้นทรงสอนให้พิจารณาดูกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรมของตน เหมือนคนใช้คันฉ่องส่องดูเงาหน้าตัวเอง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Apr 5, 202354 min

S66 Ep 13ธรรมที่อาศัยกันเกิดขึ้น-ปฏิจจสมุปบาท [6613-4s]

"ปฏิจจสมุปบาท" คือ ธรรมที่อาศัยกันเกิดขึ้น ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ วิหารเชตวัน ถึงความหมายในแต่ละข้อ อุปมาอุปไมย และความเกี่ยวเนื่องกับอริยสัจสี่ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Mar 29, 202355 min

S66 Ep 12โทษแห่งกาม-มหาทุกขักขันธสูตร และจูฬทุกขักขันธสูตร [6612-4s]

สูตร#1 มหาทุกขักขันธสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงปรารภคำถามของพวกอัญเดียรถีย์ปริพาชก ที่ภิกษุนำมากราบทูลให้ทรงทราบ า พระองค์ทรงบัญญัติคำสอนเหมือนที่พวกปริพาชกบัญญัติไว้เหมือนกัน คือ เรื่องการละกาม การละรูป และการละเวทนาทั้งหลาย คำสอนเหล่านี้ ผิดแผกแตกต่างกันอย่างไร พระองค์จึงทรงตรัสสอนภิกษุในการตอบโต้วาทะของนักบวชพวกนั้นด้วยการตั้งคำถามย้อนกลับ ดังนี้ 1. อะไรเป็นเหตุแห่งกามทั้งหลาย อะไรเป็นโทษ อะไรเป็นการสลัดออกจากกามทั้งหลาย 2. อะไรเป็นคุณ โทษ และเป็นการสลัดออกจากรูปทั้งหลาย 3. อะไรเป็นคุณ โทษ และการสลัดออกจากเวทนาทั้งหลาย ทรงย้ำว่า คำถามเหล่านี้ นอกจากพระองค์และสาวกของพระองค์ ไม่มีผู้ใดสามารถตอบให้ถูกต้องสมบูรณ์ได้ สมณหรือพราหมณ์พวกใดก็ตามถ้าไม่รู้ชัดในคุณ โทษและการสลัดออก ตามความเป็นจริง ก็จะไม่มีทางรอบรู้ กาม รูปและเวทนาทั้งหลายได้เอง หรือชักชวนผู้อื่นให้รู้ได้และปฏิบัติตามจนรอบรู้ได้สูตร#2 จูฬทุกขักขันธสูตร ทรงแสดงแก่เจ้ามหานามะ ณ นิโครธาราม ทรงตอบข้อสงสัยในธรรมของเจ้ามหานามะ ที่กราบทูลว่า พระองค์ทรงรู้ทั่วถึงธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ว่า โลภะ โทสะ โมหะ เป็นเครื่องเศร้าหมองของจิต แต่บางครั้ง ยังถูกโลภะบ้าง โทสะบ้าง โมหะบ้าง ครอบงำพระทัย ธรรมอะไรที่ยังทรงละไม่ได้ในภายใน พระพุทธเจ้าทรงตัสตอบว่า คือธรรมในภายในถ้าทรงละได้ จะไม่ทรงครองเรือน ไม่ทรงบริโภคกาม แล้วทรงเล่าเรื่องของพระองค์ตั้งแต่ยังทรงเป็นโพธิสัตว์ก่อนการตรัสรู้ และทรงแสดงถึงคุณ โทษ และการสลัดออกแห่งกามทั้งหลาย Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Mar 22, 202354 min

S66 Ep 11ปาฏิหาริย์ 3 อย่าง-เกวัฏฏสูตร [6611-4s]

เกวัฏฏสูตร ทรงตรัสแก่เกวัฏฏบุตรคหบดีขณะประทับอยู่ในสวนมะม่วงของปาวาริกเศรษฐี หรือที่เรียกว่า ปาวาริกัมพวัน เขตเมืองนาลันทา เกวัฏฎบุตรคหบดีเป็นพุทธศาสนิกชนผู้มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะให้ชาวนาลันทาหันมานับถือพระพุทธศาสนาโดยทั่วกัน จึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคกราบทูลให้รับสั่งแก่ภิกษรูปใดรูปหนึ่งผู้ชำนาญทางการแสดงปาฏิหาริย์ไปแสดงปาฏิหาริย์ให้ชาวเมืองนั้นชม พระพุทธเจ้าจึงได้ตรัสเทศนาพระสูตรนี้ ทรงตรัสว่า พระองค์มิได้สอนธรรมเพื่อให้ภิกษุแสดงปาฏิหาริย์แก่คฤหัสถ์ แล้วทรงชี้แจงว่า ทรงรู้แจ้งปาฏิหาริย์ 3 อย่างคือ (1) อิทธิปาฏิหาริย์ (การแสดงฤทธิ์ต่างๆ ได้อย่างน่าอัศจรรย์) (2) อาเทสนาปาฏิหาริย์ (การดักทายใจผู้อื่นได้อย่างน่าอัศจรรย์) (3) อนุสาสนีปาฏิหาริย์ (การพร่ำสอนที่มีผลอย่างน่าอัศจรรย์) จากนั้นทรงแสดงอนุสาสนีปาฏิหาริย์ให้เกวัฏฏะฟัง คือทรงแสดงผลของศีล 3 ชั้น ผลของฌาน 4 และวิชชา 8 ในตอนท้ายทรงเล่าเรื่องภิกษุรูปหนึ่งต้องการทราบว่ามหาภูตรูป 4 ดับสนิทในที่ใด จึงเข้าสมาธิไปเที่ยวถามพวกเทวดาในเทวโลกทุกๆ ชั้นก็ไม่ได้รับคำตอบ จึงไปเที่ยวถามพวกเทพที่เป็นพรหมบริษัทในพรหมโลกจนได้เข้าพบท้าวมหาพรหมที่อ้างว่าเป็นผู้สร้างโลก ท้าวมหาพรหมได้บอกภิกษุรูปนั้นไปว่า ไม่มีใครรู้ นอกจากพระพุทธเจ้า ภิกษุรูปนั้นจึงกลับมาเฝ้าพระผู้มีพระภาค ทูลถามข้อข้องใจนั้น พระองค์ตรัสตอบว่า ดับสนิทในจิตของพระอรหันต์ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Mar 15, 202356 min

S66 Ep 10ความคิดเห็นชั่วร้าย-โลหิจจสูตร [6610-4s]

โลหิจจสูตร ทรงตรัสแก่โลหิจจพราหมณ์เพื่อแก้ความเห็นผิด ขณะทรงแวะพักในหมู่บ้านสาลวติกา (หมู่บ้านที่มีต้นสาละเป็นรั้ว) แคว้นโกศล ที่พระเจ้าปเสนทิโกศลพระราชทานเป็นพรหมไทยให้โลหิจจพราหมณ์ปกครอง ทรงตรัสถามโลหิจจพราหมณ์ จริงหรือไม่ที่มีผู้กล่าวว่า โลหิจจพราหมณ์มีความเห็นชั่วร้ายว่า สมณะหรือพราหมณ์ควรบรรลุกุศลธรรม แต่ไม่ควรบอกแก่ผู้ใด เพราะไม่มีใครช่วยใครได้ ผู้ที่บอกถือว่ายังมีความโลภ เหมือนคนที่ตัดเครื่องจองจำเก่า แล้วสร้างเครื่องจองจำใหม่ขึ้นแทน ก็ถือว่ามีความโลภอย่างเดียวกัน ความโลภเป็นความชั่วร้าย จึงไม่ควรมีความโลภ โลหิจจพราหมณ์กราบทูลว่าจริง จึงทรงซักถาม ในกรณีที่โลหิจจพราหมณ์เป็นผู้ปกครองหมู่บ้านและกรณีพระเจ้าปเสนทิโกศลปกครองแคว้นโกศลและแคว้นกาสี ไล่เลียงให้โลหิจจพราหมณ์ตอบ จนจบลงที่ผู้เป็นมิจฉาทิฏฐิมีคติ 2 อย่าง คือ ตายแล้วไปเกิดในนรก หรือในกำเนิดสัตว์เดรัจฉาน แล้วทรงสรุปว่า ความเห็นที่ว่า สมณะหรือพราหมณ์ควรบรรลุกุศลธรรมแต่ไม่ควรบอกผู้ใดนั้น ก็ถือว่าไม่แบ่งผลประโยชน์แก่ผู้อื่นจัดเป็นมิจฉาทิฏฐิเช่นกัน จากนั้นทรงแสดงว่ามีศาสดาอยู่ 3 ประเภทที่สมควรถูกทักทัวง และศาสดาอีก 1 ประเภทที่ไม่สมควรถูกทักทัวง เมื่อตรัสจบ โลหิจจพราหมณ์ได้ประกาศตนเป็นอุบาสกผู้ถึงพระรัตนตรัยไปตลอดชีวิต Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Mar 8, 202356 min

S66 Ep 9พึ่งตน พึ่งธรรม-จักกวัตติสูตร [6609-4s]

จักกวัตติสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่ที่เมืองมาตุลา แคว้นมคธ ทรงตรัสสอนให้พึ่งตน พึ่งธรรม โดยการเจริญสติปัฏฐาน 4 และให้ประพฤติธรรมอันเป็นที่โคจรที่สืบเนื่องมาจากบิดา เมื่อประพฤติข้อนี้ บุญกุศลจะเจริญยิ่งขึ้น มารจะขัดขวางมิได้ ทรงอธิบายว่า ผู้พึ่งตนพึ่งธรรมจะเจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ โภคะ และพละ แล้วทรงตรัสเล่านิทานเกี่ยวกับพระเจ้าจักรพรรดิในอดีต 7 พระองค์ มีพระเจ้าทัฬหเนมิ เป็นต้น ผู้ประพฤติจักรวรรดิวัตรสืบทอดต่อๆ กันมาโดยลำดับ เมื่อกษัตราธิราชทรงประพฤติจักรวรรดิวัตรนี้โดยบริบูรณ์แล้ว แก้ว 7 ประการ ได้เกิดขึ้น ทำให้บ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองอุดมสมบูรณ์ พระเจ้าจักรพรรดิ และประชาราษฎร์ผู้ประพฤติตามมีอายุยืนถึง 80,000 ปี มีวรรณะผ่องใส มีความสุข มีโภคะ และพละ แต่ยังมีกษัตราธิราชผู้ได้รับมูรธาภิเษกพระองค์หนึ่ง ซึ่งนับเป็นองค์ที่ 8 ไม่ทรงประพฤติจักรวรรดิวัตรสืบทอดจากพระชนก จึงไม่ทรงมีแก้ว 7 ประการ บ้านเมืองของพระองค์จึงไม่เจริญรุ่งเรือง ประชาราษฎร์ประสบความเดือดร้อน อดอยากต้องขโมยเขากิน อกุศลธรรมข้อ อทินนาทาน จึงเกิดขึ้น อายุ วรรณะ สุขะ โภคะ และพละเริ่มเสื่อมถอย ต่อมา ได้เกิดอกุศลธรรมข้อ ปาณาติบาต มุสาวาท ฯลฯ ขึ้นตามลำดับ เมื่ออกุศลธรรมแต่ละข้อเจริญขึ้น กุศลธรรมเสื่อมลงๆ อายุ วรรณะ สุขะ โภคะ และพละก็เสื่อมลงๆจนถึงสมัยหนึ่งที่มนุษย์มีอายุขัยแค่ 10 ปีตาย ในสมัยนั้นจะเกิดกาลยุคขั้นมิคสัญญีเป็นเวลา 7 วัน คือ คนเห็นคนเข้าใจว่าเป็นเนื้อที่ตนอยากกินเพื่อแก้ความหิวโหย จึงใช้อาวุธประหัตประหารกัน จนผู้คนล้มตายไปเกือบหมดโลก ช่วงเวลานั้น เรียกว่า สัตถันตรกัป คนที่รอดตาย คือ ผู้ที่หลบหนีออกจากหมู่คณะไปหลบซ่อนตัวอยู่ป่า พอพ้น 7 วัน จึงออกจากที่ซ่อน เกิดความรู้สึกสำนึกถึงคุณค่าของธรรม แล้วตั้งใจปฏิบัติธรรม ทำให้ค่อยๆ กลับเจริญรุ่งเรืองขึ้นโดยลำดับอีกและเมื่อมนุษย์มีอายุ 80,000 ปี พระเจ้าจักรพรรดิพระองค์หนึ่ง พระนามว่าสังขะ จะเสด็จอุบัติขึ้นในโลก พระองค์ทรงประพฤติจักรวรรดิวัตรอย่างเคร่งครัด ทำให้บ้านเมืองของพระองค์เจริญรุ่งเรือง กว้างขวาง อาณาจักรของพระองค์มีศูนย์กลางการปกครองอยู่ที่กรุงพาราณสี แต่จะมีชื่อว่าเกตุมดีราชธานี มีประชากรหนาแน่น ในสมัยนั้น พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า เมตไตรย จะเสด็จอุบัติขึ้นในโลก จะทรงสั่งสอนธรรมและบริหารการคณะสงฆ์อย่างเดียวกับพระองค์ในบัดนี้ ด้วยเหตุนี้ พระองค์จึงทรงสอนให้พึ่งตนพึ่งธรรมโดยการเจริญสติปัฏฐาน 4 และประพฤติธรรมอันเป็นโคจร ซึ่งสืบเนื่องมาจากบิดา ผู้ปฏิบัติธรรมย่อมเจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ โภคะ และพละ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Mar 1, 20231h 9m

S66 Ep 8เห็นตรงตามพระสัทธรรม - สัมมาทิฏฐิสูตร [6608-4s]

ท่านพระสารีบุตรได้อธิบายไว้ถึงลักษณะของสัมมาทิฏฐิ ที่มีแม่แบบตามนัยยะของอริยสัจ 4 (ทุกข์ สมุทัย นิโรธ อริยมรรค) โดยอธิบายไล่เรียงมาตามลำดับในแต่ละอาการของหลักปฏิจจสมุปบาท และประเด็นที่เมื่อได้ฟังแล้วจะเป็นประโยชน์อย่างมาก ก็คือแนวทางการอธิบายที่เพิ่มเติมขึ้นมาจากที่พระพุทธเจ้าได้ทรงอธิบายเอาไว้สุดจบที่อวิชชา โดยได้อธิบายต่อไปจนถึงอาสวะ ซึ่งทำให้มีความเห็นตรงโดยสัมมาทิฏฐิว่าอาสวะและอวิชชานั้นมีความเกี่ยวข้องกัน Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Feb 22, 202358 min

S66 Ep 7พุทธประวัติ ตอน หลังการตรัสรู้และแสดงธรรม [6607-4s]

พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ #4 หลังจากตรัสรู้แล้วทรงอยู่ที่ตำบลอุรุเวลา ใกล้ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ที่ต้นไทร มีเหตุการณ์ตามลำดับ ดังนี้ ทรงคิดหาที่พึ่งสำหรับพระองค์เอง ทรงมีความคิดว่า ธรรมใดที่ทรงตรัสรู้แล้ว พึงสักการะเคารพธรรมนั้น เข้าไปอาศัยธรรมนั้น ทรงถูกพวกพราหมณ์ตัดพ้อ ว่าไม่ทรงอภิวาท ไม่ลุกรับ พราหมณ์ผู้แก่ผู้เฒ่า ทรงอธิบายธรรมที่ทำให้คนเราเป็นเถระ มารทูลให้นิพพาน ทรงตรัสว่า จะไม่ปรินิพพาน จนกว่า สาวกของพระองค์จะเป็นผู้ฉลาด ฯลฯ และศาสนานี้ตั้งมั่น รุ่งเรือง แผ่ไพรศาล ฯลฯ ทรงท้อพระทัยในการแสดงธรรม จิตน้อมไปเพื่อการขวนขวายน้อย พรหมอาราธนาให้ทรงแสดงธรรม เพราะสัตว์ที่มีธุลีในดวงตาแต่เล็กน้อยมีอยู่ ทรงเห็นสัตว์ดุจดอกบัว 3 เหล่า คือ จมอยู่ในน้ำ ตั้งอยู่เสมอพื้นน้ำ และโผล่ขึ้นพ้นน้ำ ทรงแสดงธรรม เพราะเห็นความจำเป็นของสัตว์บางพวก คือ พวกที่เมื่อได้เห็น และได้ฟังธรรมจึงเข้ามาสู่คลองแห่งกุศลธรรมทั้งหลายได้ ทรงเห็นลู่ทางที่จะช่วยเหลือปวงสัตว์ ซึ่งเป็นหนทางเครื่องไปทางเดียว เพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง คือ สติปัฏฐาน 4 ทรงระลึกหาผู้รับปฐมเทศนา คือ ปัญจวัคคีย์ ซึ่งอยู่ที่เมืองพาราณสี ทรงเสด็จพาราณสี พบอุปกาชีวก ทรงโปรดปัญจวัคคีย์ และแสดงปฐมเทศนา ทรงประกาศธรรมจักรที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ครั้งนั้น ท่านโกณฑัญญะ ได้ดวงตาเห็นธรรม Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Feb 15, 20231h 1m

S66 Ep 6คนเราเปลี่ยนแปลงได้-อังคุลิมาลสูตร และทีฆาวุวัตถุ [6606-4s]

สูตร#1 อังคุลิมาลสูตร พระพุทธเจ้าทรงเสด็จไปโปรดโจรองคุลีมาลซึ่งเป็นมหาโจร ผู้โหดร้าย ตัดนิ้วมือคนที่ตนฆ่าแล้วร้อยเป็นพวงมาลัยสวมคอไว้ สมัยนั้น ทรงออกบิณฑบาต เมื่อโจรองคุลีมาลเห็นพระพุทธเจ้าคิดจะปลงพระชนม์ จึงถือดาบและธนูติดตามไปเบื้องหลัง ทรงบันดาลอิทธาภิสังขารมิให้โจรองคุลีมารตามไม่ทัน องคุลิมาลหยุดยืนและกล่าวว่า “หยุดก่อนสมณะ หยุดก่อนสมณะ” ทรงตรัสว่า “เราหยุดแล้ว องคุลิมาล ท่านต่างหากจงหยุด” โจรองคุลีมาลสงสัยว่า ทรงดำเนินอยู่ แต่กลับตรัสว่าหยุด จึงทูลถามสาเหตุที่ตรัสเช่นนั้น ทรงตรัสว่า ทรงวางอาชญาในสรรพสัตว์ได้แล้วจึงชื่อว่า หยุดแล้วตลอดกาล ส่วนโจรองคุลีมาลไม่สำรวมในสัตว์ทั้งหลายจึงชื่อว่า ไม่หยุด องคุลีมาลรู้ว่าทรงเสด็จมาอนุเคราะห์จึงทิ้งดาบและอาวุธ แล้วทูลขอบรรพชา ต่อมาได้หลีกออกไปอยู่ผู้เดียว บำเพ็ญเพียรจนบรรลุเป็นพระอรหันต์สูตร#2 ทีฆาวุวัตถุ ว่าด้วย ฑีฆาวุกุมาร พระเจ้าพรหมทัต แห่งนครพาราณสี ยกทัพไปตีพระเจ้าทีฆีติ ซึ่งเป็นกษัตริย์ที่มีทรัพย์และกำลังพลน้อยกว่า จึงพามเหสีหนีออกมาด้วยการปลอมตัวเป็นปริพาชกแล้วเข้าไปอาศัยอยู่ที่บ้านช่างหม้อที่ชานเมืองแห่งหนึ่งในนครพาราณสี หลังจากนั้น พระมเหสีก็ได้ให้กำเนิดบุตรชายชื่อว่าทีฆาวุราชกุมาร พระเจ้าทีฆีติส่งบุตรชายไปไว้นอกเมือง ด้วยเกรงว่าหากพระเจ้าพรหมทัตรู้ จะสั่งประหารชีวิตทั้งสามพระองค์ต่อมา พระเจ้าพรหมทัตจับพระเจ้าทีฆีติและภรรยาได้ ก็สั่งให้มัดประจานรอบเมืองแล้วประหารเสีย ทีฆาวุราชกุมารมาเห็นเข้า พระเจ้าทีฆีติกได้ตะโกนสั่งเสียบุตรว่า “พ่อทีฆาวุ เจ้าอย่าเห็นแก่ยาวอย่าเห็นแก่สั้น เวรย่อมไม่ระงับด้วยการจองเวร แต่ระงับได้ด้วยการไม่จองเวร” ภายหลัง ทีฆาวุราชกุมารได้เป็นคนสนิทของพระเจ้าพรหมทัต และมีโอกาสที่จะสามารถฆ่าพระเจ้าพรหมทัตได้ แต่นึกถึงคำสั่งเสียของพ่อ ตัดสินใจไม่ลงมือทำ ได้เล่าความจริงให้พระเจ้าพรหมทัตฟัง ทั้งคู่ให้ชีวิตกันและกัน และพระเจ้าพรหมทัตได้ยกแผ่นดินและทรัพย์สินเดิมของพระเจ้าทีฆีติคืนให้ทีฆาวุราชกุมาร พร้อมทั้งยกธิดาของตนให้อภิเษกสมรสด้วย Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Feb 8, 20231h 1m

S66 Ep 5ลักษณะของคนพาลและบัณฑิต - พาลบัณฑิตสูตร [6605-4s]

พาลบัณฑิตสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงตรัสลักษณะของคนพาล 3 ประการ คือ คิดแต่เรื่องชั่ว พูดแต่เรื่องชั่ว ทำแต่กรรมชั่ว คนพาลจึงได้รับทุกขโทมนัส 3 ประการ ในปัจจุบัน หลังจากตายไป จะไปเกิดในทุคติ วินิบาต นรก หรือไปเกิดในภูมิของสัตว์ดิรัจฉานส่วนลักษณะของบัณฑิต 3 ประการคือ คิดแต่เรื่องดี พูดแต่เรื่องดี ทำแต่กรรมดี จึงได้รับสุขโสมนัส 3 ประการ ในปัจจุบัน หลังจากตายไป ก็จะไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์ ซึ่งเป็นสถานที่น่าปรารถนา หรือถ้าไปเกิดเป็นมนุษย์ ก็จะเกิดในตระกูลสูง มีทรัพย์มาก มีรูปงามน่าดูน่าเลื่อมใส Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Feb 1, 202359 min

S66 Ep 4พุทธประวัติ ตอน ปฏิบัติตามทางสายกลาง [6604-4s]

พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ #3 ปฏิบัติตามทางสายกลาง เมื่อทรงแน่พระทัยว่าไม่อาจตรัสรู้เพราะการทำทุกรกิริยา ทรงระลึกได้ว่า เมื่องานแรกนาแห่งพระบิดา ทรงนั่งอยู่ใต้ร่มไม้หว้า ทรงบรรลุปฐมฌาน นี่คงเป็นหนทางแห่งการตรัสรู้ จึงทรงหันหาทางสายกลาง กลับพระทัยฉันอาหารหยาบ เมื่อทรงฉันอาหารหยาบ ปัญจวัคคีย์ผู้คอยบำรุงอยู่พากันหน่ายหลีกไป ด้วยคิดว่าทรงเป็นคนมักมาก จากนั้นทรงเล่าเหตุการณ์ขณะทำความเพียรก่อนการตรัสรู้ คือ ทรงเกิดความรู้สึกว่า พึงทำวิตกให้เป็นสองส่วนและคอยควบคุม ได้ทรงทำลายความขลาดกลัว ทรงกลั้นจิตจากกามคุณในอดีต ทรงคิดค้นวิธีแห่งอิทธิบาท ทรงค้นห่วงโซ่แห่งทุกข์ ทรงเจริญอานาปานสติ ทรงแก้ปัญหาสมาธิเสื่อม ทรงพยายามในอธิเทวญาณทัศนะเป็นขั้นๆ ได้ทรงฝันครั้งสำคัญ (มหาสุบิน) 5 อย่าง และทรงอธิษฐานทำความเพียร Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Jan 25, 20231h 12m

S66 Ep 3พุทธประวัติ ตอนทรงทำทุกรกิริยา [6603-4s]

พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ #2 เมื่อทรงบวชแล้ว ทรงแสวงหาว่า อะไรเป็นกุศล ทรงเสด็จสำนักอาฬารดาบส และอุทกดาบส เพื่อทรงประพฤติพรหมจรรย์ ทรงได้สมาบัติแปด แต่ทรงไม่พอใจ เบื่อจากธรรมนั้น เพราะธรรมนี้ไม่ได้เป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย ฯลฯ นิพพาน จึงทรงหลีกไป ทรงเสด็จต่อไปถึงตำบลอุรุเวลาเสนานิคม และทรงตั้งความเพียร ณ ที่ตำบลนี้ โดยทรงประพฤติอัตตกิลมถานุโยค (วัตรของเดียรถีย์ อันประกอบด้วยองค์ 4) คือ การบำเพ็ญความเพียรเพื่อทรมานตนเอง และทำทุกรกิริยา Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Jan 18, 202357 min

S66 Ep 2พุทธประวัติ ตอนก่อนออกผนวช [6602-4s]

พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ เรื่องเริ่มแต่การเกิดแห่งวงศ์สากยะ การก้าวลงสู่ครรภ์ การประสูติ ประกอบด้วยมหาปุริสลักขณะ 32 บุพกรรมของการได้มหาปุริสลักขณะ ความรู้สึกที่ถึงกับทำให้ออกผนวช และออกผนวชเมื่อพระชนม์ 29 ปี Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Jan 11, 202356 min

S66 Ep 1ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน-ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร และอนัตตลักขณสูตร [6601-4s]

สูตร#1 ตอน ทรงบำเพ็ญทุกรกิริยาสูตร#2 ธัมมจักกัปปวัตนสูตร ว่าด้วยการประกาศพระธรรมจักร ทรงแสดงแก่ภิกษุปัญจวัคคีย์ ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ตรัสว่า ที่สุด 2 ประการ ที่บรรพชิตไม่ควรเสพ คือ กามสุขัลลิกานุโยคและอัตตกิลมถานุโยค แล้วทรงแสดงมัชฌิมาปฏิทา คือ มรรคมีองค์ 8 ว่าควรเสพ ทรงแสดงอริยสัจ 4 ประการ และญาณทัสสนะมีวน 3 รอบ มี 12 อาการ ตรัสว่า ญาณทัสสนะของพระองค์ในเรื่องอริยสัจ 4 ประการนี้ หมดจดดีแล้วจึงทรงประกาศยืนยันการตรัสรู้ของพระองค์ เมื่อทรงแสดงจบลง ท่านพระโกณฑัญญะได้ธรรมจักษุ (ดวงตาเห็นธรรม) เป็นพระอริยบุคคลองค์แรกของโลกสูตร#3 อนัตตลักขณสูตร ว่าด้วยลักษณะแห่งอนัตตา ทรงแสดงแก่ภิกษุปัญจวัคคีย์ ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ตรัสว่า ขันธ์ 5 เป็นอนัตตา เป็นไปเพื่ออาพาธ บังคับให้เป็นไปตามใจไม่ได้ และทรงสอนให้พิจารณาขันธ์ 5 ด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริง พระปัญจวัคคีย์ก็มีจิตหลุดพ้นจากอาสวะเพราะไม่ถือมั่น ครั้งนั้น มีพระอรหันต์เกิดขึ้นในโลก 6 องค์ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Jan 4, 202356 min

S65 Ep 52การบันลือสีหนาท-จูฬสีหนาทสูตร และเวรัญชกสูตร [6552-4s]

สูตร#1 จูฬสีหนาทสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงปรารภเหตุการณ์ในขณะนั้นว่า พระองค์ และภิกษุสงฆ์มีลาภสักการะเกิดขึ้นเป็นอันมาก แต่พวกอัญเดียรถีย์ปริพาชกกลับเสื่อมลาภสักการะ พากันร้องไห้คร่ำครวญไปตามท้องถนน พระองค์จึงตรัสสอนให้ภิกษุบันลือสีหนาทโดยชอบว่า สมณะที่ 1 ถึงที่ 4 (โสดาบันถึงอรหันต์) มีในพระศาสนานี้เท่านั้น จากนั้นทรงอธิบายว่า ถ้านักบวชลัทธิอื่นถามถึงเหตุผลที่กล่าวอย่างนี้ พึงอ้างธรรม 4 ประการ คือ ความเลื่อมใสในศาสดา ในพระธรรม บำเพ็ญศีลได้บริบูรณ์ และผู้ร่วมประพฤติธรรมทั้งคฤหัสถ์ และบรรพชิตเป็นที่รักที่พอใจของเรา จากนั้นทรงแสดงเรื่องทิฏฐิ 2 ประการ ที่สมณะหรือพราหมณ์ยึดติด คือ ภวทิฏฐิ (หมายถึง สัสสตทิฏฐิ ความเห็นว่าเที่ยง) วิภวทิฏฐิ (หมายถึงอุจเฉททิฏฐิ ความเห็นว่าขาดสูญ) และทรงแสดงอุปาทาน (ความยึดมั่นถือมั่น) 4 อย่าง คือ กามุปาทาน (ความยึดมั่นในกาม) ทิฏฐุปาทาน (ทิฏฐิ) สีลัพพตุปาทาน (ศีล และวัตร) และอัตตวาทุปาทาน (วาทะว่าอัตตา) ที่สมณพราหมณ์ทั้งหลายมักอ้างว่า รอบรู้อุปาทานทุกอย่าง แต่ก็ไม่บัญญัติการกำหนดรู้อุปาทานทั้งปวงจริง บัญญัติไว้เพียงประการใดประการหนึ่งเท่านั้น ในตอนท้าย ทรงอธิบายหลักปฏิจจสมุปบาทเริ่มต้นด้วยอุปาทานว่า อุปาทาน 4 ประการดังกล่าวเกิดจากตัณหา ฯลฯ สังขารเกิดจากอวิชชา เมื่อละอวิชชาได้ วิชชาเกิดขึ้น อุปาทานทั้ง 4 ประการ ก็ไม่เกิดขึ้น เมื่อไม่ยึดมั่นก็ปรินิพพานเฉพาะตน สูตร#2 เวรัญชกสูตร ทรงแสดงแก่พวกพราหมณ์ และคหบดีชาวเมืองเวรัญชาที่มาทำธุรกิจบางอย่างในกรุงสาวัตถี ขณะประทับ ณ เชตวัน ที่มาเข้าเฝ้า และได้ทูลถามปัญหาเรื่องเหตุที่ทำให้สัตว์ไปเกิดในทุคติ และสุคติ ตรัสตอบว่า พวกที่เข้าถึงอบาย ฯลฯ เพราะประพฤติอธรรม คือ อกุศลกรรมบท 10 และประพฤติไม่สม่ำเสมอ ส่วนพวกที่เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เพราะประพฤติธรรม คือ กุศลกรรมบท 10 และประพฤติสม่ำเสมอ แล้วทรงแสดงในรายละเอียด เมื่อทรงแสดงจบ ชาวเมืองเวรัญชาขอถึงพระรัตนตรัยไปจนตลอดชีวิต (ทรงแสดงหมวดธรรมนี้ไว้ในสาเลยกสูตร) Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Dec 28, 202254 min

S65 Ep 51เสขธรรม และอเสขธรรม-สมณมุณฑิกสูตร โจทนาสูตร และวุฏฐิสูตร [6551-4s]

สูตร#1 สมณมุณฑิกสูตร ทรงแสดงแก่ช่างไม้ชื่อปัญจกังคะ ณ พระเชตวัน ทรงปรารภข้อบัญญัติเรื่องคุณสมบัติของผู้เป็นสมณะของอุคคาหมานปริพาชก ซึ่งช่างไม้ปัญจกังคะนำเข้าไปกราบทูลให้ทรงทราบ อุคคาหมานะกล่าวถึงข้อบัญญัติของตนว่า บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม 4 ประการเป็นผู้มีกุศลเพียบพร้อม มีกุศลยอดเยี่ยม เป็นสมณะผู้บรรลุธรรมขั้นสูงที่ควรบรรลุ ไม่มีใครสู้วาทะได้ ธรรม 4 ประการ คือ ไม่ทำกรรมชั่วทางกาย ทางวาจา ไม่ดำริความดำริชั่ว และไม่ประกอบอาชีพชั่ว ทรงตรัสว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง เด็กอ่อนที่ไม่รู้จักกรรมชั่ว ไม่เคยทำกรรมชั่วก็จะกลายเป็นผู้มีกุศลเพียบพร้อม ทรงไม่ยอมรับการบัญญัติเช่นนั้น แล้วทรงแสดงเสขธรรม (ธรรมสำหรับผู้เป็นพระเสขะ) คือ ความรู้เรื่องศีล และความดำริ ทั้งฝ่ายกุศลและอกุศล พร้อมทั้งสมุฏฐานความดับและข้อปฏิบัติให้ถึงความดับแห่งศีลและดำริ และอเสขธรรม (ธรรมของพระอเสขะ) คือ อเสขธรรม 10 ประการสูตร#2 โจทนาสูตร ท่านพระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยคุณสมบัติของผู้เป็นโจทก์ แสดงว่า ภิกษุผู้เป็นโจทก์ควรมีธรรม 5 ประการ เพื่อไม่ให้มีวิปปฏิสาร (ความเดือดร้อนใจ) แก่ทั้งผู้โจทก์ และผู้ถูกโจทก์ ธรรม 5 ประการได้แก่ กล่าวในกาลอันควร กล่าวถ้อยคำจริง กล่าวถ้อยคำอ่อนหวาน กล่าวถ้อยคำมีประโยชน์ และกล่าวด้วยเมตตาจิตสูตร#3 วุฏฐิสูตร ว่าด้วยการบันลือสีหนาทของท่านพระสารีบุตร พระพุทธเจ้าขณะประทับอยู่ ณ พระเชตวัน ภิกษุรูปหนึ่งกราบทูลว่าท่านพระสารีบุตรกระทบตนแล้วไม่ขอโทษก่อนจาริกไป จึงรับสั่งให้ตามท่านพระสารีบุตรมา ระหว่างนั้น พระมหาโมคคัลลานะและพระอานนท์ได้ป่าวประกาศเชิญชวนให้คนไปฟังท่านพระสารีบุตรบันลือสีหนาท ณ เบื้องพระพักตร์ พระสารีบุตรบันลือสีหนาทว่า ภิกษุที่ไม่ตั้งกายคตาสติไว้ในกายเท่านั้นที่กระทบเพื่อนพรหมจารีแล้วไม่ขอโทษก่อนจากไป แต่ท่านไม่มีความประพฤติเช่นนั้น และได้ยกอุปมาอุปมัยเปรียบเทียบการวางจิตของท่าน เมื่อแสดงธรรมจบ ภิกษุรูปนั้นรู้ว่าตนผิดจึงกราบขอโทษท่านพระสารีบุตร Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Dec 21, 20221h 1m

S65 Ep 50วิธีและอานิสงส์แห่งการเจริญกายคตาสติ-กายคตาสติสูตร และอานาปานสังยุต [6550-4s]

กายคตาสติสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงปรารภคำกราบทูลของภิกษุ ผู้กำลังนั่งสนทนาเรื่องกายคตาสติที่ทรงตรัสไว้ว่า เมื่อภิกษุเจริญให้มากแล้ว จะมีผลมาก มีอานิสงส์มาก จึงทรงอธิบายวิธีเจริญกายคตาสติให้ฟังโดยละเอียด ซึ่งมีทั้งหมด 18 วิธี และทรงแสดงอานิสงส์ของการเจริญไว้ 10 ประการ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Dec 14, 202256 min

S65 Ep 49การตรวจสอบการพยากรณ์อรหัตตผล-สุนักขัตตสูตร และฉวิโสธนสูตร [6549-4s]

สูตร#1 สุนักขัตตสูตร ทรงแสดงแก่เจ้าสุนักขัตตะ ลิจฉวีบุตร ขณะประทับอยู่ ณ กูฏาคารศาลา ป่ามหาวัน เขตกรุงเวสาลี ทรงปรารภคำถามเจ้าสุนักขัตตะ เรื่องการพยากรณ์อรหัตตผลของภิกษุจำนวนมากที่มาเฝ้าพระพุทธเจ้าว่า ภิกษุเหล่านั้นพยากรณ์อรหัตตผลถูกต้องตามความเป็นจริง หรือตามที่ตนเข้าใจเอาเองว่าได้บรรลุ ตรัสตอบว่ามีทั้งสองประเภท แต่ประเภทที่สำคัญผิดว่าได้บรรลุ ก็ทรงคิดว่าจักแสดงธรรมแก่ภิกษุเหล่านั้น ส่วนผู้ที่แต่งปัญหาเข้ามาถาม แม้ทรงคิดว่าจะแสดงธรรมแก่เขา ความคิดนั้นก็เป็นอย่างอื่น เมื่อสุนักขัตตะกราบทูลขอให้ทรงแสดงธรรมเพื่อภิกษุทั้งหลายจะได้ทรงจำไว้ จึงทรงแสดงเรื่องกามคุณ 5 และทรงแสดงฐานะที่เป็นไปได้ 7 ประการ โดยละเอียด และอุปมาอุปไมยประกอบ เมื่อทรงแสดงจบ เจ้าสุนักขัตตะเกิดความเลื่อมใสในพระพุทธเจ้าสูตร#2 ฉวิโสธนสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ เชตวัน เพื่อให้ภิกษุรู้จักหลักการตรวจสอบการพยากรณ์อรหัตตผล ว่าจะเป็นจริงหรือไม่ ตรัสว่า ถ้ามีเพื่อนภิกษุพยากรณ์อรหัตตผล ก็อย่าเพิ่งยินดี อย่าเพิ่งคัดค้าน แต่ควรตรวจสอบก่อน หลักการตรวจสอบมี 6 ข้อ คือ ให้สอบถามว่า รู้เห็นอย่างไรในโวหาร 4 รู้เห็นอย่างไรในขันธ์ 5 ที่ยึดถือ รู้เห็นอย่างไรในธาตุ 6 รู้เห็นอย่างไรในอายตนะ 12 ประการ รู้เห็นอย่างไรในกายที่มีวิญญาณครอง รู้เห็นอย่างไรในนิมิตทั้งปวงภายนอก จิตจึงหลุดพ้นจากอาสวะ ถอนอหังการ มมังการ และมานานุสัยเสียได้ จนได้อาสวักขยญาณ คือ ญาณอันทำอาสวะให้สิ้นเป็นที่สุด และรู้ชัดอริยสัจ 4 แล้วจึงชื่นชมยินดีกับภิกษุนั้นว่า เป็นผู้อยู่จบพรหมจรรย์ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Dec 7, 20221h 4m

S65 Ep 48วิธีและผลานิสงส์แห่งการเจริญอานาปานสติ-อานาปานสติสูตร และอานาปานสังยุต [6548-4s]

สูตร#1 อานาปานสติสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ซึ่งประกอบด้วยภิกษุผู้บวชใหม่ และพระเถระผู้มีชื่อเสียงหลายรูป นั่งแวดล้อมพระองค์ ณ ที่กลางแจ้งใกล้ปราสาทของนางวิสาขามิคารมาตา ในบุพพาราม กรุงสาวัตถี ในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ อันเป็นวันครบ 4 เดือนแห่งฤดูฝน เป็นเดือนที่มีดอกโกมุท ทรงตรวจดูภิกษุสงฆ์ ซึ่งนิ่งเงียบอยู่ และตรัสว่า ในหมู่ภิกษุนี้ มีภิกษุที่เป็นพระอริยเจ้า และภิกษุผู้ทำความเพียรในการเจริญหลักธรรมต่างๆ อยู่ จึงได้ทรงแสดงหลักการเจริญ หลักธรรม 3 หมวดที่ทำให้ได้ผลมาก และมีอานิสงส์มาก คือ อานาปานสติ 16 ขั้น สติปัฏฐาน 4 และโพชฌงค์ 7 โดยลำดับแห่งเหตุและผล ที่ทำให้บรรลุผลคือวิชชา และวิมุตติได้สมบูรณ์สูตร#2 อานาปานสังยุต และผลานิสงส์ 7 ประการ แห่งการเจริญอานาปานสติ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Nov 30, 20221h 5m

S65 Ep 47หนทางสู่พรหมโลก - มหาโควินทสูตร(ตอนที่ 2)[6547-4s]

มหาโควินทสูตร#2 พระเจ้าทิสัมบดีได้แต่งตั้งโชติปาลมานพให้ดำรงตำแหน่งแทนบิดาไว้ในตำแหน่งโควินทพราหมณ์ ได้ถวายคำปรึกษาอรรถคดี และจัดแจงการงานต่างๆได้เรียบร้อย จึงมีสมญาว่า โควินทะ ต่อมาเมื่อพระเจ้าทิสัมบดีสวรรคต เรณุราชกุมารผู้เป็นพระราชโอรส และเป็นพระสหายของโควินทะขึ้นเสวยราชย์ ก็ตรัสสั่งโควินทะให้แบ่งราชสมบัติออกเป็น 7 ส่วน ส่วนหนึ่งเพื่อพระองค์ อีก 6 ส่วนเพื่อกษัตริย์ราชกุมารอื่น ๆ ที่เป็นพระสหายรัก โควินทะได้เป็นที่ปรึกษาแด่พระมหากษัตริย์ทั้งเจ็ดแคว้นนั้น ต่อมา มหาโควินทะมีกิตติศัพท์อันงามขจรไปว่า มหาโควินทะสามารถมองเห็นพระพรหม สามารถสนทนาปราศรัยปรึกษากับพระพรหมได้ แต่ในความจริงท่านไม่เคยเห็นพระพรหมและไม่เคยสนทนาปราศรัยกับพระพรหม จึงคิดว่า จะไปหลีกเร้น เพ่งกรุณาฌานตลอด 4 เดือนในฤดูฝน ตามคำของพราหมณ์ผู้เป็นอาจารย์ว่า จะสามารถเห็นและสนทนาปราศรัยกับพระพรหมได้ จึงไปหลีกเร้นอยู่ตลอด 4 เดือน ก็ยังไม่เห็นพระพรหม จึงเกิดความระอาท้อแท้ สนังกุมารพรหมทราบความคิด จึงมาปรากฏตัว ได้สนทนากันและออกบวชประพฤติพรหมจรรย์เพื่อไปเกิดในพรหมโลกตามคำแนะนำของสนังกุมารพรหม ได้สั่งสอนธรรมแก่คนทั้งหลาย หลังจากถึงแก่มรณภาพไปเกิดในพรหมโลกเมื่อปัญจสิขะกราบทูลจบ ได้กราบทูลถามพระพุทธเจ้าว่า ทรงระลึกเรื่องนั้นได้หรือไม่ ทรงตรัสว่า ทรงระลึกได้ พระองค์เองได้เสวยพระชาติเป็นมหาโควินทพราหมณ์ในครั้งนั้น แต่ในครั้งนั้น ทรงชี้ทางแก่สาวกเพียงแค่ที่จะไปอยู่ร่วมกับพรหมได้ แต่ในชาตินี้ทรงแสดงมรรค 8 อันเป็นไปเพื่อพระนิพพาน Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Nov 23, 202258 min

S65 Ep 46พระคุณ 8 ประการ - มหาโควินทสูตร(ตอนที่ 1)[6546-4s]

มหาโควินทสูตร ตอนที่ 1 ทรงแสดงแก่ปัญจสิขะ คนธรรพบุตร ขณะประทับอยู่ภูเขาคิชกูฏ กรุงราชคฤห์ ทรงปรารภคำกราบทูลของปัญจสิขะ เรื่องการประชุมของพวกเทพชั้นดาวดึงส์ ณ เทวสภาชื่อสุธัมมา ในวันอุโบสถขึ้น 15 ค่ำ ซึ่งมีท้าวสักกะจอมเทพเป็นประธาน ได้ตรัสสรรเสริญพระพุทธเจ้าว่า ทรงทำให้หมู่เทพเจริญเต็มที่ หมู่อสูรเสื่อมถอยลง และท้าวสักกะได้กล่าวสรรเสริญพระคุณของพระพุทธเจ้า 8 ประการให้พวกเทพฟัง ต่อมาสนังกุมารพรหมได้มาปรากฏต่อเทพชั้นดาวดึงส์ ได้ตรัสเล่าเรื่องอดีตชาติของพระพุทธเจ้าที่เกิดมาเป็นพราหมณ์ ชื่อ มหาโควินทะ ซึ่งเป็นปุโรหิตของพระเจ้าเรณุ ทำหน้าที่ถวายคำปรึกษาอรรถคดีและสามารถจัดแจงการงานต่างๆ ได้เรียบร้อย จนคนทั้งหลายขนานนามว่า มหาโควินทพราหมณ์ ซึ่งต่อมาได้มีชื่อเสียงขจรไปว่า สามารถมองเห็นพระพรหมและสนทนาปราศรัยปรึกษาพระพรหมได้ แต่จริงๆทำไม่ได้ จึงมีความคิดว่าจะไปหลีกเร้น เพื่อที่จะให้เห็นพระพรหมได้ คุยได้ ซึ่งต้องใช้การเจริญกรุณาภาวนาตลอดฤดูฝน 4 เดือน ตามคำของพราหมณ์ผู้แก่ ผู้เฒ่า ผู้เป็นอาจารย์ และผู้เป็นปาจารย์ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Nov 16, 202255 min

S65 Ep 45ผลแห่งความประพฤติสม่ำเสมอ-อัฏฐกนาครสูตร และสาเลยยกสูตร [6545-4s]

สูตร#1 อัฏฐกนาครสูตร ท่านพระอานนท์แสดงแก่ทสมคหบดีชาวอัฏฐกนคร ณ เวฬุวคาม เขตกรุงเวสาลี ปรารภคำถามที่ทสมะเรียนถามพระอานนท์ว่า ธรรมอันเป็นเอกซึ่งเป็นที่หลุดพ้นแห่งจิตที่ยังไม่หลุดพ้น เป็นที่ถึงความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลายที่ยังไม่สิ้นไป ฯลฯ ที่พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ตรัสไว้ชอบแล้ว มีอยู่หรือไม่ ท่านพระอานนท์ตอบว่ามีอยู่ และอธิบายว่าได้แก่ธรรมต่อไปนี้ คือ รูปฌาน 4 อัปปมัญญา 4 อรูปฌาน 3 และให้พิจารณาเห็นความไม่เที่ยงและดับไปของธรรมนั้น เมื่อแสดงจบ ทสมคฤหบดีชื่นชมภาษิตของพระอานนท์ว่า ตนแสวงหาประตูอมตธรรมประตูเดียว แต่ได้พบถึง 11 ประตู เปรียบเหมือนคนแสวงหาแหล่งขุมทรัพย์แห่งเดียว แต่ได้พบแหล่งขุมทรัพย์ถึง 11 ขุม ทสมะได้นิมนต์ภิกษุสงฆ์ และถวายอาหาร ถวายผ้าไตรพระอานนท์ และได้ให้สร้างวิหาร 500 หลังถวายพระอานนท์สูตร#2 สาเลยยกสูตร ทรงแสดงแก่พราหมณ์และคหบดีทั้งหลาย ณ หมู่บ้านพราหมณ์ชื่อสาลา เพื่อตอบปัญหาของพราหมณ์และคหบดี ซึ่งได้ยินกิตติศัพท์ของพระพุทธเจ้าได้พากันไปเฝ้ากราบทูลถามเหตุปัจจัย ที่ทำให้สัตว์บางพวกตายแล้วเข้าถึงอบาย ทุคคติ วินิบาต นรก และสัตว์บางพวกตายแล้ว เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ตรัสตอบว่า พวกที่เข้าถึงอบาย ฯลฯ เพราะประพฤติอธรรม คือ อกุศลกรรมบท 10 และประพฤติไม่สม่ำเสมอ ส่วนพวกที่เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เพราะประพฤติธรรม คือ กุศลกรรมบท 10 และประพฤติสม่ำเสมอ แล้วทรงแสดงในรายละเอียด เมื่อทรงตรัสจบ ชาวบ้านสาลาได้ขอถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Nov 9, 202252 min

S65 Ep 44ทำมารให้ตาบอด-นิวาปสูตร เทวาสุรสังคามสูตร และมาคัณฑิยสูตร [6544-4s]

สูตร#1 นิวาปสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงตรัสว่า พรานเนื้อที่ปลูกหญ้าไว้ในทุ่งหญ้ามิได้หวังให้ฝูงเนื้อมากินเพื่อจะได้อายุยืน ผิวพรรณดี มีชีวิตอยู่นานแต่ปลูกไว้เพื่อล่อจับเนื้อ ทรงอธิบายว่า มีเนื้ออยู่ 4 ฝูง ฝูงเนื้อที่ 1-3 เป็นเนื้อที่ถูกพรานเนื้อและบริวารจับได้ ส่วนฝูงเนื้อที 4 พรานเนื้อและบริวารจับไม่ได้ อุปมาอุปไมยเปรียบเทียบนักบวช 4 ประเภทกับเนื้อ 4 ฝูง ซึ่งนักบวชประเภทที่ 1-3 นั้น ถูกมารทำอะไรๆ ได้ตามใจชอบ ส่วนนักบวชประเภทที่ 4 งดเว้นจากการบริโภคกามได้เด็ดขาดและไม่ยึดติดอยู่กับทิฏฐิใดๆ จึงเป็นผู้ข้ามพ้นโลกามิสได้ จึงพ้นจากเงื้อมมือมาร และทรงตรัสแสดงข้อปฏิบัติ คือ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 และสัญญาเวทยิตนิโรธ ที่มาร และบริษัทของมารมองไม่เห็น ข้ามพ้นตัณหาได้สูตร#2 เทวาสุรสังคามสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยสงครามระหว่างเทวดากับอสูร ที่รบกันถึง 3 ครั้ง และพวกอสูรชนะทุกครั้ง พวกเทวดาที่พ่ายแพ้จึงหนีไปยังเทพบุรี พวกอสูรทำอะไรพวกเทวดาไม่ได้ ต่อมาเทวดากับอสูรรบกันอีก พวกอสูรพ่ายแพ้หนีไปยังอสูรบุรี พวกเทวดาทำอะไรพวกอสูรไม่ได้ ทำให้ต่างได้เครื่องป้องกันภัย ทรงเปรียบเทียบกับภิกษุได้บรรลุธรรมแต่ละอย่าง คือ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 และสัญญาเวทยิตนิโรธ 1 ทำให้ตนได้เครื่องป้องกันภัย มารทำอะไรภิกษุไม่ได้ ทำให้มารสิ้นสุดปิดตามารจนมองไม่เห็น ข้ามพ้นตัณหาได้สูตร#3 มาคัณฑิยสูตร (บางส่วน) ทรงแสดงแก่มาคัณฑิยปริพาชก ทรงเปล่งอุทานว่า “ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง บรรดาทางทั้งหลายอันให้ถึงอมตธรรม ทางมีองค์ 8 เป็นทางอันเกษม" Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Nov 2, 20221h 0m

S65 Ep 43ที่นอนอันเป็นทิพย์-เวนาคปุรสูตร และเวขณสสูตร [6543-4s]

สูตร#1 เวนาคปุรสูตร ทรงแสดงแก่พราหมณ์ และคหบดีชาวเวนาคปุระ แคว้นโกศล ทรงปรารภคำกราบทูลของพราหมณ์วัจฉโคตร ที่กล่าวสรรเสริญถึงอินทรีย์ที่ผ่องใส พระฉวีวรรณที่บริสุทธิ์ผุดผ่องของพระองค์เช่นนั้น การจะได้ที่นอนสูงใหญ่ คือ เตียงมีเท้าเกินประมาณ ฯลฯ เครื่องลาดมีหมอนข้าง ตามความปรารถนาได้โดยไม่ยาก ไม่ลำบากแน่นอน ตรัสว่า ที่นอนสูงใหญ่ฯลฯบรรพชิตหาได้ยาก และถ้าได้มาก็ไม่สมควร แต่มีที่นอนสูง ที่นอนใหญ่ 3 อย่าง ที่ทรงได้โดยไม่ยาก ได้โดยไม่ลำบาก คือ ที่นอนฯลฯที่เป็นทิพย์ จากการได้ฌาณทั้ง 4 ที่นอน ฯลฯ ที่เป็นของพรหม จากการเจริญพรหมวิหาร ที่นอน ฯลฯ ที่เป็นของพระอริยะ จากการที่ละกิเลสได้เด็ดขาด เมื่อจบธรรมเทศนา พราหมณ์วัจฉโคตรทูลสรรเสริญและแสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิตสูตร#2 เวขณสสูตร ทรงแสดงแก่ปริพาชกชื่อเวขณสะ ขณะประทับอยู่เชตวนาราม ได้เข้าไปเฝ้า ทูลเรื่อง “ วรรณะอันยอดเยี่ยม ” แต่ชี้ชัดลงไปไม่ได้ว่าวรรณะไหน เปรียบเหมือนชายคนหนึ่งปรารภถึงหญิงสาวอย่างนี้ว่า ‘เราปรารถนารักใคร่หญิงงามแห่งชนบทนี้’ แต่เมื่อถูกถามในรายละเอียดของหญิงนั้น กลับตอบว่า ไม่รู้จัก และได้ทรงเปรียบเทียบวรรณะเป็นคู่ให้เห็นว่ามีสิ่งที่เลิศกว่ากันเป็นชั้นๆ และตรัสอธิบายเรื่องของกาม ในสุขที่ลึกซึ้งขึ้นไป คือ สมาธิ และความงดงามลึกซึ้งถึงขั้นไม่มีอวิชชา เมื่อจบธรรมเทศนา เวขณสปริพพาชกทูลสรรเสริญ แสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิตสูตร #3 เอสุการีสูตร ว่าด้วยเรื่องของวรรณะ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Oct 26, 202258 min

Ep 42ความประพฤติที่ผู้รู้ติเตียน-พาหิติกสูตร กรรณกัตถลสูตร ฐานสูตร และปิยชาติกสูตร [6542-4s]

สูตร#1 พาหิติกสูตร ว่าด้วยการถวายผ้าพาหิติกา (ผ้าที่ทอจากต่างแคว้น) ท่านพระอานนท์แสดงแก่พระเจ้าปเสนทิโกศล กษัตริย์ผู้ครองแคว้นโกศล ที่ได้ตรัสถามท่านพระอานนท์ว่า พระพุทธเจ้าทรงประพฤติ ทางกาย วาจา ใจ ที่ผู้รู้ติเตียนหรือไม่ พระอานนท์ตอบว่าไม่ทรงประพฤติ และตรัสถามว่า ความประพฤติที่ผู้รู้ติเตียนและผู้รู้ไม่ติเตียนเป็นอย่างไร ท่านพระอานนท์ได้ตอบว่า ความประพฤติที่ผู้รู้ติเตียน คือ ความประพฤติที่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนเอง ผู้อื่น หรือทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งทำให้อกุศลธรรมเจริญ กุศลธรรมเสื่อม ทรงละอกุศลธรรมทุกอย่าง ทรงประกอบด้วยกุศลธรรมส่วนความประพฤติที่ผู้รู้ไม่ติเตียนมีนัยตรงข้ามกัน เมื่อท่านพระอานนท์แสดงจบ พระเจ้าปเสนทิโกศลเกิดความเลื่อมใสทรงถวายผ้าพาหิติกาเพื่อบูชาธรรมแก่พระอานนท์ ซึ่งท่านได้นำไปถวายพระพุทธเจ้าสูตร #2 กรรณกัตถลสูตร ทรงแสดงแก่พระเจ้าปเสนทิโกศล ขณะประทับอยู่ ณ กัณณกัตถละ อุทัญญานคร แคว้นโกศล เพื่อทรงสนทนาธรรม เรื่องสัพพัญญู เรื่องวรรณะ 4 เรื่องเทวดาและพรหม โดยได้ทรงพยากรณ์ความเป็นสัพพัญญู ทรงตรัสถึงวรรณะ 4 จำพวกในสัมปรายภพไม่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับมีหรือไม่มีธรรม 5 ประการ และความเพียร เปรียบเหมือนสัตว์ที่ฝึกกับสัตว์ที่ไม่ได้ฝึก ตรัสตอบเรื่องเทวดาและพรหมที่มีความเบียดเบียน มีทุกข์จึงจะมาเกิดในมนุษยโลกสูตร#3 ฐานสูตร (เพิ่มเติม) พระพุทธเจ้าตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยฐานะที่ใครๆ ไม่พึงได้ มี 5 ประการ คือ อย่าแก่ อย่าเจ็บไข้ อย่าตาย อย่าสิ้นไป และอย่าฉิบหายสูตร#4 ปิยชาติกสูตร (เพิ่มเติม) ตอน ลูกชายคนเดียวของคหบดีตาย Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Oct 19, 202257 min

Ep 41คนฝึกยาก สัตว์ฝึกง่าย-กันทรกสูตร และชีวกสูตร [6541-4s]

สูตร#1 กันทรกสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่ใกล้สระโบกขรณีชื่อคัคครา ทรงสนทนากับกันทรกปริพาชก และนายเปสสะ ปริพพาชกชื่อกันทรกะ กราบสรรเสริญว่า พระพุทธเจ้าทรงสามารถแนะนำภิกษุให้ปฏิบัติชอบได้ ทรงตรัสว่าเหตุที่ทำให้ภิกษุสงบ คือ พวกหนึ่งสงบเพราะเป็นอรหันตขีณาสพ พวกหนึ่งยังเป็นเสขบุคคลแต่สงบได้ เพราะเจริญสติปัฏฐาน 4 ประการ ซึ่งนายเปสสะก็เจริญสติปัฏฐานเช่นกัน ทรงตรัสถึงบุคคล 4 ประเภท ตรัสถามว่าชอบประเภทไหน นายเปสสะกราบทูลว่าชอบใจบุคคลประเภทที่ 4ให้เหตุผลแล้วทูลลากลับ จากนั้นได้ตรัสเรียกภิกษุมาแล้วทรงอธิบายบุคคล 4 ประเภทโดยละเอียดสูตร#2 ชีวกสูตร ทรงแสดงแก่หมอชีวกโกมารภัจ ขณะประทับอยู่สวนมะม่วง กรุงราชคฤห์ หมอชีวกเข้าไปเฝ้ากราบทูลถามว่า ตนได้ฟังมาว่า พระสมณโคดมทรงทราบอยู่ ก็เสวยเนื้อสัตว์ที่เขาฆ่าเจาะจงถวายนั้นเป็นความจริงหรือไม่ ตรัสตอบว่า ไม่ตรงกับความจริง ทรงแสดงหลักการพิจารณาเนื้อที่ควรฉันและไม่ควรฉัน ทรงตรัสว่า ผู้ฆ่าสัตว์อุทิศพระตถาคตหรือสาวกของพระตถาคต ย่อมประสบสิ่งมิใช่บุญเป็นอันมากโดยฐานะ 5 ประการ เมื่อจบพระธรรมเทศนา หมอชีวกแสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Oct 12, 20221h 1m

Ep 40สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง-มหาสุทัสสนสูตร ตอนที่ 2 [6540-4s]

มหาสุทัสสนสูตร #2 ทรงแสดงว่า พระเจ้ามหาสุทัสสนะทรงเห็นว่า ผลดีต่างๆ เหล่านั้นเกิดขึ้นเพราะผลแห่งกรรมดี คือ ทาน การให้ การฝึกจิต และการสำรวมจิต จึงทรงบำเพ็ญฌาน ได้บรรลุฌานที่ 1 ถึงฌานที่ 4 ทรงเจริญพรหมวิหาร 4 และทรงสั่งลดการเข้าเฝ้าให้น้อยลง เพื่อทรงมีเวลาอบรมทางจิตใจได้มากขึ้น เวลาล่วงไปหลายพันปี พระนางสุภัททา พระราชเทวีเป็นนางแก้ว ได้เสด็จมาเฝ้า ทรงเห็นว่าพระสวามีจะทรงสวรรคต จึงทรงขอร้องให้อยู่ต่อเพื่อเห็นแก่สมบัติ เห็นแก่ชีวิต แต่กลับตรัสตอบขอให้พระราชเทวีทรงขอร้องใหม่ในทางตรงกันข้าม เพราะการพลัดพรากจากของรักของชอบใจเป็นของธรรมดา การตายของผู้มีความกังวล ห่วงใย เป็นทุกข์ และถูกติเตียน พระราชเทวีก็ทรงกรรเเสง แต่ทรงฝืนพระหฤทัย ขอร้องใหม่ ตามที่พระเจ้ามหาสุทัสสนะทรงแนะนำนั้น และต่อมาไม่นาน พระเจ้ามหาสุทัสสนะก็สวรรคต และเข้าถึงพรหมโลกพระพุทธเจ้าทรงสรุปว่าพระเจ้ามหาสุทัสสนะสมัยนั้น คือ พระองค์เอง และทรงชี้ให้เห็นสัจธรรมว่า แม้ทรงพรั่งพร้อมสมบูรณ์ด้วยสมบัตินานาประการ แต่ก็ทรงใช้สอยเพียงบางส่วนเท่านั้น และทรงตรัสว่า สังขารเหล่านั้นทั้งปวงล่วงลับดับไป ผันแปรไปแล้ว สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง สังขารทั้งหลายไม่ยั่งยืน สังขารทั้งหลาย ไม่น่ายินดี ข้อนี้จึงควรเบื่อหน่าย ควรคลายกำหนัด ควรจะหลุดพ้นไปจากสังขารทั้งปวงโดยแท้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Oct 5, 202258 min

Ep 39พระเจ้าจักรพรรดิ-มหาสุทัสสนสูตร (ตอนที่ 1) [6539-4s]

ทรงแสดงแก่ท่านพระอานนท์ ขณะประทับใต้ควงไม้สาละคู่ในวันปรินิพพาน เพื่อทรงอธิบายให้เข้าใจ เหตุที่พระองค์เสด็จมาปรินิพพานที่กรุงกุสินารา ทรงปรารภคำกราบทูลพระอานนท์ว่า อย่าได้ปรินิพพานที่กุสินารา ซึ่งเป็นเมืองเล็กนี้ ขอเสด็จไปในเมืองใหญ่ ทรงตรัสห้ามไม่ให้พูดอย่างนั้น แล้วทรงเล่าเรื่องในอดีตของกรุงกุสินารา เคยเป็นราชธานีของพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่า มหาสุทัสสนะ ผู้ครอบครองมหาอาณาจักรอันกว้างใหญ่ไพศาล และมีกรุงกุสาวดี คือกรุงกุสินาราในบัดนี้เป็นเมืองหลวง มีประชากรหนาแน่น เจริญรุ่งเรืองมาก พระเจ้ามหาสุทัสสนะ ทรงมีรัตนะหรือแก้ว 7 ประการ และทรงสมบูรณ์ด้วยพระฤทธิ์ (ความสำเร็จ 4 ประการ) นอกจากนี้ยังมีปราสาท ราชมนเทียร สระโบกขรณี และราชทรัพย์อื่นๆ อีกมาก ทรงเพียบพร้อมบริบูรณ์ด้วยคุณสมบัติ และทรัพย์สมบัติเหล่านี้ เพราะกรรมดีของพระองค์ คือ ทาน การข่มใจ และการสำรวม ทรงเจริญฌานสมาบัติ และพรหมวิหาร Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Sep 28, 202258 min

Ep 38การปฏิบัติธรรม-มหาธัมมสมาทานสูตร และจูฬธัมมสมาทานสูตร [6538-4s]

สูตร#1 จูฬธัมมสมาทานสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน เพื่อให้ภิกษุทราบว่าการสมาทานธรรมมี 4 แบบ ซึ่งการสมาทานธรรม หมายถึง การนำธรรมมาปฏิบัติ โดยทรงอธิบายแต่ละแบบโดยละเอียด และยกอุปมาโวหารประกอบ ทรงถือเอาความทุกข์และความสุขในขณะปฏิบัติ กับความทุกข์และความสุขที่เป็นผลแห่งการปฏิบัติเป็นเกณฑ์ เกณฑ์สูงสุด คือ ความสุขในสุคติโลกสวรรค์สูตร#2 มหาธัมมสมาทานสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงยกการสมาทานธรรม 4 แบบ ดังที่แสดงไว้ในจูฬธัมมสมาทานสูตร แต่ทรงแยกอธิบาย คือ บุคคลผู้ไม่รู้จักการสมาทานธรรมทั้ง 4 แบบตามความเป็นจริง ชื่อว่าตกอยู่ในอวิชชา ทำให้ไม่รู้ว่าสิ่งไหนควรเสพ สิ่งไหนไม่ควรเสพ ธรรมที่ไม่น่าปรารถนา เป็นต้น เจริญขึ้น ธรรมที่น่าปรารถนา เป็นต้น เสื่อมไป แต่ถ้ารู้การสมาทานธรรมทั้ง 4 แบบตามเป็นจริง ชื่อว่ามีวิชชา ก็จะเป็นเหตุให้รู้ว่าสิ่งไหนควรเสพ สิ่งไหนไม่ควรเสพ ทำให้ธรรมที่ไม่น่าปรารถนา เป็นต้น เสื่อมไป ธรรมที่น่าปรารถนา เป็นต้น เจริญขึ้น และทรงอธิบายการสมาทานธรรมทั้ง 4 แบบโดยการปฏิบัติธรรมที่เป็นอกุศลกรรมบท 10 และกุศลกรรมบท 10 หลังจากตายจะได้รับผลเป็นทุคติและสุคติ และทรงยกอุปมาของการสมาทานธรรม 4 ประการ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Sep 21, 202257 min

Ep 37เนื้อนาบุญ-มหาโคปาลสูตร จูฬโคปาลสูตร และนาคสูตร [6537-4s]

สูตร#1 มหาโคปาลสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ เชตวัน ทรงปรารภความเจริญงอกงามไพบูลย์ในพระศาสนาของภิกษุทั้งหลาย ทรงเปรียบเทียบ คนเลี้ยงโคผู้ไม่ฉลาดเปรียบกับภิกษุผู้ไม่ฉลาดเพราะขาดองค์คุณ 11 ประการ จะไม่เจริญงอกงามไพบูลย์ในพระศาสนานี้ และคนเลี้ยงโคผู้ฉลาดเปรียบกับภิกษุผู้ฉลาดเพราะมีองค์คุณ 11 ประการ จะเจริญงอกงามไพบูลย์ในพระศาสนานี้สูตร#2 จูฬโคปาลสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ริมฝั่งแม่น้ำคงคา เขตเมืองอุกกเจลา แคว้นวัชชี ปรารภเหตุการณ์ในอดีตเรื่องของคนเลี้ยงโคที่พาฝูงโคลงน้ำว่ายตัดกระแสน้ำ ตรัสเล่าเปรียบเทียบให้ฟัง 2 กรณี 1.คนเลี้ยงโคไม่ฉลาด ไม่พิจารณาฝั่งนี้ฝั่งโน้นให้ดีก่อน ตรงที่ต้อนฝูงโคลงแม่น้ำนั้นไม่ใช่ท่าข้าม ว่ายเข้าไปในวังวนของกระแสน้ำกลางแม่น้ำ ถึงแก่ความตายหมดทั้งฝูง 2. คนเลี้ยงโคผู้ฉลาด ต้อนฝูงโคไปสู่ที่หมาย ว่ายตัดกระแสน้ำถึงฝั่งโน้นโดยสวัสดิภาพ เพราะตรงที่ข้ามเป็นท่าน้ำ ซึ่งพิจารณาโดยรอบคอบแล้ว จึงปล่อยโคข้ามไปตามลำดับ เปรียบเหมือนสมณะหรือพราหมณ์ผู้ฉลาดเรื่องโลกนี้และโลกหน้า รู้ทั่วถึงธรรมทั้งปวง สามารถชักนำผู้อื่นให้ได้รับความสุขพ้นทุกข์ทั้งปวงได้สูตร#3 นาคสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยองค์ของช้างต้น ซึ่งเป็นช้างควรแก่พระราชา จะต้องประกอบด้วยองค์ 4 ประการ จึงนับว่าเป็นพระราชพาหนะโดยแท้ เปรียบเทียบกับภิกษุในธรรมวินัยนี้ ผู้ประกอบด้วยธรรม 4 ประการ ย่อมเป็นผู้ควรแก่ของที่เขานำมาถวาย ควรแก่ของต้อนรับ ควรแก่ทักษิณา ควรแก่การทำอัญชลี เป็นนาบุญอันยอดเยี่ยมของโลก ธรรม 4 ประการ คือ เป็นผู้เชื่อฟัง เป็นผู้ฆ่าได้ เป็นผู้อดทน และ เป็นผู้ไปได้สูตร#4 ภัททาลิสูตร (บางส่วน) ทรงอุปมาอุปไมยสอนท่านพระภัททาลิเรื่องม้าอาชาไนยที่มีคุณสมบัติ 10 ประการ เปรียบกับภิกษุผู้เป็นเนื้อนาบุญจะประกอบด้วยธรรม 10 ประการ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Sep 14, 202258 min

Ep 36ภัย คือ ความแก่ ความเจ็บ และความตาย-ปัพพโตปมสูตร ภยสูตร ฐานสูตร และจุนทสูตร [6536-4s]

สูตร#1 ปัพพโตปมสูตร พระเจ้าปเสนทิโกศลเสด็จเข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ตรัสถามถึงกิจที่พระราชาพึงขวนขวาย พระผู้มีพระภาคตรัสถามพระเจ้าปเสนทิโกศลว่า เมื่อมหาภัยอันร้ายกาจที่ทำให้มนุษย์พินาศบังเกิดขึ้น อะไรที่พระองค์จะพึงทรงกระทำในภาวะแห่งมนุษย์ที่ได้แสนยาก พระเจ้าปเสนทิโกศลตอบว่า สิ่งที่ควรทำคือการประพฤติธรรม การประพฤติสม่ำเสมอ การสร้างกุศล การทำบุญสูตร#2 ภยสูตร ว่าด้วยเรื่องภัยใหญ่ คือ ภัยที่ปุถุชนเรียกว่า อมาตาปุตติกภัย ได้แก่ ภัยจากไฟไหม้ใหญ่ ภัยจากน้ำท่วมใหญ่ และภัยจากโจรปล้นใหญ่ ซึ่งเป็นเหตุให้บุตรพลัดพรากจากมารดา แต่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภัยใหญ่ดังกล่าวยังเป็น สมาตาปุตติกภัย คือ ภัยที่ยังพอมีโอกาสให้บุตรพบกับมารดาได้บ้าง แต่ภัยใหญ่ต่อไปนี้ มารดา และบุตรไม่สามารถจะห้ามมิให้เกิดขึ้นแก่กันและกันได้เลย คือ ความแก่ ความเจ็บ และความตาย จึงตรัสเรียกว่า อมาตาปุตติกภัย หนทางที่จะให้ล่วงพ้นภัย 2 อย่างนี้ คือ อริยมรรคมีองค์ 8สูตร#3 ฐานสูตร พระพุทธเจ้าตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยฐานะที่ใครๆ ไม่พึงได้ มี 5 ประการ คือ อย่าแก่ อย่าเจ็บไข้ อย่าตาย อย่าสิ้นไป และอย่าฉิบหาย ทรงแสดงว่า ฐานะแต่ละอย่างเกิดขึ้นทั้งแก่ปุถุชนและอริยสาวก แต่ปุถุชนไม่มีปัญญาพิจารณาเห็นสิ่งเหล่านี้ตามความเป็นจริงตรงกันข้ามกลับถูกสิ่งเหล่านี้ครอบงำจนเกิดทุกข์กาย และทุกข์ใจ ส่วนอริยสาวกมีนัยตรงกันข้ามกับปุถุชนสูตร#4 จุนทสูตร ท่านจุนทะ สมณุทเทสผู้เป็นน้องชายคนเล็กของท่านพระสารีบุตร เข้าไปบอกข่าวการปรินิพพานของท่านพระสารีบุตรแก่ท่านพระอานนท์ ท่านจึงนำเข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้ากราบทูลข่าวการปรินิพพานนั้นพร้อมกับแสดงความรู้สึกของตน พระองค์จึงตรัสสอนให้มีตนเป็นที่พึ่งมีธรรมเป็นที่พึ่ง ด้วยการเจริญสติปัฏฐาน 4 ประการ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Sep 7, 20221h 7m

S65 Ep 35กายภาวนาและจิตภาวนา-มหาสัจจกสูตร [6535-4s]

มหาสัจจกสูตร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่สัจจกะ นิครนถบุตร เป็นการสนทนาแบบถาม-ตอบ ในเรื่องของกายภาวนา และจิตตภาวนา ซึ่งนิครนถ์มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า กายภาวนานั้น หมายถึง การทำทุกรกิริยา และไม่เข้าใจเรื่องจิตตภาวนา จึงทรงอธิบายการเจริญภาวนาทั้ง 2 อย่าง ที่ถ้าเราทำได้แล้ว จะอยู่เหนือสุขและทุกข์ได้ แต่สัจจกนิครนถ์ ที่มีความสงสัยไม่ลงใจ พยายามที่จะคิดโต้แย้ง และกล่าวกระทบกระเทียบพระองค์ จึงทรงเล่าพุทธประวัติตอนบำเพ็ญสมาบัติ ในสำนักอาฬารดาบส และอุทกดาบส แม้ได้สุขของสมาธิขั้นลึกซึ้ง แต่ก็ไม่เผลอเพลินไปตามสุขเวทนานั้น และเมื่อทำทุกรกิริยา ได้รับทุกขเวทนาอันหนักหน่วง ทุกขเวทนานั้นก็ไม่อาจครอบงำจิตของพระองค์ได้ ทำให้สัจจกนิครนถ์มีความศรัทธา กล่าวสรรเสริญพระองค์ ชื่นชมยินดีพระภาษิตของพระผู้พระภาค Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Aug 31, 20221h 4m

S65 Ep 34สุขที่ยิ่งกว่าสุขเวทนา-อนุปุพพวิหารสูตร, อนุปุพพวิหารสมาปัตติสูตร, นิพพานสูตร และอนุปทสูตร [6534-4s]

สูตร#1 อนุปุพพวิหารสูตร ว่าด้วยอนุปุพพวิหารธรรม คำว่า "อนุปุพพวิหารธรรม"แปลว่า ธรรมเครื่องอยู่ที่ต้องเข้าสมาบัติตามลำดับ มี 9 ประการ คือ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 และสัญญาเวทยิตนิโรธ 1สูตร#2 อนุปุพพวิหารสมาปัตติสูตร ว่าด้วยอนุปุพพวิหารสมาบัติ มี 9 ประการ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 และสัญญาเวทยิตนิโรธ 1 คือ ทรงแสดงธรรมที่ดับไปในอนุปุพพวิหารสมาบัติแต่ละอย่าง และยกย่องบุคคลผู้ดับธรรมแต่ละอย่างได้ด้วยฌานนั้นๆ ว่า "เป็นผู้ควรนมัสการ ควรไหว้ และควรเข้าไปนั่งใกลั"สูตร#3 นิพพานสุขสูตร ว่าด้วยนิพพานเป็นสุข ซึ่งเป็นคำที่ท่านพระสารีบุตรกล่าว แต่ท่านพระอุทายีแย้งว่า "นิพพานไม่มีเวทนา จะเป็นสุขได้อย่างไร" ท่านพระสารีบุตรย้ำว่าเป็นได้ แล้วแสดงกามคุณ 5 และสุขโสมนัสที่อาศัยกามคุณ 5 เกิดขึ้นเรียกว่า กามสุข และแสดงว่า ในฌานสมาบัติ 8 คือ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 แต่ละอย่างยังมีสิ่งกดดัน (อาพาธ) หมายถึง ความบีบคั้น เช่น ในปฐมฌานมีสัญญามนสิการที่ประกอบด้วยกามเป็นสิ่งกดดัน แต่ในองค์ธรรมประการที่ 9 คือ สัญญาเวทยิตนิโรธ ไม่มีสิ่งกดดันเพื่อเปรียบเทียบให้เห็นว่า นิพพานเป็นสุขได้อย่างไรสูตร#4 อนุปทสูตร ว่าด้วยธรรมตามลำดับบท ทรงแสดงแก่ภิกษุ ทรงตรัสสรรเสริญท่านพระสารีบุตรให้ภิกษุทั้งหลายฟังว่า ท่านพระสารีบุตรมีความฉลาดล้ำ มีปัญญาเลิศ มากกว่าภิกษุอื่น สามารถเห็นแจ้งธรรมตามลำดับบทได้เพียงกึ่งเดือน เห็นแจ้งตามลำดับบท คือ บรรลุรูปฌาณ 4, อรูปฌาณ 4, สัญญาเวทยิตนิโรธ และความสิ้นอาสวะ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Aug 24, 202254 min

Ep 33ฌานขั้นสูง-คาวีอุปมาสูตร และตปุสสสูตร [6533-4s]

สูตร#1 คาวีอุปมาสูตร อุปมาด้วยแม่โค ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ทรงเปรียบเทียบภิกษุผู้โง่เขลากับแม่โคที่โง่เขลาและภิกษุผู้ฉลาดกับแม่โคที่ฉลาดว่า ภิกษุผู้โง่เขลาที่ไม่สามารถบรรลุปฐมฌานได้ ก็จะบรรลุทุติยฌานไม่ได้ เหมือนแม่โคโง่เขลาที่ไม่สามารถหากินบนภูเขาขรุขระในถิ่นตนได้ ก็จะไปหากินในที่ต่างถิ่นไม่ได้ ส่วนภิกษุผู้ฉลาดที่สามารถบรรลุปฐมฌานได้ ก็สามารถบรรลุณานขั้นสูงขึ้นไปจนถึงสัญญาเวทยิตนิโรธได้ เหมือนแม่โคฉลาดที่สามารถหากินบนภูเขาขรุขระในถิ่นตนได้ ก็สามารถไปหากินในที่ต่างถิ่นได้ องค์ธรรมในสูตรนี้ คือ อนุปุพพวิหาร 9 ประการ นอกจากนี้ยังทรงแสดงธรรมอื่น คือ อิทธิวิธญาณ ทิพพโสตะ เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสติญาณ จุตูปปาตญาณ เจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ ไว้โดยละเอียดสูตร#2 ตปุสสสูตร ว่าด้วยตปุสสคหบดี ท่านพระอานนท์พาตปุสสคหบดีไปเฝ้าพระพุทธเจ้ากราบทูลเรื่องที่คหบดีนั้นเล่าให้ฟังว่า พวกเขาเป็นคฤหัสถ์มีความยินดีรื่นรมย์บันเทิงในกาม เนกขัมมะ (การออกบวช) ปรากฎแก่พวกเขาเหมือนเหวใหญ่ จิตของภิกษุหนุ่มๆ ยินดีในเนกขัมมะ เมื่อพิจารณาเห็นว่าเนกขัมมะเป็นธรรมสงบ ภิกษุมีธรรมที่ต่างกับคฤหัสถ์ คือ เนกขัมมะ พระองค์ตรัสว่าข้อนั้นเป็นความจริง แม้พระองค์เองก่อนตรัสรู้ก็มีความดำริว่า เนกขัมมะเป็นความดี ความสุขเป็นความดี แต่จิตของพระองค์ก็ไม่น้อมไปในเนกขัมมะ เมื่อพิจารณาเห็นว่าเนกขัมมะเป็นธรรมสงบ จึงดำริว่า อะไรเป็นเหตุให้เป็นเช่นนั้น รู้ว่า เพราะยังไม่เห็นโทษในกาม และยังไม่ได้รับอานิสงส์ในเนกขัมมะ ถ้าได้เห็นโทษในกาม และได้รับอานิสงส์ในเนกขัมมะ จิตก็จะน้อมไปในเนกขัมมะ แล้วทรงแสดงว่า พระองค์ทรงบรรลุอนุปุพพวิหาร 9 ทรงสรุปว่า เมื่อใด พระองค์เข้าหรือออกจากอนุปุพพวิหารสมาบัติ 9 ประการนี้ได้ตามปรารถนา ทั้งโดยอนุโลม และปฏิโลม เมื่อนั้นพระองค์จึงกล้ายืนยันว่าได้ตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณอันยอดเยี่ยมในโลกทั้งปวง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Aug 17, 20221h 2m

Ep 32มารผู้ใจบาป-พรหมนิมันตนิกสูตร และมารตัชชนียสูตร [6532-4s]

สูตร#1 พรหมนิมันตนิกสูตร ทรงตรัสเล่าให้ภิกษุทั้งหลายฟัง ณ พระเชตวัน ทรงปรารภทิฏฐิชั่วของท้าวพกพรหม ทรงทราบด้วยพระทัยว่า ท้าวพกพรหมมีทิฏฐิชั่ว กล่าวสิ่งที่ไม่เที่ยงว่าเที่ยง สิ่งที่ไม่ยั่งยืนว่ายั่งยืน เป็นต้น จึงทรงเสด็จขึ้นไปยังพรหมโลก และได้โต้วาทะกัน ขณะนั้น มารใจบาปได้เข้าสิงในพรหมปาริสัชชะองค์หนึ่งให้กล่าวห้ามมิให้พระองค์ว่ากล่าวท้าวพกพรหม พร้อมทั้งขู่สำทับ แต่ทรงรู้ทันว่าเป็นมาร พรหมและพรหมบริษัททั้งปวงตกอยู่ในอำนาจของมารแต่พระองค์มิได้อยู่ในอำนาจนั้น ได้ทรงสำแดงพุทธานุภาพไม่ให้พกพรหมหายตัวได้ แต่ทรงแสดงหายตัวให้ดู และมารได้เข้าสิงพรหมอีกองค์หนึ่งเพื่อห้ามไม่ให้พระองค์ทรงสอนธรรมแก่สาวก และขู่สำทับแต่ทรงตรัสว่า ทรงรู้จักมารดี พระองค์จะสอนหรือไม่สอนก็ไม่ทำให้พระองค์ดีขึ้นหรือเลวลงเพราะทรงตัดอาสวะได้ขาดแล้ว ตัดรากถอนโคนเหมือนต้นตาลที่ถูกตัดรากถอนโคนไปแล้วเหลือแต่พื้นที่ ทำให้ไม่มี เกิดขึ้นต่อไปไม่ได้สูตร#2 มารตัชชนียสูตร พระมหาโมคคัลลานะแสดงแก่มารที่เข้าสิงในท้องท่าน ขณะเดินจงกรม ณ เภสกฬาวัน สมัยนั้นพระมหาโมคคัลลานะจงกรมอยู่ ถูกมารเข้าไปในท้องในไส้ รู้สึกเหมือนมีของหนักอยู่ในท้อง จึงหยุดจงกรม กลับไปยังวิหาร นั่งพิจารณาแล้ว ทราบว่า มารใจบาปเข้าไปสิงอยู่ จึงเรียกให้มารออกมา เมื่อมารนั้นออกมาท่านจึงเทศน์สอน ได้ลำดับญาติระหว่างท่านกับมารตนนี้ให้ฟังว่า มารนี้เป็นลูกของน้องสาวและเล่าอดีตของท่านที่เคยเกิดเป็นทูสีมารได้เคยทำร้ายพระอริยสาวกต้องไปตกนรกถูกหลาวแทงหลายพันปี หลายหมื่นปี ท่านขอให้มารนั้นอย่าทำร้ายพระอริยสาวกเพราะจะส่งผลให้ไปตกนรกเหมือนที่ท่านได้รับมาแล้ว มารนั้นรู้สึกเสียใจ แล้วหายตัวไป Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Aug 10, 202258 min

Ep 31พุทธปฏิภาณ-พหุเวทนิยสูตร วีมังสกสูตร และอภัยราชกุมารสูตร [6531-4s]

สูตร#1 พหุเวทนิยสูตร ว่าด้วยเวทนาหลายประการ ทรงแสดงแก่ท่านพระอานนท์ ณ พระเชตวัน ทรงปรารภการสนทนาธรรมเรื่องเวทนา ระหว่างท่านพระอุทายี และช่างไม้ปัญจกังคะ ซึ่งตกลงกันไม่ได้ว่า เวทนามีเท่าไร ท่านพระอานนท์ได้ยินจึงไปทูลถาม ทรงตรัสว่า ทรงแสดงเวทนาไว้หลายประการ ขึ้นอยู่กับเหตุ ทรงยกสุขเวทนาขึ้นอธิบาย เริ่มด้วย กามสุขที่อาศัยกามคุณ 5 และสุขในรูปฌาน และอรูปฌานสูตร#2 วีมังสกสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน เพื่อให้ภิกษุผู้ไม่ได้เจโตปริยญาณ ทดลองตรวจสอบข้อปฏิบัติของพระองค์ เพื่อให้รู้ว่าพระองค์เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจริงหรือไม่ ต่อไปก็สามารถตรวจสอบตนเอง และผู้อื่นได้ ทรงอธิบายขยายความ และทรงเปิดโอกาสให้ภิกษุผู้ตรวจสอบทูลถามพระองค์ตามแนวทางการพิจารณาตรวจสอบนั้น ด้วยวิธีการดังกล่าวผู้นั้นก็จะมีศรัทธามั่นคงไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้าสูตร#3 อภัยราชกุมารสูตร ทรงแสดงแก่อภัยราชกุมาร ซึ่งรับอาสานิครนถ์มาโต้วาทะกับพระองค์ ณ เวฬุวัน ปรารภคำถามว่า มีบ้างไหมที่พระองค์ตรัสวาจาอันไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่ชอบใจของคนอื่น ทรงตรัสว่าจะตอบส่วนเดียวไม่ได้ ทรงแสดงหลักเกณฑ์การตรัสวาจาของพระองค์ 6 ข้อ เมื่อทรงแสดงจบ อภัยราชกุมารแสดงตนเป็นอุบาสกตลอดชีวิต Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Aug 3, 202258 min

Ep 30เครื่องป้องกันนคร-นคโรปมสูตร และสัจจวิภังคสูตร [6530-4s]

สูตร#1 นคโรปมสูตร ทรงแสดงคุณสมบัติของพระอริยสาวก 7 ประการ ที่ทำให้ละอกุศล เจริญกุศลได้ เปรียบเทียบกับเครื่องป้องกันนคร 7 อย่าง ที่ทำให้นครที่ตั้งอยู่ชายแดนปราศจากภัยอันตรายได้ และทรงแสดงฌาน 4 ประการ ที่เป็นคุณสมบัติภายในของอริยสาวกซึ่งทำให้บรรลุคุณพิเศษชั้นสูงได้ เปรียบเทียบกับคุณสมบัติภายในของนครชายแดน 4 ประการ ที่ทำให้ชาวเมืองอยู่ผาสุกสูตร#2 สัจจวิภังคสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ทรงปรารภพระธรรมจักรที่ทรงแสดง ให้แก่ภิกษุเหล่านั้นฟังโดยย่อ ทรงแนะนำให้ภิกษุทั้งหลายคบหาท่านพระสารีบุตร และพระมหาโมคคัลลานะ และทรงสรรเสริญท่านทั้งสองไว้ด้วย เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสดังนี้แล้ว ก็เสด็จเข้าสู่ที่ประทับ ท่านพระสารีบุตรจึงอธิบายขยายความให้ภิกษุทั้งหลายฟังต่อไป โดยอธิบายเรื่องอริยสัจ 4 โดยพิสดาร Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Jul 27, 202244 min

Ep 29มุนีผู้สงบ - ธาตุวิภังคสูตร และชาณุสโสณิพราหมณสูตร [6529-4s]

สูตร#1 ธาตุวิภังคสูตร ว่าด้วยการจำแนกธาตุ ทรงแสดงแก่ท่านปุกกุสาติผู้บวชอุทิศต่อพระองค์แต่ไม่เคยรู้จักและไม่เคยเห็นพระองค์ เพื่อโปรดท่านให้เข้าถึงธรรม ขณะท่านพักอยู่ที่ศาลาของช่างหม้อชื่อ ภัคควะ เขตกรุงราชคฤห์ ทรงแสดงว่า บุรุษผู้มีธาตุ 6 มีผัสสายตนะ 6 มีมโนปวิจาร 18 มีอธิษฐานธรรม 4 บัณฑิตเรียกว่า มุนีผู้สงบ และทรงแสดงในรายละเอียด ผลจากการแสดงธรรมครั้งนี้ทำให้ท่านปุกกุสาติ ได้ทราบว่า ผู้ที่แสดงธรรมนั้น คือพระพุทธเจ้าจึงกราบลงแทบพระยุคลบาทของพระผู้มีพระภาคแล้วกราบทูลขออภัยโทษที่เรียกพระองค์ด้วยวาทะว่า "ผู้มีอายุ" เมื่อพระองค์ทรงยกโทษให้ จึงขออุปสมบทในพระพุทธศาสนา แต่ไม่มีบาตรและจีวรพระผู้มีพระภาคไม่ทรงอุปสมบทให้ ท่านจึงไปเที่ยวแสวงหาบาตรและจีวร แต่ถูกแม่โคขวิดตายเสียก่อน เมื่อภิกษุทั้งหลายเข้าไปทูลถามถึงคติภพของท่าน พระองค์ตรัสว่าท่านปุกกุสาติเป็นพระอนาคามี ไปเกิดในพรหมโลกและจะนิพพานในโลกนั้นสูตร#2 ชาณุสโสณิพราหมณสูตร (สังยุตตนิกาย #19) ท่านพระอานนท์เห็นชาณุสโสณิพราหมณ์ขึ้นรถเทียมม้าขาวและตกแต่งส่วนต่างๆของรถด้วยสีขาว ออกจากกรุงสาวัตถีและมีคนชมว่ายานประเสริฐ จึงเข้าไปทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ในธรรมวินัยนี้สามารถบัญญัติยานอันประเสริฐได้หรือไม่ พระองค์ตรัสตอบว่า ได้ คือ อริยมรรคมีองค์ 8 ซึ่งเรียกว่า พรหมยานบ้าง ธรรมยานบ้าง รถพิชัยสงครามบ้าง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Jul 20, 202257 min