
4 คลังพระสูตร
422 episodes — Page 2 of 9

S68 Ep 36อุปมาเปรียบเทียบบุคคล - ปฐมวลาหกสูตร,กุมภสูตร อุทกรหทสูตร,อัมพสูตร,มูสิกสูตร,ปุคคลัปปสาทสูตร, สีวถิกสูตร, ทุจจริตสูตร,ทุติยโยธาชีวสูตร [6836-4s]
สูตร 1 #ปฐมวลาหกสูตร ทรงเปรียบเทียบบุคคลกับเมฆ 4 ชนิด คือ 1) เมฆที่คำรามแต่ฝนไม่ตกเปรียบเหมือนบุคคลที่พูดแต่ไม่ทำ 2) เมฆที่ให้ฝนตกแต่ไม่คำรามเปรียบเหมือนบุคคลที่ทำแต่ไม่พูด 3) เมฆที่ทั้งไม่คำรามทั้งให้ฝนไม่ตกเปรียบเหมือนบุคคลที่ทั้งไม่พูดและไม่ทำ 4) เมฆที่ทั้งคำรามและให้ฝนตกเปรียบเหมือนบุคคลที่ทั้งพูดและทำสูตร 2 #กุมภสูตร ทรงเปรียบเทียบบุคคลกับหม้อ 4 ชนิด คือ 1) หม้อเปล่าแต่ปิดฝาเปรียบเหมือนบุคคลที่น่าเลื่อมใสแต่ไม่รู้อริยสัจ 2) หม้อเต็มแต่เปิดฝาเปรียบเหมือนบุคคลที่ไม่น่าเลื่อมใสแต่รู้อริยสัจ 3) หม้อเปล่าและเปิดฝาเปรียบเหมือนบุคคลที่ไม่น่าเลื่อมใสและไม่รู้อริยสัจ 4) หม้อเต็มและปิดฝาเปรียบเหมือนบุคคลที่น่าเลื่อมใสและรู้อริยสัจสูตร 3 #อุทกรหทสูตร ทรงเปรียบเทียบบุคคลกับห้วงน้ำ 4 ชนิด คือ 1) ห้วงน้ำตื้นแต่เงาลึกเปรียบเหมือนบุคคลที่น่าเลื่อมใส แต่ไม่รู้อริยสัจ 2) ห้วงน้ำลึกแต่เงาตื้นเปรียบเหมือนบุคคลที่ไม่น่าเลื่อมใส แต่รู้อริยสัจ 3) ห้วงน้ำตื้นและเงาตื้นเปรียบเหมือนบุคคลที่ไม่น่าเลื่อมใส และไม่รู้อริยสัจ 4) ห้วงน้ำลึกและเงาลึกเปรียบเหมือนบุคคลที่น่าเลื่อมใส และรู้อริยสัจสูตร 4 #อัมพสูตร ทรงเปรียบเทียบบุคคลกับมะม่วง 4 ชนิด คือ1) มะม่วงดิบแต่ผิวสุกเปรียบเหมือนบุคคลที่น่าเลื่อมใส แต่ไม่รู้อริยสัจ 2) มะม่วงสุกแต่ผิวดิบเปรียบเหมือนบุคคลที่ไม่น่าเลื่อมใส แต่รู้อริยสัจ 3) มะม่วงดิบและผิวดิบเปรียบเหมือนบุคคลที่ไม่น่าเลื่อมใส และไม่รู้อริยสัจ 4) มะม่วงสุกและผิวสุกเปรียบเหมือนบุคคลที่น่าเลื่อมใส และรู้อริยสัจสูตร 5 #มูสิกสูตร ทรงเปรียบเทียบบุคคลกับหนู 4 ชนิด คือ 1) หนูขุดรูแต่ไม่อยู่เปรียบเหมือนบุคคลเรียนธรรมแต่ไม่รู้อริยสัจ 2) หนูอยู่แต่ไม่ขุดรูเปรียบเหมือนบุคคลไม่เล่าเรียนธรรมแต่รู้อริยสัจ 3) หนูไม่ขุดรูและไม่อยู่เปรียบเหมือนบุคคลไม่เล่าเรียนธรรมและไม่รู้อริยสัจ 4) บุคคลเปรียบเหมือนหนูขุดรูและอยู่เปรียบเหมือนบุคคลเรียนธรรมและรู้อริยสัจสูตร 6 #ปุคคลัปปสาทสูตร ได้แก่ 1) บุคคลผู้เลื่อมใสในบุคคลที่ต้องอาบัติเป็นเหตุให้สงฆ์ยกวัตร จึงไม่เลื่อมใสภิกษุอื่นและไม่ศึกษาธรรม 2) บุคคลผู้เลื่อมใสในบุคคลที่ต้องอาบัติเป็นเหตุให้สงฆ์สั่งให้เขานั่งท้าย จึงไม่เลื่อมใสภิกษุอื่นและไม่ศึกษาธรรม 3) บุคคลผู้เลื่อมใสในบุคคลที่หลีกไปสู่ทิศ จึงไม่คบภิกษุอื่นและไม่ศึกษาธรรม 4) บุคคลผู้เลื่อมใสในบุคคลที่ลาสิกขา ทำให้ไม่คบภิกษุอื่นและไม่ศึกษาธรรม 5) บุคคลผู้เลื่อมใสในบุคคลที่ตายแล้ว ทำให้ไม่คบภิกษุอื่นและไม่ศึกษาธรรมสูตร 7 #สีวถิกสูตร ทรงเปรียบเทียบบุคคลกับป่าช้ามีโทษ 5 คือ 1) คนชั่วเปรียบเหมือนป่าช้าที่ไม่สะอาด 2) คำเล่าลือของคนชั่ว เปรียบเหมือกลิ่นเหม็นของป่าช้า 3) ผู้ประพฤติธรรมย่อมอยู่ห่างไกลจากคนชั่วเนื่องจากมีภัย 4) กลุ่มคนชั่วอยู่รวมกันเป็นที่อยู่ของอมนุษย์ดุร้าย 5) ผู้ประพฤติธรรมที่ต้องอยู่กับคนชั่วเป็นที่คร่ำครวญของคนจำนวนมากสูตร 8 ทุจริตสูตร (พระไตรปิฏกเล่มที่ 22 อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต ข้อที่ 241-248) ทรงแสดงถึงทุจริตมีโทษและสุจริตมีอานิสงส์ ใน 2 นัยยะโทษเพราะทุจริต 5 คือ 1) แม้ตนเองย่อมติเตียนตนได้ 2) วิญญูชนพิจารณาแล้วย่อมติเตียนได้ 3) กิตติศัพท์อันชั่วย่อมฟุ้งไป 4) ย่อมเป็นผู้หลงกระทำกาละ 5) เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก อานิสงส์เพราะสุจริต 5 คือ 1) แม้ตนเองย่อมไม่ติเตียนตนได้ 2) วิญญูชนพิจารณาแล้วย่อมสรรเสริญ 3) กิตติศัพท์อันงามย่อมฟุ้งไป 4) ย่อมไม่เป็นผู้หลงกระทำกาละ 5) เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ อีกนัยยะ ข้อ 245 แตกต่างที่ข้อ 4 และ 5 คือ ย่อมเสื่อมจากสัทธรรม และ ย่อมตั้งอยู่ในอสัทธรรม / ย่อมเสื่อมจากอสัทธรรม และ ย่อมตั้งอยู่ในสัทธรรมสูตร 9 #ทุติยโยธาชีวสูตร ทรงเปรียบเทียบบุคคลกับนักรบอาชีพ 5 จำพวก คือ ถูกข้าศึกฆ่าตาย บาดเจ็บเสียชีวิตระหว่างทาง บาดเจ็บเสียชีวิตระหว่างการรักษา บาดเจ็บและรักษาหาย และนักรบอาชีพผู้พิชิตสงคราม โดยเปรียบภิกษุในธรรมวินัยเหมือนนักรบอาชีพที่ไม่รักษากายวาจาใจ มีสติไม่ตั้งมั่น ทำให้ถูกราคะครอบงำ แต่หากภิกษุนั้นสำรวมอินทรีย์ ละอภิชฌา ละนิวรณ์ 5 เปรียบเหมือนนักรบอาชีพนักรบอาชีพนั้นถือดาบและโล่ผูกสอดธนูแล้วเข้าสู่สมรภูมิ เขาชนะสงครามนั้นแล้ว เป็นผู้พิชิตสงคราม Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S68 Ep 35รอยพระตถาคต -จูฬหัตถิปโทปมสูตร , ชาณุสโสณิสูตร [6835-4s]
สูตร #1 จูฬหัตถิปโทปมสูตร ทรงแสดงแก่ชาณุสโสณิพราหมณ์ ณ เชตวัน เรื่องรอยของพระตถาคต 4 รอย ที่ปิโลติกปริพาชกใช้เป็นเครื่องพิสูจน์เหตุที่ตนเลื่อมใสอย่างยิ่งในพระพุทธเจ้า ทรงตรัสแก่ชาณุสโสณิพราหมณ์ว่า อุปมาด้วยรอยเท้าช้างของปิโลติกปริพาชกยังไม่สมบูรณ์ จึงทรงยกอุปมาขึ้นเพื่อไม่ให้ด่วนตัดสินว่า ช้างตัวนี้ใหญ่เพียงเพราะเห็นรอยเท้า แต่ทรงเน้นให้เห็นตัวจริง รอยของพระพุทธเจ้าก็ฉันนั้น แม้ภิกษุจะได้เห็นรอยทั้ง 4 รอยนี้ ก็ไม่ด่วนตัดสินว่า “พระผู้มีพระภาคเป็นอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรมเป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ดีแล้ว พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเป็นผู้ปฏิบัติดี จนกว่าจะได้บรรลุอาสวักขยญาณด้วยตนเองฯลฯ จึงตัดสินใจดังกล่าว ตรัสจบ ชาณุสโสณิประกาศตนเป็นอุบาสกสูตร#2 ชาณุสโสณิสูตร (อังคุตตรนิกาย #24) พราหมณ์ทูลถามเรื่องทานว่า พวกตนได้ให้ทานอุทิศส่วนกุศลให้ญาติที่ล่วงลับไปแล้ว พวกเขาจะได้รับหรือไม่ พระองค์จึงตรัสเรื่องฐานะและอัฏฐานะของผู้จะได้รับส่วนกุศล คือผู้ไปเกิดในภูมิที่เป็นฐานะเท่านั้นจึงควรได้รับส่วนกุศล ซึ่งได้แก่ ปรทัตตูปซีวีเปต (เปรตผู้ต้องอาศัยส่วนกุศลของผู้อื่นเป็นอยู่) ส่วนภูมิอื่นมีมนุสสภูมิเป็นต้น เป็นภูมิที่ไม่ได้ส่วนกุศลเพราะต่างก็มีอาหารของตน ชื่อว่า อัฏฐานะ และทรงตรัสว่า อกุศลกรรมบถ 10 ประการ และกุศลกรรมบถ 10 ประการ เป็นเหตุจำแนกสัตว์ให้ไปเกิดในภูมิต่างๆ และทรงย้ำว่า การให้ทาน ย่อมไม่เสียผล เป็นความดีความเจริญของทายกผู้ให้แน่นอน Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S68 Ep 34อุปมากองไฟ และนักรบอาชีพ- อัคคิกขันโธปมสูตร ปฐมโยธาชีวสูตร และทุติยโยธาชีวสูตร [6834-4s]
สูตร 1 # อัคคิกขันโธปมสูตร พระผู้มีพระภาคเสด็จเดินทางไกลไปในแคว้นโกศล พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ ได้ทอดพระเนตรเห็นกองไฟใหญ่ที่กำลังลุกโชนโชติช่วงอยู่ ณ สถานที่แห่งหนึ่ง เสด็จแวะลงข้างทางประทับนั่งบนพุทธอาสน์ ณ โคนไม้ต้นหนึ่ง จึงตรัสถามเหล่าภิกษุด้วยอุปมา 7 อย่าง และให้โอวาทแก่เหล่าภิกษุว่าการที่บุคคลผู้ทุศีล มีธรรมลามก มีความประพฤติสกปรกน่ารังเกียจ ปกปิดกรรมชั่ว มิใช่สมณะ แต่ปฏิญาณว่าเป็นสมณะมิใช่ผู้ประพฤติพรหมจรรย์ แต่ปฏิญาณว่าประพฤติพรหมจรรย์ เน่าใน มีความกำหนัดกล้า เป็นดังหยากเยื่อบริโภคบิณฑบาตที่เขาถวายด้วยศรัทธาจะดีอย่างไร การที่บุรุษมีกำลัง เอาขอเหล็กแดงไฟกำลังลุกรุ่งโรจน์โชติช่วงเกี่ยวปากอ้าไว้ แล้วกรอกก้อนเหล็กแดงเข้าในปากก้อนเหล็กแดงนั้นจะพึงไหม้ริมฝีปาก แล้วออกทางทวารเบื้องต่ำนี้ดีกว่าเพราะผู้นั้นพึงถึงความตายหรือทุกข์ปางตาย แต่ผู้นั้นเมื่อตายไป ไม่พึงเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ส่วนการที่บุคคลผู้ทุศีลบริโภคบิณฑบาตที่เขาถวายด้วยศรัทธาย่อมเป็นไปเพื่อความฉิบหายมิใช่ประโยชน์เพื่อทุกข์สิ้นกาลนานแก่บุคคลผู้ทุศีลนั้น เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก เมื่อตรัสให้โอวาทจบมีพระภิกษุจำนวน 60 รูป กระอักเป็นเลือดและได้บอกคืนสิกขากลับเป็นคฤหัสถ์ และพระภิกษุอีกประมาณ 60 รูปมีจิตหลุดพ้นจากอาสวะทั้งหลายสูตร 2 #ปฐมโยธาชีวสูตร ได้ให้โอวาทเรื่องนักรบอาชีพ 5 จำพวก คือ ที่หวั่นไหวต่อการเข้าสนามรบเมื่อเห็นฝุ่นฟุ้ง เห็นยอดธงของข้าศึก เสียงกึกก้องของข้าศึก การประหารของข้าศึก และนักรบอาชีพที่ไม่หวั่นไหวต่อการเห็นฝุ่นฟุ้ง เห็นยอดธง เสียงกึกก้อง และการประหารของข้าศึกซึ่งเป็นผู้ชนะสงคราม โดยเปรียบภิกษุในธรรมวินัยเหมือนนักรบอาชีพ และเปรียบข้าศึกเหมือนหญิงสาวที่ไม่ว่าจะได้พบเจอ ในลักษณะหรือเหตุการณ์ใดก็ตาม แต่หากจิตเป็นสมาธิบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่มีกิเลส ปราศจากความเศร้าหมอง อ่อน เหมาะแก่การใช้งาน ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวอย่างนี้ น้อมจิตไปเพื่ออาสวักขยญาณ รู้ชัดตามความเป็นจริงว่า ‘นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา’เมื่อเธอรู้ เห็นอยู่อย่างนี้ จิตย่อมหลุดพ้นจากกามาสวะ ภวาสวะและอวิชชาสวะสูตร 3 # ทุติยโยธาชีวสูตร ได้ให้โอวาทเรื่องนักรบอาชีพ 5 จำพวก คือที่ถูกข้าศึกฆ่าตาย บาดเจ็บเสียชีวิตระหว่างทางบาดเจ็บเสียชีวิตระหว่างการรักษา บาดเจ็บและรักษาหาย และนักรบอาชีพผู้พิชิตสงคราม โดยเปรียบภิกษุในธรรมวินัยเหมือนนักรบอาชีพที่ไม่รักษากายวาจาใจ มีสติไม่ตั้งมั่น ทำให้ถูกราคะครอบงำ แต่หากภิกษุในธรรมวินัยสำรวมอินทรีย์ ละอภิชฌา ละนิวรณ์5 เปรียบเหมือนนักรบอาชีพนักรบอาชีพนั้นถือดาบและโล่ผูกสอดธนูและแล่งแล้วเข้าสู่สมรภูมิ เขาชนะสงครามนั้นแล้ว เป็นผู้พิชิตสงคราม Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S68 Ep 33อุบายกำจัดอาสวะ - สัพพาสวสังวรสูตร และ ธรรมทายาทสูตร [6833-4s]
สูตร#1 สัพพาสวสังวรสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ความสิ้นอาสวะทั้งปวงจะมีได้เฉพาะผู้รู้ผู้เห็นเท่านั้น ด้วยการพิจารณาโดยแยบคาย ทรงจำแนกอาสวะออกเป็น 7 ชนิด ตามเหตุเกิดและอุบายวิธีที่จะละให้หมดสิ้นไปได้ คือ อาสวะที่ต้องละด้วย 1. ทัสสนะ (ความเห็น) 2. การสังวร 3. การใช้สอย 4. การอดกลั้น 5. การเว้น 6. การบรรเทา 7. การเจริญ อาสวะเหล่านั้นเมื่อภิกษุละได้แล้วด้วยอุบายนั้น ๆ อาสวะนั้นละได้เด็ดขาดสูตร#2 ธรรมทายาทสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงปรารภลาภสักการะเป็นอันมากที่เกิดขึ้นแก่พระองค์และภิกษุสงฆ์ในขณะนั้น จะเป็นเหตุให้ภิกษุบางพวกยึดติดในลาภสักการะเหล่านั้น จึงทรงสอนให้ภิกษุเป็นธรรมทายาทของพระองค์ ไม่ให้เป็นอามิสทายาท เพราะถ้าเป็นธรรมทายาท วิญญูชนจะยกย่องสรรเสริญ จากนั้นท่านพระสารีบุตรได้แสดงธรรมต่อถึงหนทางในการปฏิบัติธรรมเพื่อให้เกิดความสงัดขึ้นแก่ตน และอริยมรรคมีองค์ 8สูตร#3 มฆเทวสูตร พระพุทธเจ้าทรงเล่าเรื่องของพระองค์เองที่เกิดมาในชาติก่อน เป็นสมัยที่พระองค์เกิดเป็นพระเจ้ามฆเทวะ ที่มีข้อปฏิบัติอันดี ที่ได้มอบเป็นมรดกไว้ให้รุ่นลูกหลานได้นำไปปฏิบัติ ที่เรียกว่าเป็นกัลยาณวัตร และได้เปรียบเทียบถึงวัตรอันงามที่ท่านทิ้งไว้เป็นมรดกในครั้งนี้คือ อริยมรรคมีองค์ 8 Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S68 Ep 32ธรรมสมาธิทำให้หายสงสัย - ปาฏลิยสูตร และ คันธภกสูตร [6832-4s]
สูตร#1 ปาฏลิยสูตร ว่าด้วยผู้ใหญ่บ้านชื่อปาฏลิยะ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคทูลถามว่า ที่สมณพราหมณ์พวกหนึ่งกล่าวว่า"พระสมณโคดมทรงรู้จักมารยา" นั้น เป็นความจริงหรือไม่ ตรัสตอบว่า เป็นความจริง ทรงอธิบายว่า คำว่า "รู้จักมารยา" กับคำว่า "มีมารยา"โดยทรงยกตัวอย่างประกอบว่า ผู้ใหญ่บ้านชื่อ ปาฏลิยะรู้จักทหารผมยาวชาวโกฬิยะดีว่าเป็นคนทุศีล เป็นคนเลว แต่ผู้ใหญ่บ้านก็พูดไม่ได้ว่า ทหารผมยาวเป็นคนทุศีลส่วนผู้ใหญ่บ้านไม่ใช่คนทุศีล ทรงอธิบายต่อไปว่า ทรงรู้ชัดกุศลกรรมบถ 10 ประการ และผลของอกุศลกรรมบถเหล่านั้น และทรงรู้ข้อปฏิบัติที่เป็นเหตุให้ผู้มีอกุศลกรรมบถเหล่านั้นหลังจากตายแล้วไปเกิดในอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ทรงแสดงว่า สมณพราหมณ์ผู้มีมีทิฏฐิว่า "ผู้ฆ่าสัตว์ ผู้ลักทรัพย์ ผู้ประพฤติผิดในกามและผู้พูดเท็จ ทั้งหมดเสวยทุกขโทมนัสในปัจจุบัน ชื่อว่าเป็นผู้พูดเท็จ เพราะผู้ฆ่าสัตว์ ผู้ลักทรัพย์ ผู้ประพฤติผิดในกาม และผู้พูดเท็จ บางคนได้รับพระราชทานรางวัลอย่างดี มีสุข แต่บางคนได้รับพระราชอาชญา มีทุกข์ผู้ใหญ่บ้านปาฏลิยะได้กราบทูลว่า มีศาสดา 4 จำพวกมาพักที่บ้านพัก คือ(1) ผู้มีทิฏฐิว่า ทานที่ให้แล้วไม่มีผล(2) ผู้มีทิฏฐิว่า ทานมีผล(3) ผู้มีทิฏฐิว่า บาป บุญไม่มี(4) ผู้มีทิฏฐิว่า บาป บุญมีแล้วทูลถามว่า ผู้ใดพูดจริง ผู้ใดพูดเท็จ จึงทรงแนะนำวิธีละความสงสัย คือให้ปฏิบัติธธรรมสมาธิ สูตร#2 คันธภกสูตร ว่าด้วยผู้ใหญ่บ้านชื่อคันธภกะ ชาวอุรุเวลกับปนิคม แคว้นมัลละ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคทูลขอให้ทรงแสดงธรม พระองค์จึงทรงแสดงเหตุเกิดแห่งโสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาส ว่า ได้แก่ ฉันทะ เช่น เพราะชาวอุรุเวลกัปปนิคมถูกประหาร ถูกจองจำ ถูกปรับไหมหรือถูกตำหนิโทษ คันธภกะในฐานะผู้ใหญ่บ้านก็มีโสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัสและอุปายาส เพราะคันธภกะมีฉันทะในคนเหล่านั้น Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S68 Ep 31ผลแห่งความเป็นสมณะ ตอนไม่มีกิเลสเพียงดังเนิน- สามัญญผลสูตร ตอนที่ 3 [6831-4s]
สามัญญผลสูตรตอนที่ 3 เป็นตอนที่สมาธิเป็นเหตุให้ได้ผลเป็นปัญญา ซึ่งในการแสดงธรรมเรื่องของพรหมจรรย์ตลอดสายแก่พระเจ้าอชาตศัตรู ทำให้พระเจ้าอชาตศัตรูเกิดความเลื่อมใสทันทีเพราะทรงเห็นผลประจักษ์ และโดยปกติแล้วจะต้องบรรลุธรรม แต่เนื่องจาก พระเจ้าอชาตศัตรูได้ทำอนันตริยกรรม (ปิตุฆาต) จึงทำให้ไม่มีดวงตาเห็นธรรม Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S68 Ep 30ผลแห่งความเป็นสมณะ ตอนสุขในปัจจุบันและมีสุขเป็นวิบาก - สามัญญผลสูตร ตอนที่ 2 [6830-4s]
สามัญญผลสูตร ตอนที่ 2 พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระเจ้าอชาตศัตรู อธิบายถึงผลของการปฏิบัติในทางคำสอน ที่จะได้รับผลเป็นความสุข เห็นผลประจักษ์ในปัจจุบัน และสามารถปฏิบัติให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ก็จะให้ผลที่ประณีตกว่าดีกว่าได้ ซึ่งศีล สมาธิ ปัญญานั้นเป็นผลของการปฏิบัติ โดยอาศัยเหตุที่เราสร้างขึ้นตามลำดับ เป็นขบวนการปฏิบัติที่จะให้ผลเป็นขั้น ๆ ดังที่ปรากฏในพระสูตรนี้ …(ยังมีต่อ) Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S68 Ep 29ผลแห่งความเป็นสมณะ ตอนถามมะม่วงตอบขนุนสำปะลอ -สามัญญผลสูตร ตอนที่ 1 [6829-4s]
สูตร#1 สามัญญผลสูตร ตอนที่ 1 ว่าด้วยผลแห่งความเป็นสมณะ พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่สวนมะม่วงของหมอชีวก โกมารภัจ เขตกรุงราชคฤห์ พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ พระเจ้าอชาตศัตรูได้เสด็จไปถามปัญหา เรื่องผลแห่งความเป็นสมณะ ตามคำชวนของหมอชีวก แต่ก่อนจะได้ไปเฝ้าพระพุทธเจ้า พระองค์ได้เที่ยวหาคำตอบจากพราหมณ์เจ้าลัทธิทั้ง 6 แต่ไม่ได้คำตอบตามที่ต้องการ เหมือนถามเรื่องมะม่วงแต่ตอบเรื่องขนุนสำปะลอ …(ยังมีต่อ)สูตร#2 เวปุลลปัพพตสูตร พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ภูเขาคิชฌกูฏ เขตพระนครราชคฤห์ ทรงแสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลายว่า สงสารนี้กำหนดที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายไม่ได้ สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง มีเกิดขึ้นและเสื่อมไปเป็นธรรมดา โดยเปรียบเทียบกับความเป็นไปของภูเขาเวปุลละความยาวนานของสังสารวัฏ อุปมาจากภูเขาเวปุลละที่เคยมีความสูงใหญ่และเรียกชื่อต่างๆกันในแต่ละยุคสมัยจนมาในปัจจุบันที่เป็นภูเขาไม่สูงและมีชื่อว่าเวปุลละสูตร#3 อิสิคิริสูตร พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่ภูเขาอิสิคิลิ เขตกรุงราชคฤห์ ทรงแสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลาย ทรงตรัสเล่าถึงพระปัจเจกพุทธเจ้า 500 รูป ที่อาศัยอยู่ที่ภูเขาอิสิคิรินี้มานาน ซึ่งประชาชนเห็นว่าท่านเข้าไป แต่เมื่อเข้าไปแล้วประชาชนไม่เห็น จึงเรียกภูเขานี้ว่า ภูเขากลืนฤษี หรือ อิสิคิริ แล้วทรงตรัสรายชื่อพระปัจเจกพุทธเจ้า ที่เคยมาตรัสรู้และอาศัยในภูเขานี้ ที่ควรระลึกถึงและทำจิตให้เลื่อมใส Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S68 Ep 28การดำเนินชีวิตของผู้ครองเรือน - จัณฑสูตร, ตาลปุตตสูตร, โยธาชีวสูตร, ราสิยสูตร [6828-4s]
สูตร#1 จัณฑสูตร ว่าด้วยผู้ใหญ่บ้านชื่อจัณฑะ (ผู้ดุร้าย) เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคทูลถามว่า เพราะเหตุไรคนบางคนจึงดุร้ายและเพราะเหตุไร คนบางคนจึงสงบเสงี่ยม ตรัสตอบว่า คนที่ดุร้ายเพราะละราคะ โทสะ โมหะไม่ได้ คนที่สงบเสงี่ยมเพราะละอกุศลธรรมเหล่านั้นได้สูตร#2 ตาลปุตตสูตร ว่าด้วยผู้ใหญ่บ้านชื่อตาลบุตร เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคทูลถามว่า ที่อาจารย์และปาจารย์ทางการฟ้อนรำกล่าวว่านักฟ้อนรำที่ทำให้ประชาชนหัวเราะรื่นเริงด้วยคำจริงบ้าง เท็จบ้าง กลางโรงละครกลางงานมหรสพ หลังจากตายแล้วจะเข้าถึงความเป็นผู้อยู่ร่วมกับเหล่าเทวดาชื่อปหาสะ" นั้น พระองค์ทรงเห็นอย่างไร ตรัสห้ามมิให้ถามเรื่องนี้ แต่ผู้ใหญ่บ้านตาลบุตรก็เพียรถามถึง 3 ครั้ง จึงตรัสตอบว่า นักฟ้อนรำที่มัวเมาประมาท อาศัยราคะ โทสะ และโมหะทำให้คนอื่นมัวเมาประมาทเหมือนตน หลังจากตายแล้วจะไปเกิดในนรกชื่อปหาสะ ถ้าทำให้คนอื่นหัวเราะรื่นเริงด้วยคำจริงบ้าง เท็จบ้างหลังจากตายแล้วจะเข้าถึงความเป็นผู้อยู่ร่วมกับเหล่าเทวดาชื่อปหาสะ แต่เพราะมีความเห็นผิด จึงมีคติ ๒ อย่าง คือ ไปเกิดในนรกหรือไม่ก็ไปเกิดในกำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน ผู้ใหญ่บ้านตาลบุตรเสียใจร้องไห้ที่ถูกลวงให้หลงเชื่อมานานสูตร#3 โยธาชีวสูตร ว่าด้วยผู้ใหญ่บ้านชื่อโยธาชีวะ เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคทูลถามว่า ที่นักรบอาชีพผู้เป็นอาจารย์และปาจารย์กล่าวว่า "นักรบอาชีพที่พยายามต่อสู้ในสงครามจนถูกนักรบอาชีพฝ่ายตรงกันข้ามสังหารจนสิ้นชีวิต หลังจากตายแล้วนักรบนั้นไปเกิดในหมู่เทวดาชื่อสรชิต" พระองค์ทรงเห็นอย่างไร ตรัสห้ามมิให้ถามเรื่องนี้ถึง 3 ครั้ง เมื่อผู้ใหญ่บ้านชื่อโยธาชีวะทูลถามต่อไปอีก จึงตรัสตอบว่า ถ้านักรบอาชีพที่ถูกสังหารมีความคิดอาฆาตมาดร้ายฝ่ายศัตรู หลังจากตายแล้วจะไปเกิดในนรกชื่อสรชิต แต่ถ้าเขาพยายามทำสงครามตามหน้าที่ เมื่อถูกฝ่ายตรงข้ามสังหารจนสิ้นชีวิต จะเข้าถึงความเป็นอยู่ร่วมกับเหล่าเทวดาชื่อสรชิต แต่เพราะเขามีมิจฉาทิฏฐิ เขาจึงมีคติ 2 อย่าง คือ ไปเกิดในนรกหรือไม่ก็ไปเกิดในกำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน ผู้ใหญ่บ้านชื่อโยธาชีวะเสียใจร้องให้ที่ถูกลวงให้หลงเชื่อมานานสูตร#4 ราสิยสูตร ว่าด้วยผู้ใหญ่บ้านชื่อราสิยะ เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคทูลถามว่า ที่สมณพราหมณ์พวกหนึ่งกล่าวว่า "พระสมณโคดมทรงตำหนิตบะทุกชนิด ทรงชี้โทษและคัดค้านผู้บำเพ็ญตบะทั้งปวงว่า เป็นผู้เศร้าหมองโดยส่วนเดียว" นั้นเป็นความจริงหรือไม่ ตรัสตอบว่า ไม่จริง ทรงอธิบาย เรื่องที่สุด 2 อย่างที่บรรพชิดไม่ควรเสพ คือ กามสุขัลลิกานุโยคและอัตตกิลมถานุโยค ทรงแสดงมัชฌิมาปฏิปทา คือ มรรคมีองค์ 8 ว่า ควรเสพ ทรงแสดงกามโภคีบุคคล 3 จำพวก จำพวกที่ 1-2 แบ่งย่อยเป็นจำพวกละ 3 จำพวก ส่วนจำพวกที่ 3 แบ่งย่อยเป็น 4 จำพวก รวมเป็น 10 จำพวก ในจำนวนนี้ มีทั้งที่ควรติเตียนและควรสรรเสริญ ทรงแสดงว่า ผู้บำเพ็ญตบะที่เป็นอยู่อย่างเศร้าหมอง 3 จำพวก มีทั้งที่ควรติเตียนและที่ควรสรรเสริญ และทรงแสดงธรรม 3 ประการที่ผู้ปฏิบัติจะพึงเห็นชัดด้วยตนเองสูตร#5 มณิจูฬกสูตร ว่าด้วยผู้ใหญ่บ้านชื่อมณิจูฬกะ ชาวกรุงราชคฤห์ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคกราบทูลว่า ที่ประชุมข้าราชบริพารพูดกันว่าสมณะศากยบุตรควรรับเงินและทองหรือไม่ ท่านเองได้ชี้ให้ที่ประชุมยอมรับว่า สมณะศากยบุตรไม่ควรรับเงินและทอง แล้วทูลถามว่า ท่านพูดถูกต้องหรือไม่ ตรัสตอบว่า ถูกต้องแล้ว เพราะเงินและทองเหมาะแก่ผู้บริโภคกามไม่เหมาะแก่สมณะ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S68 Ep 27ที่นอนอันเป็นทิพย์ - เวนาคปุรสูตร, เวขณสสูตร, เอสุการีสูตร [6827-4s]
สูตร#1 เวนาคปุรสูตร ทรงแสดงแก่พราหมณ์และคหบดีชาวเวนาคปุระ แคว้นโกศล ทรงปรารภคำกราบทูลของพราหมณ์วัจฉโคตรที่กล่าวสรรเสริญถึงอินทรีย์ที่ผ่องใส พระฉวีวรรณที่บริสุทธิ์ผุดผ่องของพระองค์เช่นนั้น การจะได้ที่นอนสูงใหญ่ คือเตียงมีเท้าเกินประมาณ ฯลฯ เครื่องลาดมีหมอนข้างตามความปรารถนาได้โดยไม่ยากไม่ลำบากแน่นอน แต่ทรงตรัสว่า ที่นอนสูงใหญ่ ฯลฯ บรรพชิตหาได้ยาก และถ้าได้มาก็ไม่สมควร แต่มีที่นอนสูง ที่นอนใหญ่ 3 อย่าง ที่ทรงได้โดยไม่ยากได้โดยไม่ลำบาก คือที่นอน ฯลฯ ที่เป็นทิพย์ จากการได้ฌาณทั้ง 4, ที่นอน ฯลฯ ที่เป็นของพรหม จากการเจริญพรหมวิหาร, ที่นอน ฯลฯ ที่เป็นของพระอริยะ จากการที่ละกิเลสได้เด็ดขาด เมื่อจบธรรมเทศนา พราหมณ์วัจฉโคตรทูลสรรเสริญและแสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิตสูตร#2 เวขณสสูตร ทรงแสดงแก่ปริพาชกชื่อเวขณสะ ขณะประทับอยู่เชตวนาราม ได้เข้าไปเฝ้าทูลเรื่อง “วรรณะอันยอดเยี่ยม” แต่ชี้ชัดลงไปไม่ได้ว่าวรรณะไหน เปรียบเหมือนชายคนหนึ่งปรารภถึงหญิงสาวอย่างนี้ว่า ‘เราปรารถนารักใคร่หญิงงามแห่งชนบทนี้’ แต่เมื่อถูกถามในรายละเอียดของหญิงนั้น กลับตอบว่าไม่รู้จัก และได้ทรงเปรียบเทียบวรรณะเป็นคู่ให้เห็นว่ามีสิ่งที่เลิศกว่ากันเป็นชั้น ๆ และตรัสอธิบายเรื่องของกามในสุขที่ลึกซึ้งขึ้นไปคือสมาธิ และความงดงามลึกซึ้งถึงขั้นไม่มีอวิชชา เมื่อจบธรรมเทศนา เวขณสปริพพาชกทูลสรรเสริญแสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิตสูตร #3 เอสุการีสูตร ว่าด้วยเรื่องของวรรณะ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S68 Ep 26ผู้ใหญ่บ้านชื่อ อสิพันธกบุตร - กุลสูตร, สังขธมสูตร, เขตตูปมสูตร, อสิพันธกปุตตสูตร [6826-4s]
สูตร#1 กุลสูตร พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ปาวาริกัมพวัน เขตเมืองนาฬันทา ผู้ใหญ่บ้านชื่ออสิพันธกบุตร ได้รับคำแนะนำจากนิครนถ์นาฎบุตรให้มาโต้วาทะกับพระผู้มีพระภาคเรื่องเหตุที่ทำให้ตระกูลคับแค้น โดยยกเหตุการณ์ที่พระองค์พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์เสด็จเที่ยวบิณฑบาตจากชาวบ้านผู้ประสบภัยข้าวยากหมากแพงที่กำลังเกิดขึ้นอย่างรุนแรงในเมืองนาฬันทาขณะนั้นมาเป็นเงื่อนไข พระผู้มีพระภาคจึงทรงแสดงเหตุปัจจัยให้ตระกูลคับแค้น 8 ประการ คือ (1) จากพระราชา (2) จากโจร (3) จากไฟ (4) จากน้ำ (5) จากทรัพย์ที่มีได้เคลื่อนที่ไป (6) จากการงานที่ไม่ดี (7) จากทรัพย์ในตระกูลที่กลายเป็นถ่านเพลิง (8) จากการใช้จ่ายทรัพย์อย่างสุรุ่ย สุร่ายฟุ่มเฟือย ไม่ใช่เพราะการบิณฑบาตของพระองค์ ทรงแสดงว่า การให้ ความมีสัจจะ ความสำรวมเป็นหตุให้ตระกูลมั่งคั่ง มีทรัพย์มาก มีโภคะมาก มีเงินทองมากสูตร#2 สังขธมสูตร ณ ปาวาริกัมพวัน พระผู้มีพระภาคตรัสถามผู้ใหญ่บ้านชื่ออสิพันธกบุตรว่า นิครนภ์นาฏบุตรแสดงธรรมแก่สาวกอย่างไร เขาทูลตอบว่า ผู้ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม และผู้พูดเท็จ ทั้งหมดต้องไปสู่อบาย ตกนรก กรรมมีมากกรรมนั้น ๆ นำบุคคลไป ทรงแย้งว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็แสดงว่าไม่มีไปเกิดในอบาย ในนรกเลย เพราะการฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม พูดเท็จ ต้องทำในเวลาขณะตื่น ขณะนอนหลับทำไม่ได้ ทรงถามว่า เวลาทำกรรมกับเวลาไม่ทำกรรมของคนคนหนึ่ง เวลาไหนมีมากกว่ากัน เมื่อผู้ใหญ่บ้านทูลตอบว่า เวลาไม่ทำกรรมมีมากกว่า จึงทรงสรุปว่าไม่มีกรรมใดที่จะถือว่า "มีมาก" เมื่อไม่มีกรรมมาก ก็ไม่มีกรรมที่นำบุคคลไปสู่อบาย นรก ความเห็นของนิครนถ์ นาฏบุตร จึงเป็นความเห็นผิด แล้วทรงสอนธรรมตามที่ได้ตรัสรู้โดยชอบ จะละบาปกรรมและก้าวล่วงบาปกรรมนั้นได้ และทรงสรุปว่า เมื่อปฏิบัติธรรมได้ผลสมควรแก่กรรมแล้ว ให้แผ่เมตตาจิต กรุณาจิต มุทิตาจิต และอุเบกขาจิตไปในทิศทั้งหลายเหมือนคนมีกำลังเป่าสังข์ให้ได้ยินโดยทั่วกันสูตร#3 เขตตูปมสูตร ณ ปาวาริกัมพวัน ผู้ใหญ่บ้านชื่ออสิพันธกบุตรเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค แล้วทูลถามว่า ทรงเอ็นดูมุ่งประโยชน์ต่อสรรพสัตว์มิใช่หรือ ทำไมจึงทรงแสดงธรรมโดยเคารพแก่คนบางพวก ไม่ทรงแสดงธรรมโดยเคารพแก่คนบางพวก ตรัสตอบว่า ทรงเอ็นดูมุ่งประโยชน์ต่อสรรพสัตว์จริง คือทรงแสดงธรรมโดยเคารพต่อสรรพสัตว์เสมอกัน แต่ที่ทรงแสดงแก่คนบางพวกก่อน ก็เพราะทรงเอ็นดูมุ่งประโยชน์ต่อคนเหล่านั้นผู้พร้อมจะฟังธรรมเทศนาก่อน ทรงเปรียบให้ฟังว่า พระองค์เหมือนชาวนาที่ฉลาดผู้เลือกหว่านพืชในนาดีก่อน แล้วหว่านในนาปานกลาง ส่วนนาเลวซึ่งดินแข็ง ดินเค็ม ดินไม่ดีนั้น ชาวนาจะหว่านพืชบ้าง ไม่หว่านพืชบ้างก็ได้ นอกจากนี้ยังทรงอุปมาด้วยคนตักน้ำใส่โอ่ง 3 ชนิด คือ (1) โอ่งไม่ร้าว น้ำไม่ซึม (2) โอ่งไม่ร้าว แต่น้ำซึมออกได้ (3) โอ่งร้าวและน้ำซึมออกได้ โอ่ง 3 ชนิดนี้ แม้คนตักน้ำจะใส่น้ำลงเท่า ๆ กัน ก็ย่อมรับน้ำไว้ได้ไม่เท่ากัน ข้อนี้ฉันใด ผู้ฟังพระธรรมเทศนาก็รับธรรมไว้ได้ไม่ท่ากันฉันนั้นสูตร#4 อสิพันธกปุตตสูตร ณ ปาวาริกัมพวัน ผู้ใหญ่บ้านชื่ออสิพันธกบุตรได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคแล้วทูลถามว่า ทรงสามารถทำให้คนตายกลับฟื้นขึ้นมา ทรงสอนให้รู้ชอบ ให้ไปเกิดในสวรรค์ เหมือนพวกพราหมณ์ชาวปัจฉาภูมิได้หรือไม่ ตรัสตอบว่า คนที่ประกอบด้วยอกุศลกรรมบถ 10 ประการ มหาชนช่วยกันสวดอ้อนวอน สวดสรรเสริญ ทำพิธีกรรมขอให้ไปเกิดในสวรรค์ ผู้นั้นจะไปเกิดในสวรรค์ได้หรือไม่ เมื่ออสิพันธกบุตรทูลตอบว่า ไม่ได้ จึงตรัสอุปมาให้ฟังว่า เหมือนหินใหญ่ที่จมน้ำไม่อาจลอยขึ้นตามคำอ้อนวอน คำสรรเสริญ และพิธีกรรมของมหาชน ในทางตรงกันข้าม คนที่ประกอบด้วยกุศลกรรมบถ 10 ประการ ถึงมหาชนจะสวดอ้อนวอน สวดสรรเสริญ ทำพิธีกรรมขอให้ไปตกนรก ผู้นั้นก็ไม่ไปตกนรกแน่นอน เหมือนเนยใสที่ลอยน้ำย่อมไม่จมน้ำตามคำอ้อนวอน คำสรรเสริญและพิธีกรรมของมหาชน Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S68 Ep 25ปัญหาของโพธิราชกุมาร - โพธิราชกุมารสูตร [6825-4s]
โพธิราชกุมารสูตร พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงแก่โพธิราชกุมาร ขณะประทับอยู่ ณ เภสกฬาวัน ในงานสมโภชปราสาทชื่อ โกกนุท ที่มีลักษณะเหมือนดอกบัวลอยน้ำ แล้วทรงเล่าพระประวัติของพระองค์ตั้งแต่ตอนที่บำเพ็ญความเพียรจนถึงตรัสรู้ธรรม จนกระทั่งไปถึงการประกาศสอนศาสนา จนคนบรรลุตามได้ เป็นความน่าอัศจรรย์ ที่มีพระพุทธเจ้า มีคำสอนคือธรรม ที่ถ้าเมื่อใครปฏิบัติตามด้วยความเพียร 5 ประการ ก็จะทำให้แจ้งประโยชน์ยอดเยี่ยมอันเป็นที่สุดแห่งพรหมจรรย์ได้ โดยใช้เวลาเพียง 7 ปี 7เดือน หรือแค่ 7 วัน 7คืน หรือสั่งสอนในเวลาเช้า บรรลุในเวลาเย็น สั่งสอนในเวลาเย็น บรรลุในเวลาเช้าได้ เมื่อฟังจบแล้วโพธิราชกุมารกล่าวว่า ตนเคยถึงพระผู้มีพระภาค พระธรรม และพระสงฆ์ว่าเป็นสรณะมาแล้วสองครั้ง คือตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา และในวัยเด็ก และครั้งนี้เป็นครั้งที่สาม ขอประกาศตนเป็นอุบาสก ผู้ถึงสรณะตลอดชีวิต Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S68 Ep 24การสนทนาธรรมที่ทำให้เกิดปัญญา - จูฬเวทัลลสูตรและอนาถปิณฑิโกวาทสูตร [6824-4s]
สูตร#1 จูฬเวทัลลสูตร ว่าด้วยการสนทนาธรรมที่ทำให้เกิดปัญญาสูตรเล็ก การสนทนาธรรมระหว่างภิกษุณีชื่อว่าธัมมทินนาและอุบาสกชื่อวิสาขะ ขณะพักอยู่ ณ พระเวฬุวัน เขตกรุงราชคฤห์วิสาขอุบาสกเข้าไปเยี่ยมธัมมทินนาภิกษุณีและเรียนถามปัญหาธรรม จำนวน 5 เรื่อง คือสักกายทิฏฐิ, มรรคมีองค์ 8 กับขันธ์3 , สมาธิและสังขาร , สัญญาเวทยิตนิโรธ และเวทนาธัมมทินนาภิกษุณีได้ตอบปัญหาต่าง ๆ อย่างชัดเจนเป็นที่พอใจแก่วิสาขอุบาสก และเมื่อวิสาขอุบาสกไปกราบทูลให้พระผู้มีพระภาคทรงทราบ ทรงตรัสว่าธรรมทินนาภิกษุณีเป็นบัณฑิต มีปัญญามาก ทรงตรัสรับรองที่ธรรมทินนาภิกษุณีตอบนั้นว่าถูกต้อง ถ้ามาทูลถามพระองค์ ก็จะตรัสตอบอย่างที่ธัมมทินนาภิกษุณีตอบนั้นเหมือนกัน สูตร#2 อนาถปิณฑิโกวาทสูตร ว่าด้วยการให้โอวาทแก่อนาถบิณฑิกเศรษฐี พระสารีบุตรแสดงแก่อนาถบิณฑิกเศรษฐี ผู้กำลังป่วยหนัก อยู่ที่บ้านในกรุงสาวัตถี ตามที่อนาถบิณฑิกเศรษฐีอาราธนา เรื่อง อย่ายึดมั่นอายตนะภายใน 6 อายตนะภายนอก 6 วิญญาณ ผัสสะ เวทนา ธาตุ ขันธ์ อรูปฌาน โลกนี้ โลกหน้า และอารมณ์ที่รับรู้ทางอายตนะ 6 อนาถบิณฑิกเศรษฐีฟังธรรมแล้วได้ร้องไห้น้ำตาไหล เพราะได้รับใช้ใกล้ชิดพระพุทธเจ้าและพระสงฆ์มานาน แต่ไม่เคยฟังธรรมบรรยายเช่นนี้มาก่อน พระสารีบุตรกล่าวว่าธรรมเหล่านี้แสดงแก่บรรพชิต ไม่แสดงแก่คฤหัสถ์ ท่านเศรษฐีจึงขอร้องให้แสดงแก่คฤหัสถ์ด้วย เมื่อพระสารีบุตรกลับไป อนาถบิณฑิกเศรษฐีได้ถึงแก่กรรมไปเกิดเป็นเทพบุตรในสวรรค์ชั้นดุสิต เป็นอนาถบิณฑิกเทพบุตรและได้มาเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาค ได้กราบทูลว่า พระวิหารเชตวันนี้มีประโยชน์เพราะได้เป็นที่พักอาศัยให้แก่สงฆ์ และมีพระพุทธเจ้าประทับอยู่ ยังให้เกิดปีติแก่ตัวอนาถบิณฑิกเทพบุตร และกล่าวว่าสัตว์ทั้งหลายย่อมบริสุทธิ์ได้ด้วยธรรม 5 อย่างนี้ คือ การงาน วิชชา ธรรม ศีล ชีวิตอันสูงสุด ไม่ใช่ด้วยโคตรหรือด้วยทรัพย์ และอนาถบิณฑิกเทพบุตรได้กล่าวสรรเสริญพระสารีบุตรว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ด้วยปัญญา ด้วยศีล และด้วยความสงบ ภิกษุผู้ถึงความบริสุทธิ์แล้วจะดียิ่งก็ต้องเป็นเช่นพระสารีบุตร‘ดูกรวิสาขะ ธรรมทินนาภิกษุณีเป็นบัณฑิต มีปัญญามาก แม้หาก ท่านพึงสอบถามเนื้อความนั้นกะเรา แม้เราก็พึงพยากรณ์เนื้อความนั้น เหมือนที่ธรรมทินนาภิกษุณี พยากรณ์แล้ว เนื้อความแห่งพยากรณ์นั้นเป็นดังนั้นนั่นแล ท่านพึงทรงจำไว้อย่างนั้นเถิด.’ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S68 Ep 23พระเกียรติคุณของพระพุทธเจ้า-เสลสูตร และกินติสูตร [6823-4s]
สูตร#1 เสลสูตร พระผู้มีพระภาคเสด็จจาริกไปในแคว้นอังคุตตราปะ พร้อมกับภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ ประมาณ 1,250รูป เสด็จถึงนิคมของชาวอังคุตตราปะชื่ออาปณะ ชฎิลชื่อเกณิยะได้ทราบข่าวว่า พระพุทธเจ้าเสด็จมา จึงไปเข้าเฝ้าและนิมนต์เสวยภัตตาหาร ทรงรับนิมนต์ เมื่อเกณิยะกลับมาถึงเรือนได้ให้ญาติสาโลหิต ช่วยกันเตรียมสถานที่และอาหารเพื่อถวายในวันพรุ่งนี้ ขณะนั้นเสลพราหมณ์พร้อมด้วยบริวารเดินเที่ยวเล่นอยู่ ซึ่งเกณิยชฏิลมีความเลื่อมใสในเสลพราหมณ์อย่างมาก เลสพราหมณ์เห็นว่าที่บ้านเกณิยชฏิลมีการตระเตรียมงาน จึงเข้าไปทักทายสอบถาม ได้รับคำตอบว่า พรุ่งนี้จะถวายภัตตาหารแด่พระพุทธเจ้าและภิกษุจำนวน 1,250 รูป และได้กล่าวสรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้าให้เลสพราหมณ์ฟัง เมื่อเสลพราหมณ์ได้ยินบทว่า“พุทธะ”เกิดความสนใจจึงได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค และได้เห็นลักษณะมหาบุรุษ 32 ประการตามที่กล่าวไว้ในมนต์ของพวกพราหมณ์ ได้สอบถามธรรมได้ฟังธรรมแล้วเกิดความเลื่อมใสขอบวชในวันนั้น พร้อมกับบริวาร ต่อมาท่านพระเสละพร้อมด้วยภิกษุผู้เป็นบริวารมีความเพียรฝึกฝนตนสำเร็จ ใช้เวลา 7วัน ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ สูตร#2 กินติสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุ ปรารภความคิดเห็นของภิกษุที่มีต่อพระองค์ และทรงอธิบายถึงวิธีการปฏิบัติที่เมื่อมีการขัดแย้งกันเกิดขึ้นในหมู่ภิกษุ ให้กำหนดเนื้อความให้ดี แล้วเข้าไปหาคนที่ว่าง่าย และทิฏฐิน้อยที่สุด ให้คิดว่าการลำบากจากการบอกเป็นเรื่องเล็กน้อย แล้วจึงบอกสอนชี้แจงอย่างมีเหตุผลโดยไม่ยกตนข่มผู้อื่น Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S68 Ep 22ปัญญาพระสารีบุตรและพระมหาโกฏฐิตะ - มหาเวทัลลสูตร , นฬกลาปิยสูตร, สีลวันตสูตร, มหาโกฏฐิตสูตร [6822-4s]
สูตร#1 มหาเวทัลลสูตร เป็นการสนทนาธรรมระหว่างท่านพระสารีบุตรและท่านพระมหาโกฏฐิกะ(หรือมหาโกฏฐิตะ) ขณะพักอยู่ ณ พระเซตวัน อารามของอนาถบินฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ท่านมหาโกฏฐิตะออกจากที่หลีกเร้นในเวลาเย็น ได้เข้าไปหาท่านพระสารีบุตรเพื่อถามปัญหา เรื่องที่ท่านถามมี 6 เรื่อง คือ 1.เรื่องปัญญากับวิญญาณ 2. เรื่องเวทนาสัญญาและวิญญาณ 3. เรื่องประโยชน์แห่งปัญญาและเหตุเกิดสัมมาทิฏฐิ 4. เรื่องภพและฌาน 5.เรื่องอินทรีย์ ๕ 6. เรื่องปัจจัยเจโตวิมุตติ ซึ่งท่านมหาโกฏฐิตะกล่าวชื่นชมยินดีภาษิตของท่านพระสารีบุตรสูตร#2 นฬกลาปิยสูตร ท่านพระมหาโกฏฐิตะถามท่านพระสารีบุตรเกี่ยวกับองค์ปฏิจจสมุปบาททั้ง 12 และท่านพระสารีบุตรได้เปรียบเทียบระหว่างนามรูปกับวิญญาณให้ท่านพระมหาโกฏฐิตะฟังว่าเปรียบเหมือนไม้อ้อ 2 กำพิงกัน สามารถตั้งอยู่ได้เพราะอาศัยกันและกัน และไร่เรียงปฏิจจสมุปบาทไปตามลำดับทั้งสายเกิดและสายดับ และกล่าวต่อไปว่าถ้าภิกษุแสดงธรรมเพื่อความเบื่อหน่าย คลายกำหนัด เพื่อดับชราและมรณะ ชาติ ภพ ฯลฯ อวิชชา นี้รียกว่า “พระธรรรมกถึก” ถ้าภิกษุปฏิบัติเพื่อความเบื่อหน่าย คลายกำหนัด เพื่อดับอวิชชา นี้เรียกว่า “ผู้ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม” ถ้าภิกษุเป็นผู้หลุดพ้น เพราะความเบื่อหน่าย คลายกำหนัดไม่ถือมั่นอวิชชา นี้เรียกว่า “ผู้บรรลุนิพพานในปัจจุบัน”สูตร#3 สีลวันตสูตร พระมหาโกฏฐิตะถามพระสารีบุตรว่า ภิกษุผู้มีศีล ผู้เป็นโสดาบัน สกทาคามี อนาคามี หรืออรหันต์ ควรกระทำธรรมเหล่าไหนไว้ในใจโดยแยบคาย ท่านพระสารีบุตรตอบว่า ภิกษุผู้มีศีล ผู้เป็นโสดาบัน สกทาคามี อนาคามี หรือแม้อรหันต์ ควรกระทำอุปาทานขันธ์ 5 ไว้ในใจโดยแยบคาย โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นดังโรค ดังฝี ดังลูกศร เป็นความคับแค้น เป็นอาพาธ เป็นของแปรปรวน เป็นของทรุดโทรม เป็นของสูญ เป็นของไม่ใช่ตัวตน เมื่อกระทำธรรมเหล่านี้ไว้ในใจโดยแยบคาย ดังนี้แล้ว ข้อนี้เป็นฐานะที่จะมีได้ คือ ทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล สกทาคามิผล อนาคามิผล อรหัตผล และภิกษุผู้เป็นอรหันต์ ผู้ไม่มีกิจที่จะพึงทำให้ยิ่งขึ้นไป ธรรมเหล่านี้ภิกษุผู้เป็นอรหันต์เจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว เป็นไปเพื่ออยู่เป็นสุขในปัจจุบันและเพื่อสติสัมปชัญญะ สูตร#4 มหาโกฏฐิตสูตร พระมหาโกฏฐิตะถามพระสารีบุตรเรื่องผัสสายตนะ 6 ดับ ซึ่งท่านพระสารีบุตรได้ตอบว่า เมื่อบุคคลกล่าวว่า ‘เพราะผัสสายตนะดับไปไม่เหลือด้วยวิราคะ อะไรอื่นยังมีอยู่หรือ ฯลฯ ชื่อว่าคิดปรุงแต่งสิ่งที่ไม่ ควรคิดปรุงแต่ง ดังนั้น ปปัญจธรรม(สิ่งที่คิดปรุงแต่ง) ย่อมดำเนินไปตราบเท่าที่ผัสสายตนะดำเนินไป ผัสสายตนะก็ดำเนินไปตราบเท่าที่ปปัญจธรรมดำเนินไป เพราะผัสสายตนะดับไปไม่เหลือด้วยวิราคะ ปปัญจธรรมจึงดับสนิท ระงับไป Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S68 Ep 21มารผู้ใจบาป - พรหมนิมันตนิกสูตร และ มารตัชชนียสูตร [6821-4s]
สูตร#1 พรหมนิมันตนิกสูตร ทรงตรัสเล่าให้ภิกษุทั้งหลายฟัง ณ พระเชตวัน ทรงปรารภทิฏฐิชั่วของท้าวพกพรหม ทรงทราบด้วยพระทัยว่า ท้าวพกพรหมมีทิฏฐิชั่ว กล่าวสิ่งที่ไม่เที่ยงว่าเที่ยง สิ่งที่ไม่ยั่งยืนว่ายั่งยืน เป็นต้น จึงทรงเสด็จขึ้นไปยังพรหมโลก และได้โต้วาทะกัน ขณะนั้น มารใจบาปได้เข้าสิงในพรหมปาริสัชชะองค์หนึ่งให้กล่าวห้ามมิให้พระองค์ว่ากล่าวท้าวพกพรหม พร้อมทั้งขู่สำทับ แต่ทรงรู้ทันว่าเป็นมาร พรหมและพรหมบริษัททั้งปวงตกอยู่ในอำนาจของมารแต่พระองค์มิได้อยู่ในอำนาจนั้น ได้ทรงสำแดงพุทธานุภาพไม่ให้พกพรหมหายตัวได้ แต่ทรงแสดงหายตัวให้ดู และมารได้เข้าสิงพรหมอีกองค์หนึ่งเพื่อห้ามไม่ให้พระองค์ทรงสอนธรรมแก่สาวก และขู่สำทับแต่ทรงตรัสว่า ทรงรู้จักมารดี พระองค์จะสอนหรือไม่สอนก็ไม่ทำให้พระองค์ดีขึ้นหรือเลวลงเพราะทรงตัดอาสวะได้ขาดแล้ว ตัดรากถอนโคนเหมือนต้นตาลที่ถูกตัดรากถอนโคนไปแล้วเหลือแต่พื้นที่ ทำให้ไม่มี เกิดขึ้นต่อไปไม่ได้สูตร#2 มารตัชชนียสูตร พระมหาโมคคัลลานะแสดงแก่มารที่เข้าสิงในท้องท่าน ขณะเดินจงกรม ณ เภสกฬาวัน สมัยนั้นพระมหาโมคคัลลานะจงกรมอยู่ ถูกมารเข้าไปในท้องในไส้ รู้สึกเหมือนมีของหนักอยู่ในท้อง จึงหยุดจงกรม กลับไปยังวิหาร นั่งพิจารณาแล้ว ทราบว่า มารใจบาปเข้าไปสิงอยู่ จึงเรียกให้มารออกมา เมื่อมารนั้นออกมาท่านจึงเทศน์สอน ได้ลำดับญาติระหว่างท่านกับมารตนนี้ให้ฟังว่า มารนี้เป็นลูกของน้องสาวและเล่าอดีตของท่านที่เคยเกิดเป็นทูสีมารได้เคยทำร้ายพระอริยสาวกต้องไปตกนรกถูกหลาวแทงหลายพันปี หลายหมื่นปี ท่านขอให้มารนั้นอย่าทำร้ายพระอริยสาวกเพราะจะส่งผลให้ไปตกนรกเหมือนที่ท่านได้รับมาแล้ว มารนั้นรู้สึกเสียใจ แล้วหายตัวไป Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S68 Ep 20มูลเหตุที่ทรงห้ามฉันในเวลาวิกาล - ลฑุกิโกปมสูตร และ จาตุมสูตร [6820-4s]
สูตร#1 ลฑุกิโกปมสูตร ทรงแสดงแก่ท่านพระอุทายี ขณะประทับอยู่ในอาปณนิคมของชาวอังคุตราปะ โดยท่านพระอุทายีเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคและกราบทูลว่า เมื่อก่อนท่านฉันทั้งในวลาเย็น เวลาเช้า เวลาหลังเที่ยง ต่อมา ทรงรับสั่งให้เลิกฉันในเวลาเย็นและเวลาหลังเที่ยง ท่านน้อยใจ เสียใจ แต่ก็ยังปฏิบัติตามเพราะความรัก ความเคารพ ความละอายและความยำเกรงในพระผู้มีพระกาค ต่อมาได้เห็นโทษในการฉันเวลาเย็นและวลาหลังเที่ยงด้วยตนเอง จึงได้รู้ว่า ทรงกำจัดธรรมอันเป็นหตุแห่งทุกข์ ทรงนำธรรมอันเป็นเหตุแห่งสุขเป็นอันมากมาให้ ทรงกำจัดอกุศลธรรม ทรงนำกุกุศลธรรมมาให้ แล้วทรงตรัสว่า ที่เป็นเช่นนั้น เพราะในธรรมวินัยนี้ มีบุคคลหลายจำพวกที่คิดว่า พระวินัยบัญบัญญัติของพระองค์เป็นเรื่องเล็กน้อยไม่สำคัญอะไร ซึ่งความจริงไม่ใช่เรื่องล็กน้อย แล้วทรงแสดงบุคคล 4 จำพวกเปรียบเทียบกับอุปมา 4 ข้อ ทรงชี้ให้เห็นประโยชน์ของการปฏิบัติตามคำสอนและโทษที่ไม่ปฏิบัติตาม คือผู้มีความยำเกรงในพระองค์ แต่ไม่ยอมแก้ไขความผิดที่มีอยู่ ย่อมไม่พ้นจากความผิดนั้น ส่วนผู้ไม่มีความยำเกรงในพระองค์แต่ยอมสละความผิดเสีย ย่อมพ้นผิดได้สูตร#2 จาตุมสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุประมาณ 500 รูป ณ อามลกีวัน หมู่บ้านจาตุมาซึ่งเป็นหมู่บ้านของชาวศากยะ แคว้นสักกะ โดยทรงประสงค์ให้รู้มารยาทในการอยู่ร่วมกันและรู้จักระวังภัยของผู้บวชใหม่ สมัยนั้น ภิกษุประมาณ 500 รูป ซึ่งติดตามท่านพระสารีบุตรและท่านพระมหาโมคคัลลานะมาเข้าเฝ้าพระองค์ ภิกษุเหล่านั้นสนทนากับภิกษุเจ้าถิ่นส่งเสียงดังอื้ออึง จึงทรงตรัสเรียกมาและขับไล่ภิกษุเหล่านั้นไป แต่พวกเจ้าศากยะชาวบ้านจาตุมา และท้าวสหัมบดีพรหมทราบเรื่อง จึงเข้าเฝ้ากราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงอนุเคราะห์ภิกษุเหล่านั้น เพราะบางรูปเป็นภิกษุใหม่ เมื่อไม่ได้เข้าเฝ้าก็จะแปรผันไป เหมือนพืชอ่อนขาดน้ำ หรือเหมือนลูกโคอ่อนไม่เห็นแม่ เมื่อทรงสดับอุปมาที่ชาวบ้านจาตุมาและท้าวสหัมบดีพรหมกราบทูลก็ทรงพอพระทัย ท่านพระมหาโมคคัลลานะจึงพาภิกษุทั้งหลายเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาค และได้ทรงตรัสรับรองว่า พระองค์ ท่านพระสารีบุตรและท่านพระมหาโมคคัลลานะเท่านั้นควรบริหารภิกษุสงฆ์ จากนั้นทรงแสดงภัยของผู้บวชใหม่ 4 ประการ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S68 Ep 19มีธรรมเป็นที่พึ่ง - โคปกโมคคัลลานสูตรและคณกโมคคัลลานสูตร [6819-4s]
สูตร#1 โคปกโมคคัลลานสูตร ท่านพระอานนท์แสดงแก่โคปกโมคคัลลานพราหมณ์ที่ทำหน้าที่ดูแลกิจการงานของพระเจ้าพิมพิสาร เกี่ยวกับปศุสัตว์ ณ ที่ทำงานของพราหมณ์ในกรุงราชคฤห์ หลังพุทธปรินิพพานไม่นาน เพื่อตอบปัญหาเรื่องภิกษุเพื่อเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า เป็นการถามด้วยความห่วงใย ซึ่งต่อมามีวัสสการพราหมณ์ มหาอำมาตย์แห่งแคว้นมคธมาสมทบและได้ถามถึงเรื่องฌาณ ซึ่งท่านพระอานนท์ได้ตอบให้เข้าใจชัดเจนตามลำดับว่า พระผู้มีพระภาคทรงสอนให้ภิกษุนับถือธรรมเท่านั้นเป็นที่พึ่ง และถ้าบุคคลใดมีธรรม 10 ประการนี้ สงฆ์ก็สักการะ เคารพ นับถือ บูชาบุคคลนั้น เรื่องฌาณกล่าวตอบว่า ฌาณที่ไม่ทรงสรรเสริญ ได้แก่ ฌาณที่ประกอบด้วยนิวรณ์ 5 ส่วนฌาณที่ทรงสรรเสริญได้แก่ ฌาณที่สงัดจากกามและอกุศลธรรมทั้งหลาย พราหมณ์ทั้งสองต่างชื่นชมยินดีคำตอบของท่านพระอานนท์สูตร#2 คณกโมคคัลลานสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่คณกโมคคัลลานพราหมณ์ ณ เชตวัน โดยตั้งประเด็นการสนทนาถึงการฝึก การปฏิบัติ ที่เป็นไปตามลำดับขั้น ซึ่งในศาสนาของพระองค์ก็มีการฝึกปฏิบัติไปตามลำดับขั้น เมื่อโมคคัลลานะพราหมณ์ฟังจบ ได้ประกาศตนเป็นอุบาสก ผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะไปตลอดชีวิต Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S68 Ep 18ประกาศพระพุทธคุณ-สัมปสาทนียสูตร [6818-4s]
สัมปสาทนียสูตร พระสารีบุตรเป็นผู้แสดง ณ เบื้องพระพักตร์ของพระผู้มีพระภาคเจ้า ขณะประทับอยู่ ปาวาริกัมพวัน เขตเมืองนาลันทา แคว้นมคธ เพื่อกราบทูลความรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระผู้มีพระภาคประทานแก่ท่านและความเลื่อมใสอันยิ่งใหญ่ที่ท่านมีต่อพระองค์ ได้พรรณนาสรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้าที่มีมากมายมหาศาลและแจกแจงธรรมบรรยายไว้ในนัยยะต่างๆ ซึ่งท่านถือว่าเป็นธรรมยอดเยี่ยม คือ ทรงแสดงธรรมเป็นสวาขาตะธรรม , พรรณนาเรื่องการบัญญัติบุคคล, เรื่องคำสอน, ปฏิปทา, ฌาณสมาธิ และปัญญา คำสอนต่าง ๆ มีรายละเอียดน่าอัศจรรย์ลึกซึ้ง และไม่มีสมณะหรือพราหมณ์อื่นที่จะมีความรู้ยิ่งไปกว่าพระผู้มีพระภาคในทางพระสัมโพธิญาณฯ เมื่อท่านแสดงจบ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสรับรองว่า ที่ท่านพรรณนามา ถูกต้องมิได้กล่าวตู่พระองค์ ซึ่งขณะนั้น ท่านพระมหาอุทายี ได้นั่งฟังโดยตลอด ก็ได้กล่าวสรรเสริญพระพุทธคุณด้วย ซึ่งทรงรับสั่งให้พระสารีบุตรกล่าวธรรมบรรยายนี้แก่พุทธบริษัทบ่อย ๆ เพื่อให้ผู้ที่เคลือบแคลงสงสัยในพระองค์ จะละความเคลือบแคลงสงสัยไปได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S68 Ep 17ข้ออ้างแห่งความประมาท - ธนัญชานิสูตรและสุสิมสูตร [6817-4s]
สูตร#1 ธนัญชานิสูตร ว่าด้วยพราหมณ์ชื่อธนัญชานิ ผู้ประพฤติมิชอบด้วยการเบียดบังพระราชา และเบียดเบียนประชาชน เมื่อท่านพระสารีบุตรทราบว่าธนัญชานิพราหมณ์เป็นผู้ประมาท ท่านได้ไปโปรดเตือนสติ และแสดงธรรมให้ฟัง ณ ที่โคนไม้แห่งหนึ่งใกล้ประตูกรุงราชคฤห์ เพื่อให้ธนัญชานิพราหมณ์เลิกประพฤติอธรรม (ผิดศีล) ซึ่งธนัญชานิพรามณ์ได้อ้างเหตุแห่งความประมาทว่าเพราะต้องดูแล รับใช้ เลี้ยงดู บิดา มารดา ภรรยาบุตร ทาส กรรมกร คนรับใช้ มิตร อำมาตย์ ญาติ แขก ปุพเปตชน เทวดา พระราชา และต้องทำนุบำรุงกายตน จึงได้เตือนสติว่า เมื่อบุคคลประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรมไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด ๆ ย่อมไปยังนรกเป็นผู้ไม่ประเสริฐ ส่วนผู้ประพฤติชอบธรรม ประพฤติถูกธรรม ไม่ว่าเพราะเหตุใด ๆ เป็นผู้ประเสริฐ และการทำงานที่มีเหตุประกอบด้วยธรรม เป็นเครื่องให้บุคคลเลี้ยงตนและคนอื่นๆได้ โดยไม่ทำบาปกรรม และปฏิบัติตามข้อปฏิบัติที่เป็นบุญได้ ก็มีอยู่ ธนัญชานิมีใจชื่นชมยินดีภาษิตของพระสารีบุตรสมัยต่อมาเมื่อธนัญชานิพราหมณ์ป่วยหนัก พระสารีบุตรได้มาแสดงธรรมให้ฟังโดยถามถึงความประเสริฐของทุคติภูมิและสุคติภูมิและถามขึ้นไปตามลำดับ โดยเริ่มจากนรกจนถึงพรหมโลก จนธนัญชานิพราหมณ์เห็นว่า พรหมโลกประเสริฐที่สุด จึงได้แสดงทางเพื่อเข้าถึงความเป็นผู้อยู่ร่วมกับพรหม เมื่อท่านแสดงธรรมจบแล้วจากไปไม่นาน ธนัญชานิก็ตายไปบังเกิดในพรหมโลก พระผู้มีพระภาคได้ตรัสถามเหตุผลว่า เหตุที่พระสารีบุตรไม่แสดงธรรมให้พราหมณ์บรรลุมรรคผล เพราะพวกพราหมณ์มักน้อมใจไปเกิดในพรหมโลก ซึ่งพระพุทธเจ้าจึงตรัสรับรองว่าธนัญชานิพราหมณ์ไปเกิดในพรหมโลกแล้วสูตร#2 สุสิมสูตร เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี ขณะนั้นพระพุทธเจ้าและท่านพระอานนท์กำลังกล่าวสรรเสริญท่านพระสารีบุตร สุสิมเทพบุตรผู้มีเทพบุตรบริษัทจำนวนมากได้เข้ามาเฝ้าพระผู้มีพระภาคและได้กล่าวสรรเสริญท่านพระสารีบุตรด้วย Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S68 Ep 16ลักษณะของคนพาลและบัณฑิต - พาลบัณฑิตสูตร [6816-4s]
พาลบัณฑิตสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงตรัสลักษณะของคนพาล 3 ประการ คือ คิดแต่เรื่องชั่ว พูดแต่เรื่องชั่ว คนพาลจึงได้รับทุกขโทมนัส 3 ประการ ในปัจจุบัน หลังจากตายไป จะไปเกิดในทุคติ วินิบาต นรก หรือไปเกิดในภูมิของสัตว์ดิรัจฉาน ส่วนลักษณะของบัณฑิต 3 ประการคือ คิดแต่เรื่องดี พูดแต่เรื่องดี ทำแต่กรรมดี จึงได้รับสุขโสมนัส 3 ประการ ในปัจจุบัน หลังจากตายไป ก็จะไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์ ซึ่งเป็นสถานที่น่าปราถนา หรือถ้าไปเกิดเป็นมนุษย์ ก็จะเกิดในตระกูลสูง มีทรัพย์มาก มีรูปงาม น่าดู น่าเลื่อมใส Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S68 Ep 15ปริพาชกชื่อ สกุลุทายี - จูฬสกุลุทายิสูตรและอนุปทสูตร [6815-4s]
สูตร#1 จูฬสกุลุทายิสูตร ทรงแสดงแก่ปริพาชกชื่อสกุลุทายีพร้อมด้วยปริพาชกบริษัทหมู่ใหญ่อาศัยอยู่ในอารามของปริพาชกอันเป็นที่ให้เหยื่อแก่นกยูง เขตกรุงราชคฤห์ ทรงปรารภคำถามของสกุลุทายี เรื่องปัญหาปรารภขันธ์ส่วนอดีตและขันธ์ส่วนอนาคต ซึ่งอุทายีเคยถามคำถามนี้กับนิครนถ์ นาฏบุตร แต่ไม่เคยได้รับคำตอบ ทรงตรัสว่าให้อุทายีงดเรื่องนี้ไว้ก่อน แต่จะทรงแสดงธรรม ‘ เมื่อเหตุนี้มี ผลจึงมี เพราะเหตุนี้เกิด ผลจึงเกิด เมื่อเหตุนี้ไม่มี ผลนี้จึงไม่มี เพราะเหตุนี้ดับ ผลนี้จึงดับ ‘ แล้วทรงตรัสถาม เรื่องลัทธิอาจารย์ของตน ได้แก่เรื่องวรรณะ , ปัญหาเรื่องโลกที่มีสุขโดยส่วนเดียว ว่ามีรายละเอียดอย่างไร เมื่ออุทายีตอบ ก็ทรงซักไซร้ไล่เลียง เพื่อทำความเข้าใจว่า ส่วนที่ถูกต้องเป็นอย่างไร จากนั้นทรงอธิบายไล่เลียงไปตามลำดับคือ ฌาน 4 และวิชชา 3 ซึ่งเป็นธรรมที่ปราณีตกว่า ที่ภิกษุที่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระองค์ มุ่งจะทำให้แจ้ง เมื่อทรงตรัสจบ สกุลุทายีได้ขอบวช แต่ถูกลูกศิษย์ในบริษัทของตนกล่าวห้ามไว้ จึงทำให้สกุลุทายีไม่ได้ออกบวช ประพฤติพรหมจรรย์ในสำนักของพระผู้มีพระภาคสูตร#2 อนุปทสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่ที่พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ทรงปรารภการบรรลุธรรมของท่านพระสารีบุตร ทรงสรรเสริญท่านสารีบุตรว่าเป็นผู้มีปัญญามาก สามารถบรรลุธรรมตามลำดับบทในระยะเวลาเพียงกึ่งเดือน และได้ทรงแสดงธรรมที่ท่านสารีบุตรได้เห็นแจ้งตามลำดับบท และผู้กล่าวชอบ พึงกล่าวชมว่าพระสารีบุตรเป็นผู้ถึงความชำนาญ ถึงความสำเร็จในอริยศีล ในอริยสมาธิ ในอริยปัญญา ในอริยวิมุติ และเป็นบุตรของพระผู้มีพระภาค เกิดแต่พระโอฐของพระผู้มีพระภาค เกิดแต่ธรรม อันธรรมเนรมิต เป็นธรรมทายาท ไม่ใช่เป็นทายาทของอามิส ท่านสารีบุตรย่อมประกาศธรรมจักร อันไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่าที่พระผู้มีพระภาคให้เป็นไปแล้ว ไปตามลำดับโดยชอบ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S68 Ep 14แผ่นดินไหวครั้งใหญ่-โมคคัลลานสูตร ภูมิจาลสูตร และปุพพสูตร [6814-4s]
สูตร#1 ภูมิจาลสูตร ทรงแสดงแก่ท่านพระอานนท์ ณ ปาวลเจดีย์ เมืองเวสาลี ทรงตรัสแสดงเรื่องอิทธิบาท 4 ที่เมื่อเจริญ ทำให้มากแล้ว ผู้นั้นเมื่อมุ่งหวังจะดำรงอยู่ 1 กัปหรือเกินกว่า 1 กัปได้ ทรงทำนิมิตที่ชัดแจ้งอย่างนี้ถึง 3 ครั้ง เพื่อให้พระอานนท์กราบทูลวิงวอนให้พระองค์ดำรงพระชนม์ชีพอยู่ตลอดกัป แต่ท่านพระอานนท์ไม่อาจรู้ทันจึงไม่กราบทูลวิงวอน ได้ถวายอภิวาทแล้วหลีกไปนั่งใต้ต้นไม้ที่ไม่ไกลนั้น ลำดับนั้นมารผู้มีบาปได้เข้ามากราบทูลว่าเวลานี้เป็นเวลาปรินิพพานตามที่ได้เคยทรงตรัสไว้แล้ว ตรัสตอบมารว่า จะทรงปรินิพพานจากนี้ไปอีก 3 เดือน เมื่อทรงปลงอายุสังขารแล้ว ได้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ น่าสะพรึงกลัว ฯลฯ ท่านพระอานนท์ได้ไปเข้าเฝ้า และกราบทูลเรื่องแผ่นดินไหวครั้งใหญ่นี้รุนแรงจริงๆ ทรงตรัสตอบว่า มีเหตุปัจจัย 8 ประการที่ทำให้แผ่นดินไหวอย่างรุนแรง 1. เกิดจากธาตุไม่สมดุล หรือ ชนกัน (ธาตุดิน น้ำ ไฟ ลม)2. ผู้มีฤทธิ์บันดาล (เทวดา-มนุษย์)3. พระพุทธเจ้าลงจากสวรรค์ชั้นดุสิตมาสู่ครรภ์พระมารดา 4. พระพุทธเจ้าประสูติ (สวนลุมพินีวัน กรุงกบิลพัสดุ์ )5. พระพุทธเจ้าตรัสรู้ (ใต้ต้นโพธิ์ ณ ตำบลอุรุเวลา แคว้นมคธ)6. พระพุทธเจ้าแสดงธรรมจักร (แสดงแก่ปัญจวัคคีย์ ป่าอิสิปตน เมืองพาราณสี แคว้นมคธ)7. พระพุทธเจ้าปลงอายุสังขาร (ณ เมืองปาวาลเจดีย์ เมืองเวสาลี)8. พระพุทธเจ้าปรินิพพาน (ใต้ต้นสาละคู่ เมืองกุสินารา)สูตร#2 ปุพพสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ กรุงเวสาลี ทรงปรารภเหตุปัจจัยแห่งการเจริญอิทธิบาท 4 ซึ่งเมื่อเจริญ ทำให้มาก ย่อมแสดงฤทธิ์ได้หลายอย่าง และทำให้แจ้งเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติอันไม่มีอาสวะ เพราะอาสวะสิ้นไปด้วยปัญญาอันยิ่งเองเข้าถึงอยู่ในปัจจุบันสูตร#3 วิภังคสูตร (พระไตรปิฏก เล่มที่ ๑๙) วิธีเจริญอิทธิบาท 4 ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย อันภิกษุเมื่อเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว มีผลมาก มีอานิสงส์มาก แล้วทรงแสดงในรายละเอียด สูตร#4 โมคคัลลานสูตร (พระไตรปิฏก เล่มที่ ๑๙) พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ปราสาทของมิคารมารดา ในบุพพาราม ใกล้พระนครสาวัตถี ซึ่งมีภิกษุมากรูป ที่อยู่ภายใต้ปราสาทของมิคารมารดา เป็นผู้ฟุ้งซ่าน อวดตัว มีจิตกวัดแกว่ง ปากกล้า พูดจาอื้อฉาว ลืมสติ ไม่มีสัมปชัญญะ มีจิตไม่ตั้งมั่น คิดจะสึก ไม่สำรวมอินทรีย์ ทรงตรัสเรียกท่านพระมหาโมคคัลลานะมา แล้วทรงรับสั่งให้กระทำให้ภิกษุเหล่านั้น ให้รู้สึกสังเวชใจ พระโมคัลลานะรับพระดำรัสแล้ว จึงแสดงอิทธาภิสังขาร ให้ปราสาทของมิคารมารดา สะเทือนสะท้านหวั่นไหว ด้วยนิ้วหัวแม่เท้า ทำให้ภิกษุเหล่านั้นเกิดความสลดใจ ขนพองสยองเกล้า และทรงตรัสว่า พระโมคคัลานะมีฤทธิ์ มีอานุภาพมากอย่างนี้ เพราะ ได้เจริญ ได้กระทำให้มากซึ่งอิทธิบาท 4 พระโมคคัลลานะย่อมกระทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติ อันหาอาสวะ มิได้ เพราะอาสวะ ทั้งหลายสิ้นไป ด้วยปัญญาอันยิ่งเองในปัจจุบัน เข้าถึงอยู่สูตร#5 จูฬตัณหาสังขยสูตร ตอนพระมหาโมคคัลลานะทดสอบท้าวสักกะ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S68 Ep 13วิบากกรรม - อิฏฐิสูตร จูฬกัมมวิภังคสูตร และทักขิณาวิภังคสูตร [6813-4s]
สูตร#1 อิฏฐสูตร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่อนาถบิณฑิกคฤหบดี ว่าด้วยธรรมที่น่าปรารถนา 5 ประการ ที่หาได้ยากในโลก ที่จะได้ด้วยการกระทำ การปฏิบัติ และปฏิปทาที่ถูกต้อง ไม่ได้ด้วยการอ้อนวอนร้องขอ เพราะเหตุแห่งความปรารถนานั้นสูตร#2 จูฬกัมมวิภังคสูตร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่สุภมาณพ โตเทยยบุตร เพื่อทรงตอบปัญหาของ สุภมาณพ ว่าเหตุปัจจัยที่ทำให้มนุษย์เกิดมาทราม และประณีตต่างกัน เป็นเพราะมีข้อปฏิบัติ และปฏิปทาที่แตกต่างกันสูตร#3 ทักขิณาวิภังคสูตร พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่พระอานนท์ โดยปรารภการถวายทานของพระนางปชาบดีโคตมี โดยทรงแสดงทาน 2 ประเภท และความบริสุทธิ์แห่งทักษิณา 4 ประการ และทรงยกย่องอานิสงส์ของการให้กับหมู่สงฆ์มีมากกว่าให้กับบุคคล Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S68 Ep 12เห็นตรงตามพระสัทธรรม - สัมมาทิฏฐิสูตร [6812-4s]
สัมมาทิฏฐิสูตร ท่านพระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ได้อธิบายถึงลักษณะของสัมมาทิฏฐิ ที่อธิบายแต่ละอาการของปฏิจสมุปบาท ไล่เรียงมาตามลำดับ ตามนัยยะของอริยสัจสี่ จุดที่น่าสนใจในที่นี้คือ ท่านพระสารีบุตรอธิบายเพิ่มเติมจากที่พระพุทธเจ้าท่านอธิบายไว้สุดจบที่อวิชชา ท่านได้อธิบายต่อถึงอาสวะ ซึ่งอาสวะและอวิชชานั้นมีความเกี่ยวข้องกัน Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S68 Ep 11เสขธรรมและอเสขธรรม - สมณมุณฑิกสูตร โจทนาสูตร และวุฏฐิสูตร [6811-4s]
สูตร#1 สมณมุณฑิกสูตร ทรงแสดงแก่ช่างไม้ชื่อปัญจกังคะ ณ พระเชตวัน ทรงปรารภข้อบัญญัติเรื่องคุณสมบัติของผู้เป็นสมณะของอุคคาหมานปริพาชก ซึ่งช่างไม้ปัญจกังคะนำเข้าไปกราบทูลให้ทรงทราบ ซึ่งอุคคาหมานะกล่าวถึงข้อบัญญัติของตนว่า บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม 4 ประการเป็นผู้มีกุศลเพียบพร้อม มีกุศลยอดเยี่ยม เป็นสมณะผู้บรรลุธรรมขั้นสูงที่ควรบรรลุ ไม่มีใครสู้วาทะได้ ธรรม 4 ประการคือ ไม่ทำกรรมชั่วทางกาย ทางวาจา ไม่ดำริความดำริชั่ว และไม่ประกอบอาชีพชั่ว ทรงตรัสว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง เด็กอ่อนที่ไม่รู้จักกรรมชั่ว ไม่เคยทำกรรมชั่วก็จะกลายเป็นผู้มีกุศลเพียบพร้อม ทรงไม่ยอมรับการบัญญัติเช่นนั้น แล้วทรงแสดงเสขธรรม(ธรรมสำหรับผู้เป็นพระเสขะ) คือ ความรู้เรื่องศีล และความดำริ ทั้งฝ่ายกุศลและอกุศล พร้อมทั้งสมุฏฐานความดับและข้อปฏิบัติให้ถึงความดับแห่งศีลและดำริ และอเสขธรรม ( ธรรมของพระอเสขะ) คือ อเสขธรรม 10 ประการสูตร#2 โจทนาสูตร ท่านพระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยคุณสมบัติของผู้เป็นโจทก์ แสดงว่า ภิกษุผู้เป็นโจทก์ควรมีธรรม 5 ประการ เพื่อไม่ให้มีวิปปฏิสาร(ความเดือดร้อนใจ) แก่ทั้งผู้โจทก์และผู้ถูกโจทก์ ธรรม 5 ประการได้แก่ กล่าวในกาลอันควร กล่าวถ้อยคำจริง กล่าวถ้อยคำอ่อนหวาน กล่าวถ้อยคำมีประโยชน์ และกล่าวด้วยเมตตาจิตสูตร#3 วุฏฐิสูตร ว่าด้วยการบันลือสีหนาทของท่านพระสารีบุตร พระพุทธเจ้าขณะประทับอยู่ ณ พระเชตวัน ภิกษุรูปหนึ่งกราบทูลว่าท่านพระสารีบุตรกระทบตนแล้วไม่ขอโทษก่อนจาริกไป จึงรับสั่งให้ตามท่านพระสารีบุตรมา ระหว่างนั้น พระมหาโมคคัลลานะและพระอานนท์ได้ป่าวประกาศเชิญชวนให้คนไปฟังท่านพระสารีบุตรบันลือสีหนาท ณ เบื้องพระพักตร์ พระสารีบุตรบันลือสีหนาทว่า ภิกษุที่ไม่ตั้งกายคตาสติไว้ในกายเท่านั้นที่กระทบเพื่อนพรหมจารีแล้วไม่ขอโทษก่อนจากไป แต่ท่านไม่มีความประพฤติเช่นนั้น และได้ยกอุปมาอุปมัยเปรียบเทียบการวางจิตของท่าน เมื่อแสดงธรรมจบ ภิกษุรูปนั้นรู้ว่าตนผิดจึงกราบขอโทษท่านพระสารีบุตร Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S68 Ep 10อุปาทานขันธ์ 5 - มหาปุณณมสูตร และมหาหัตถิปโทปมสูตร [6810-4s]
สูตร#1 มหาปุณณมสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ บุพพาราม ในวันอุโบสถขึ้น 15 ค่ำ ทรงประทานโอกาสให้ภิกษุถามปัญหาข้อธรรม ภิกษุได้ถามเกี่ยวกับอุปาทานขันธ์ 5 แล้วทรงตรัสตอบอย่างย่อๆ ทำให้ภิกษุที่ถามพอใจในคำตอบ แต่มีภิกษุรูปหนึ่งยังสงสัยในเรื่องขันธ์ 5 เป็นอนัตตา เพราะเหตุนั้นกรรมที่ถูกอนัตตากระทำ จะถูกต้องอัตตาได้อย่างไร แต่ไม่กล้าถาม พระพุทธเจ้าทรงทราบความคิดของภิกษุนั้นด้วยใจ ทรงตรัสว่าเป็นโมฆะบุรุษ จึงทรงสอบถามความเข้าใจในธรรมนั้นกับภิกษุทั้งหลายอีกครั้งหนึ่ง เมื่อตรัสจบมีภิกษุบรรลุเป็นพระอรหันต์จำนวน 60 รูปสูตร#2 มหาหัตถิปโทปมสูตร อุปมาว่าด้วยรอยเท้าช้าง สูตรใหญ่ ท่านพระสารีบุตรแสดงแก่ภิกษุ ขณะพักอยู่เชตวัน ท่านได้อธิบายอริยสัจ 4 โดยเอานัยยะของธาตุทั้ง 4 มาเป็นตัวแปร แต่อธิบายรายละเอียดเฉพาะทุกขอริยสัจเท่านั้น และในตอนท้ายพระสูตรมีเรื่องของปฏิจจสมุปบาท อธิบายเพื่อให้ข้อธรรมทั้งหมดรวมลงในอริยสัจ 4 เหมือนรอยเท้าของสัตว์ทั้งหลาย รวมลงในรอยเท้าช้าง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S68 Ep 9ภิกษุผู้เป็นบัณฑิต-พหุธาตุกสูตร และสฬายตนวิภังคสูตร [6809-4s]
สูตร#1 พหุธาตุกสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงตรัสว่า ภัย อุปัททวะ และอุปสรรคล้วนเกิดจากคนพาลมิใช่เกิดจากบัณฑิต เหมือนไฟที่ลุกไหม้จากเรือนไม้อ้อ ไหม้เรือนยอดที่มีประตูหน้าต่างปิดสนิทได้ฉะนั้น ท่านพระอานนท์ทูลถามว่า ด้วยเหตุเท่าไร จึงสมควรเรียกว่าภิกษุผู้เป็นบัณฑิต ตรัสตอบว่า เพราะเป็นผู้ฉลาดในธาตุ เป็นผู้ฉลาดในอายตนะ เป็นผู้ฉลาดในปฏิจจสมุปบาท และเป็นผู้ฉลาดในฐานะ อฐานะ จากนั้นทรงจำแนกธรรมเหล่านี้โดยละเอียดสูตร#2 สฬายตนวิภังคสูตร ว่าด้วยการจำแนกอายตนะ 6 ประการ ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี โดยมีพระประสงค์ให้ ภิกษุได้ศึกษาเรื่องอายตนะโดยละเอียดลึกซึ้ง ทรงตรัสอธิบาย เรื่อง อายตนะภายใน 6, อายตนะภายนอก 6, หมวดวิญญาณ 6, หมวดผัสสะ 6, มโนปวิจาร 18, สัตตบท 36 และสติปัฏฐาน 3 Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S68 Ep 8ปัญญาเพียงดั่งศาสตรา - กกจูปมสูตร และวัมมิกสูตร [6808-4s]
สูตร#1 กกจูปมสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ปรารภความประพฤติของพระโมลิยผัคคุนะที่มักโกรธและก่ออธิกรณ์ขึ้นเมื่อมีภิกษุบางรูปตำหนิภิกษุณีหรือตำหนิท่าน จึงทรงรับสั่งให้มาเฝ้าและทรงตรัสสอนให้ละความโกรธให้เป็นผู้มีเมตตาจิต ไม่มีโทสะ และให้เป็นคนว่าง่าย ทรงยกกรณีนี้ตรัสสอนภิกษุทั้งหลายและยกอุปมาขึ้นหลายประการ คือทรงตรัสเรื่องประโยชน์ของการฉันอาหารมื้อเดียว ตรัสเล่าเรื่องนางเวเทหิกาที่บันดาลโทสะ ทรงสรุปว่าจะรู้ว่าภิกษุใดสงบเสงี่ยมหรือไม่ ก็ต่อเมื่อมีถ้อยคำที่ไม่น่าพอใจมากระทบ ทรงแนะนำอุบายระงับความโกรธและโอวาทอุปมาด้วยเลื่อย ที่เมื่อมีโจรใช้เลื่อยมาตัดอวัยวะน้อยใหญ่ของเราแล้ว ก็ให้อดกลั้น ไม่โกรธ แต่ให้กลับมีเมตตาจิตต่อผู้นั้นได้สูตร#2 วัมมิกสูตร ว่าด้วยปริศนาจอมปลวก ทรงแสดงแก่พระกุมารกัสสปะ ณ พระเชตวัน ปรารภปัญหา 15 ข้อของเทวดา เนื่องด้วยมีเทวดาองค์หนึ่งเข้าไปหาท่านพระกุมารกัสสปะที่ป่าอันธวันเพื่อถามปริศนาธรรม 15 ข้อ และขอให้ท่านพระกุมารกัสสปะทูลถามปัญหา 15 ข้อนี้กับพระผู้มีพระภาค ซึ่งคำตอบจอมปลวกคือกายของมนุษย์ พราหมณ์ที่สั่งให้ขุดคือพระพุทธเจ้า สุเมธะคือชื่อของพระเสขะ ศาสตราที่ขุดคือปัญญา เป็นต้น Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S68 Ep 7ประทานโอวาทแก่พระราหุล- มหาราหุโลวาทสูตร และจูฬราหุโลวาทสูตร [6807-4s]
สูตร 1 # มหาราหุโลวาทสูตร ทรงแสดงแก่ท่านพระราหุล (สมัยยังเป็นสามเณร) เพื่อให้ท่านบรรเทาความพอใจและความกำหนัดเกี่ยวกับเรือนร่าง คือ ขันธ์ 5ขณะนั้นทรงประทับอยู่พระเชตวัน เขตกรุงสาวัตถี ในตอนเช้าก่อนเสด็จออกบิณฑบาต ทรงแสดงวิธีการเจริญกัมมัฏฐานหลายอย่าง ทรงสอนให้พิจารณาขันธ์ 5 และการเจริญอานาปานสติให้มีผลมาก มีอานิสงส์มาก คือ ให้พิจารณาธาตุ 5 ให้เจริญภาวนาเสมอด้วยธาตุทั้ง 5 นั้น ให้เจริญภาวนา 6 อย่าง และให้เจริญอานาปานสติ 16 ชั้นสูตร 2 # จูฬราหุโรวาทสูตร ทรงแสดงแก่ท่านพระราหุล ณ พระเชตวัน ทรงเห็นว่า ธรรมเครื่องบ่มวิมุตติของท่านพระราหุลแก่กล้าแล้ว ควรแสดงธรรมขั้นสูงขึ้นไป ทรงรับสั่งให้ท่านพระราหุลตามเสด็จเข้าไปในป่าอันธวัน ใกล้กรุงสาวัตถี ทรงสนทนาธรรมกับท่านพระราหุล โดยทรงอธิบายอายตนะภายในจับคู่กับอายตนะภายนอก และธรรมที่เกี่ยวข้องเป็นชุดๆ รวม 6 ชุด เมื่อจบการสนทนา ท่านพระราหุลได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S68 Ep 6วิธีและอานิสงส์แห่งการเจริญกายคตาสติ -กายคตาสติสูตร และอานาปนสังยุต [6806-4s]
สูตร#1 กายคตาสติสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงปรารภคำกราบทูลของภิกษุ ผู้กำลังนั่งสนทนาเรื่องกายคตาสติที่ทรงตรัสไว้ว่า เมื่อภิกษุเจริญให้มากแล้ว จะมีผลมาก มีอานิสงส์มาก จึงทรงอธิบายวิธีเจริญกายคตาสติให้ฟังโดยละเอียด ซึ่งมีทั้งหมด 18 วิธี และทรงแสดงอานิสงส์ของการเจริญไว้ 10 ประการสูตร#2 อนุปทสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ปรารถเรื่องธรรมตามลำดับบทของพระสารีบุตร ในการเห็นแจ้งธรรม ได้แก่ รูปฌาน ๔ อรูปฌาน ๔ เป็นผู้ถึงวสี(ความชำนาญ) ถึงบารมี(ความสำเร็จ) ในอริยศีล อริยสมาธิ อริยปัญญา และอริยวิมุตติ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S68 Ep 5ทำมารให้ตาบอด -นิวาปสูตร เทวาสุรสังคามสูตร และมาคัณฑิยสูตร [6805-4s]
สูตร#1 นิวาปสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตะวัน โดยกล่าวถึงสมณพราหมณ์ 4 ประเภท ที่ตกอยู่ในเงื้อมมือของมาร 3 ประเภท พ้นไปได้เพียง 1 ประเภท เปรียบเหมือนเนื้อ 4 ประเภทที่ตกอยู่ในเงื้อมมือของนายพรานปลูกหญ้าเป็นเหยื่อล่อ 3 ประเภท พ้นไปได้เพียงประเภทเดียว ทรงเปรียบเทียบโลกาทิโลกาทิส ( รูป, เสียง , กลิ่น , รส, โผฏฐัพพะ หรือกามคุณ 5 ) ด้วยเหยื่อล่อ, เปรียบมารด้วยนายพราน, เปรียบบริษัทของมารด้วยบริษัทของนายพราน , เปรียบสมณะพราหมณ์ด้วยหมู่เนื้อ คือ สามณพราหมณ์พวกแรก ติดโลกามิส ไม่พ้นเงื้อมมือมาร จึงเปรียบเหมือนเนื้อพวกแรกที่เห็นแก่เหยื่อล่อของนายพราน สมณพราหมณ์พวกที่สอง ไม่ติดตอนแรก แต่ไปติดตอนหลัง ( ไม่อดทนต่อความอดอยาก ) เปรียบเหมือนเนื้อพวกที่สองที่หนีเหยื่อตอนแรก แต่ทนอดไม่ได้ ต้องมาหาเหยื่อในภายหลัง สมณพราหมณ์พวกที่สาม ไม่ติดอามิสความเห็นผิด เปรียบเหมือนเนื้อพวกที่สามที่ไม่ติดเหยื่อล่อ แต่ถูกล้อมจับด้วยเครื่องมือจับสัตว์ สมณพราหมณ์พวกที่สี่ ซึ่งไม่ติดอามิส ไม่ติดทิกฐิ ไม่ประมาท จึงพ้นจากเงื้อมมือมาร เปรียบเหมือนเนื้อพวกที่สี่ ซึ่งไม่ติดเหยื่อล่อ และไม่ถูกล้อมจับได้ ตรัสแสดงข้อปฏิบัติ คือรูปฌาน ๔ อรูปฌาน ๔ และสัญญาเวทยิตนิโรธ ว่ามิใช่คติของมารและบริษัทของมาร มารมองไม่เห็น ข้ามพ้นตัณหาได้สูตร#2 เทวาสุรสังคามสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าด้วยสงครามระหว่างเทวดากับอสูร ที่รบกันถึง 3 ครั้ง และพวกอสูรชนะทุกครั้ง พวกเทวดาที่พ่ายแพ้จึงหนีไปยังเทพบุรี พวกอสูรทำอะไรพวกเทวดาไม่ได้ ต่อมาเทวดากับอสูรรบกันอีก พวกอสูรพ่ายแพ้หนีไปยังอสูรบุรี พวกเทวดาทำอะไรพวกอสูรไม่ได้ ทำให้ต่างได้เครื่องป้องกันภัย ทรงเปรียบเทียบกับภิกษุได้บรรลุธรรมแต่ละอย่าง คือ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 และสัญญาเวทยิตนิโรธ 1 ทำให้ตนได้เครื่องป้องกันภัย มารทำอะไรภิกษุไม่ได้ ทำให้มารสิ้นสุดปิดตามารจนมองไม่เห็น ข้ามพ้นตัณหาได้สูตร#3 มาคัณฑิยสูตร (บางส่วน) ทรงแสดงแก่มาคัณฑิยปริพาชก ทรงเปล่งอุทานว่า “ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง บรรดาทางทั้งหลายอันให้ถึงอมตธรรม ทางมีองค์ 8 เป็นทางอันเกษม" Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S68 Ep 4พลังสมาธิ-คาวีอุปมาสูตร, อนุปทสูตร และนิพพานสุขสูตร [6804-4s]
สูตร#1 คาวีอุปมาสูตร ว่าด้วยการอุปมาด้วยแม่โค โดยเปรียบเทียบแม่โคกับภิกษุ แม่โคเที่ยวไปตามภูเขา คิดว่าจะไปยังทิศที่ไม่เคยไป ไปกินหญ้า ไปดึ่มน้ำในเขตที่ไม่เคย กิน อาจมีอันตรายไม่ปลอดภัย เพราะเป็นโคโง่ ไม่ฉลาด ไม่รู้จักเขตที่หากิน ไม่เข้าใจที่จะเที่ยวไปบนเขาอันขรุขระ เหมือนกับภิกษุบางรูป เป็นคนโง่ ไม่ฉลาด ไม่รู้จักเขต ไม่เข้าใจ สงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรม ไม่บรรลุ ฌาณ 1- ฌาน 4 ได้ทรงแสดงว่าหากภิกษุปฏิบัติสมาบัติ (สมาธิ 8 ระดับ) จะมีสมาธิอันหาประมาณมิได้ เจริญดีแล้ว ย่อมโน้มน้อมจิตไป เพื่อกระทำให้แจ้ง ซึ่งธรรมใดๆที่ควรกระทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งสูตร#2 อนุปทสูตร ว่าด้วยธรรมตามลำดับบท ทรงแสดงแก่ภิกษุ ทรงตรัสสรรเสริญท่านพระสารีบุตรให้ภิกษุทั้งหลายฟังว่า ท่านพระสารีบุตรมีความฉลาดล้ำ มีปัญญาเลิศ มากกว่าภิกษุอื่น สามารถเห็นแจ้งธรรมตามลำดับบทได้เพียงกึ่งเดือน เห็นแจ้งตามลำดับบท คือ บรรลุรูปฌาณ 4, อรูปฌาณ 4, สัญญาเวทยิตนิโรธ และความสิ้นอาสวะสูตร#3 นิพพานสุขสูตร ว่าด้วยนิพพานเป็นสุข ซึ่งเป็นคำที่ท่านพระสารีบุตรกล่าว แต่ท่านพระอุทายีแย้งว่า “นิพพานไม่มีเวทนา จะเป็นสุขได้อย่างไร” ท่านพระสารีบุตรย้ำว่าเป็นได้ ท่านกล่าวถึงกามคุณ 5 และสุขโสมนัสที่อาศัยกามคุณ 5 เกิดขึ้นเรียกว่า กามสุข และแสดงว่า ในฌานสมาบัติ 8 คือ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 แต่ละอย่างยังมีสิ่งกดดัน (อาพาธ) หมายถึง ความบีบคั้น เช่น ในปฐมฌานมีสัญญามนสิการที่ประกอบด้วยกามเป็นสิ่งกดดัน แต่ในองค์ธรรมประการที่ 9 คือ สัญญาเวทยิตนิโรธ ไม่มีสิ่งกดดันเพื่อเปรียบเทียบให้เห็นว่า นิพพานเป็นสุขได้อย่างไร Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S68 Ep 3สมาธิ 9 ขั้น - อนุปุพพวิหารสมาปัตติสูตร และ ตปุสสสูตร [6803-4s]
สูตร#1 อนุปุพพวิหารสมาปัตติสูตร ว่าด้วยอนุปุพพวิหารสมาบัติ มี 9 ประการ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 และสัญญาเวทยิตนิโรธ 1 คือ ทรงแสดงธรรมที่ดับไปในอนุปุพพวิหารสมาบัติแต่ละอย่าง และยกย่องบุคคลผู้ดับธรรมแต่ละอย่างได้ด้วยฌานนั้น ๆ ว่า "เป็นผู้ควรนมัสการ ควรไหว้ และควรเข้าไปนั่งใกลั"สูตร#2 ตปุสสสูตร ว่าด้วยตปุสสคหบดี ท่านพระอานนท์พาตปุสสคหบดีไปเฝ้าพระพุทธเจ้ากราบทูลเรื่องที่คหบดีเล่าให้ฟังว่า พวกเขาเป็นคฤหัสถ์มีความยินดีรื่นรมย์บันเทิงในกาม เนกขัมมะ(การออกบวช) ปรากฎแก่พวกเขาเหมือนเหวใหญ่ จิตของภิกษุหนุ่มๆ ยินดีในเนกขัมมะ เมื่อพิจารณาเห็นว่าเนกขัมมะเป็นธรรมสงบ ภิกษุมีธรรมที่ต่างกับคฤหัสถ์คือเนกขัมมะ ทรงตรัสว่าข้อนั้นเป็นความจริง แม้พระองค์เองก่อนตรัสรู้ก็มีความดำริว่า เนกขัมมะเป็นความดี ความสุขเป็นความดี แต่จิตของพระองค์ก็ไม่น้อมไปในเนกขัมมะ เมื่อพิจารณาเห็นว่าเนกขัมมะเป็นธรรมสงบ จึงดำริว่า อะไรเป็นเหตุให้เป็นเช่นนั้น รู้ว่า เพราะยังไม่เห็นโทษในกาม และยังไม่ได้รับอานิสงส์ในเนกขัมมะ ถ้าได้เห็นโทษในกาม และได้รับอานิสงส์ในเนกขัมมะ จิตก็จะน้อมไปในเนกขัมมะ แล้วทรงแสดงว่า พระองค์ทรงบรรลุอนุปุพพวิหาร 9 ทรงสรุปว่า เมื่อใด ทรงเข้าหรือออกจากอนุปุพพวิหารสมาบัติ 9 ประการนี้ได้ตามปรารถนา ทั้งโดยอนุโลมและปฏิโลม เมื่อนั้นพระองค์จึงกล้ายืนยันว่าได้ตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณนยอดเยี่ยมในโลกทั้งปวง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S68 Ep 2ธรรมเป็นที่ตั้งแห่งสติ- สติปัฏฐานสูตร [6802-4s]
สติปัฏฐานสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่นิคมชาวกุรุชื่อกัมมาสธัมมะ ทรงปรารภพุทธบริษัทชาวกัมมาสธัมมนิคม แม้พวกทาสกรรมกร มีความสนใจในการเจริญสติปัฏฐานกันอย่างมาก จึงทรงยกหัวข้อขึ้นอธิบายในรายละเอียดของการเจริญสติ ความหมาย และการพิจารณากาย เวทนา จิตและธรรม และทรงแสดงอานิสงส์ของการเจริญสติปัฏฐานว่า บุคคลผู้เจริญสติปัฏฐาน 4 ประการนี้ แม้เพียง 7 วัน เป็นอย่างน้อย ก็หวังได้ว่า จะมีผลในปัจจุบันอย่างใดอย่างหนึ่ง ในจำนวนผล 2 อย่าง คือ จะได้บรรลุอรหัตตผล หรือถ้ายังมีอุปาทิเหลืออยู่ จะบรรลุอนาคามิผล และทรงสรุปว่า สติปัฏฐาน 4 ประการนี้ เป็นทางสายเดียว เพื่อความบริสุทธิ์ของเหล่าสัตว์ เพื่อล่วงโสกะปริเทวะ เพื่อดับทุกข์และโทมนัส เพื่อบรรลุญายธรรม (อริยมรรค) และเพื่อทำนิพพานให้แจ้ง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S68 Ep 1การบันลือสีหนาท - จูฬสีหนาถสูตรและเวรัญชกสูตร [6801-4s]
สูตร#1 จูฬสีหนาทสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน ทรงปรารภเหตุการณ์ในขณะนั้นว่า พระองค์และภิกษุสงฆ์มีลาภสักการะเกิดขึ้นเป็นอันมาก แต่พวกอัญเดียรถีย์ปริพาชกกลับเสื่อมลาภสักการะ พากันร้องไห้คร่ำครวญไปตามท้องถนน พระองค์จึงตรัสสอนให้ภิกษุบันลือสีหนาทโดยชอบว่า สมณะที่ 1 ถึงที่ 4 ( โสดาบันถึงอรหันต์ ) มีในพระศาสนานี้เท่านั้น จากนั้นทรงอธิบายว่า ถ้านักบวชลัทธิอื่นถามถึงเหตุผลที่กล่าวอย่างนี้ พึงอ้างธรรม 4 ประการคือ ความเลื่อมใสในศาสดา ในพระธรรม บำเพ็ญศีลได้บริบูรณ์ และ ผู้ร่วมประพฤติธรรมทั้งคฤหัสถ์และบรรพชิตเป็นที่รักที่พอใจของเรา จากนั้นทรงแสดงเรื่องทิฏฐิ 2 ประการที่สมณะหรือพราหมณ์ยึดติด และ ทรงแสดงอุปาทาน ( ความยึดมั่นถือมั่น ) 4 อย่าง ที่สมณพราหมณ์ทั้งหลายมักอ้างว่า รอบรู้อุปาทานทุกอย่าง แต่ก็ไม่บัญญัติการกำหนดรู้อุปาทานทั้งปวงจริง บัญญัติไว้เพียงประการใดประการหนึ่งเท่านั้น ในตอนท้าย ทรงอธิบายหลักปฏิจจสมุปบาทเริ่มต้นด้วยอุปาทานว่า อุปาทาน 4 ประการดังกล่าวเกิดจากตัณหา ฯลฯ สังขารเกิดจากอวิชชา เมื่อละอวิชชาได้ วิชชาเกิดขึ้น อุปาทานทั้ง 4 ประการ ก็ไม่เกิดขึ้น เมื่อไม่ยึดมั่นก็ปรินิพพานเฉพาะตน สูตร#2 เวรัญชกสูตร ทรงแสดงแก่พวกพราหมณ์และคหบดีชาวเมืองเวรัญชาที่มาทำธุรกิจบางอย่างในกรุงสาวัตถี ขณะประทับ ณ เชตวัน ที่มาเข้าเฝ้าและได้ทูลถามปัญหาเรื่องเหตุที่ทำให้สัตว์ไปเกิดในทุคติและสุคติ ตรัสตอบว่า พวกที่เข้าถึงอบาย ฯลฯ เพราะประพฤติอธรรม คือ อกุศลกรรมบท 10 และประพฤติไม่สม่ำเสมอ ส่วนพวกที่เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เพราะประพฤติธรรม คือ กุศลกรรมบท 10 และประพฤติสม่ำเสมอ แล้วทรงแสดงในรายละเอียด เมื่อทรงแสดงจบ ชาวเมืองเวรัญชาขอถึงพระรัตนตรัยไปจนตลอดชีวิต (ทรงแสดงหมวดธรรมนี้ไว้ในสาเลยกสูตร) Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S67 Ep 52ธรรมที่ไม่มีกิเลส - อรณวิภังคสูตรและ นิพเพธิกสูตร [6752-4s]
สูตร#1 อรณวิภังคสูตร ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่พระเชตวัน กรุงสาวัตถี โดยมีพระประสงค์ให้ภิกษุเหล่านั้นปฏิบัติตามธรรมที่ไม่มีกิเลส เว้นธรรมที่มีกิเลส ทรงตรัสกับภิกษุทั้งหลายว่า1) ภิกษุไม่พึงประกอบเนือง ๆ ซึ่งสุขในกาม อันทราม เป็นของชาวบ้านเป็นของปุถุชน ไม่ใช่ของพระอริยะ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ และไม่พึงประกอบเนือง ๆ ซึ่งอัตตกิลมถานุโยค(การประกอบความลำบากเดือดร้อนแก่ตน) อันเป็นทุกข์ ไม่ใช่ของพระอริยะ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์2) มัชฌิมาปฏิปทาที่ไม่เอียงเข้าใกล้ที่สุด 2 อย่างนั้น ที่ทรงได้ตรัสรู้แล้ว อันเป็นปฏิปทาก่อให้เกิดจักษุ ก่อให้กิดญาณ เป็นไปเพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อตรัสรู้ เพื่อนิพพาน3) รู้จักการยกย่องและการตำหนิ ครั้นรู้แล้ว ไม่พึงยกย่อง ไม่พึงตำหนิ พึงแสดงธรรมเท่านั้น4) พึงรู้การตัดสินความสุข ครั้นรู้แล้ว พึงประกอบเนือง ๆ ซึ่งความสุขภายใน สุขนี้เรียกว่า เนกขัมมสุข5) ไม่พึงกล่าวความลับ ไม่พึ่งกล่าวคำล่วงเกินต่อหน้า เมื่อไม่รีบร้อนจึงพูด เมื่อรีบร้อนไม่ควรพูด ไม่พึงยึดภาษาท้องถิ่น ไม่พึงละเลยคำพูดสามัญ (คำที่คนทั่วไปใช้พูดกัน) แล้วทรงยกตัวอย่าง กุลบุตรผู้มีนามว่าสุภูติ ได้ปฏิบัติตามข้อปฏิบัติเพื่อไม่มีกิเลสแล้วสูตร#2 นิพเพธิกสูตร ว่าด้วยธรรมบรรยายที่เป็นเหตุชำแรกกิเลส ทรงสอนให้ภิกษุทั้งหลายทราบสภาวธรรมต่าง ๆ รวม 6 ประการดังนี้ (1) กาม เหตุเกิดแห่งกาม ความต่างกันแห่งกาม ความดับแห่งกาม ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับแห่งกาม (2) เวทนา... (3) สัญญา... (4) อาสวะ... (5) กรรม... (6) ทุกข์... ทรงอธิบายขยายความแต่ละประการอย่างพิสดาร Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S67 Ep 51สุขยิ่งกว่าสุขเวทนา-อนุปุพพวิหารสูตร, อนุปุพพวิหารสมาปัตติสูตร, นิพพานสูตร และอนุปทสูตร [6751-4s]
สูตร#1 อนุปุพพวิหารสูตร ว่าด้วยอนุปุพพวิหารธรรม คำว่า “อนุปุพพวิหารธรรม” หมายถึง ธรรมเครื่องอยู่ที่ต้องเข้าสมาบัติตามลำดับ มี 9 ประการ คือ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 และสัญญาเวทยิตนิโรธ 1สูตร#2 อนุปุพพวิหารสมาปัตติสูตร ว่าด้วยอนุปุพพวิหารสมาบัติ มี 9 ประการ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 และสัญญาเวทยิตนิโรธ 1 คือ ทรงแสดงธรรมที่ดับไปในอนุปุพพวิหารสมาบัติแต่ละอย่าง และยกย่องบุคคลผู้ดับธรรมแต่ละอย่างได้ด้วยฌานนั้นๆ ว่า “เป็นผู้ควรนมัสการ ควรไหว้ และควรเข้าไปนั่งใกลั”สูตร#3 นิพพานสุขสูตร ว่าด้วยนิพพานเป็นสุข ซึ่งเป็นคำที่ท่านพระสารีบุตรกล่าว แต่ท่านพระอุทายีแย้งว่า “นิพพานไม่มีเวทนา จะเป็นสุขได้อย่างไร” ท่านพระสารีบุตรย้ำว่าเป็นได้ แล้วแสดงกามคุณ 5 และสุขโสมนัสที่อาศัยกามคุณ 5 เกิดขึ้นเรียกว่า กามสุข และแสดงว่า ในฌานสมาบัติ 8 คือ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 แต่ละอย่างยังมีสิ่งกดดัน (อาพาธ) หมายถึง ความบีบคั้น เช่น ในปฐมฌานมีสัญญามนสิการที่ประกอบด้วยกามเป็นสิ่งกดดัน แต่ในองค์ธรรมประการที่ 9 คือ สัญญาเวทยิตนิโรธ ไม่มีสิ่งกดดันเพื่อเปรียบเทียบให้เห็นว่า นิพพานเป็นสุขได้อย่างไรสูตร#4 อนุปทสูตร ว่าด้วยธรรมตามลำดับบท ทรงแสดงแก่ภิกษุ ทรงตรัสสรรเสริญท่านพระสารีบุตรให้ภิกษุทั้งหลายฟังว่า ท่านพระสารีบุตรมีความฉลาดล้ำ มีปัญญาเลิศ มากกว่าภิกษุอื่น สามารถเห็นแจ้งธรรมตามลำดับบทได้เพียงกึ่งเดือน เห็นแจ้งตามลำดับบท คือ บรรลุรูปฌาณ 4, อรูปฌาณ 4, สัญญาเวทยิตนิโรธ และความสิ้นอาสวะ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S67 Ep 50อานิสงส์แห่งยัญ-กุฎทันตสูตร ตอนที่ 2 [6750-4s]
กุฎทันตสูตร #2 สืบเนื่องจาก กุฎทันตสูตรตอนที่1 ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงปรารถคำถามของกูฏทันตะพราหมณ์ที่กำลังเตรียมทำพิธีบูชายัญ ได้ทรงอธิบายโดยเล่าเรื่องการบูชายัญของพระเจ้ามหาวิชิตราช ซึ่งการทำพิธีบูชายัญนั้นต้องจัดเตรียมสิ่งของ มีรายละเอียดการทำบูชายัญ ใช้ทุนทรัพย์มาก รวมถึงคุณสมบัติของผู้ให้และผู้รับ ในตอนนี้กูฏทันตะพราหมณ์ได้กราบทูลถามถึงยัญอื่นที่มีการเริ่มน้อยกว่า แต่มีผลมากกว่ายัญ ๓ ประการ องค์ประกอบ ๑๖ อีกหรือไม่ โดยมีการถามตอบไปมาหลายวาระถึงสิ่งที่มีการริเริ่มน้อยกว่า แต่มีผลานิสงส์มากกว่าโดยลำดับ มี 5 อย่าง ตั้งแต่การให้ทานเป็นนิตย์ อุทิศแด่ผู้มีศีล การสร้างวิหาร อุทิศพระสงฆ์ที่มาจาก ๔ ทิศ การถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะ การสมาทานศีล ๕ และสุดท้ายคือการออกบวชประพฤติพรหมจรรย์ ตั้งอยู่ในศีล ๓ ประเภท บำเพ็ญสมาธิจนได้ฌาน ๔ บำเพ็ญปัญญาจนได้วิชชา ๘ เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสจบกูฏทัตพราหมณ์มีความเลื่อมใสในพระธรรมเทศนา ประกาศตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต ปล่อยสัตว์อย่างละ ๗๐๐ หลายประเภทนั้นให้เป็นอิสระ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S67 Ep 49อานิสงส์แห่งยัญ- กุฎทันตสูตร ตอนที่1 [6749-4s]
กุฎทันตสูตร #1 สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเสด็จจาริกไปในแคว้นมคธพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ประมาณ ๕๐๐ รูป เสด็จถึงหมู่บ้านพราหมณ์ชาวมคธชื่อขาณุมัต สมัยนั้น พราหมณ์กูฏทันตะปกครองหมู่บ้าน ขาณุมัต พระสูตรนี้เป็นเรื่องราวการบูชายัญทั้งที่เป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยขน์ ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงปรารถคำถามของกูฏทันตะพราหมณ์ ที่กำลังเตรียมทำพิธีบูชายัญด้วยโคเพศผู้ ลูกโคเพศผู้ ลูกโคเพศเมีย แพะ และแกะอย่างละ ๗๐๐ ตัว ถูกนำเข้าไปผูกที่หลักเพื่อฆ่าบูชายัญ ต้องการเข้าเผ้าพระพุทธเจ้าเพื่อทูลถามยัญสมบัติ ๓ประการ มีองค์ประกอบ ๑๖ ซึ่งได้ทรงอธิบายโดยเล่าเรื่องการบูชายัญของพระเจ้ามหาวิชิตราช ซึ่งการทำพิธีบูชายัญนั้นต้องจัดเตรียมสิ่งของ มีรายละเอียดการทำบูชายัญ ได้แก่ พระเจ้ามหาวิชิตราชทรงประกอบด้วยคุณลักษณะ ๘ อย่าง พราหมณ์ปุโรหิตประกอบด้วยคุณสมบัติ ๔ อย่าง ยัญพิธี ๓ ประการ ผู้รับทานต้องประกอบด้วยอาการ ๑๐ อย่าง และต้องบูชายัญด้วยอาการ ๑๖ ยัญพิธีนั้นสำเร็จลงเพียงเพราะเนยใส น้ำมัน เนยข้น นมเปรี้ยว น้ำผึ้ง และน้ำอ้อยเท่านั้น ไม่ต้องฆ่าโค แพะ แกะ ไก่ สุกร และสัตว์นานาชนิด ไม่ต้องตัดต้นไม้มาทำหลักบูชายัญ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S67 Ep 48พึ่งตน พึ่งธรรม- จักกวัตติสูตร [6748-4S]
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S67 Ep 47ความเชื่อเรื่องกรรมเก่าที่ผิด- เทวทหสูตร [6747-4s]
พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมแก่ภิกษุ ขณะประทับอยู่ที่เทวทหะนิคม ทรงปรารภหลักคำสอนของพวกนิครนถ์ในเรื่องกรรมเก่า และการสิ้นกรรม ซึ่งพวกนิครนถ์เชื่อว่า กรรมเก่าให้ผลแน่นอนไม่มีข้อยกเว้น การหมดทุกข์จะมีได้ด้วยการบำเพ็ญเพียรอย่างแรงกล้า และการไม่ทำกรรมใหม่เพิ่มเติม ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด และทรงแสดงความเชื่อเรื่องกฏแห่งกรรม และผลแห่งความเพียร ตามหลักคำสอนในศาสนาพุทธ โดยทรงยกอุปมาอุปไมยเปรียบเทียบไว้ 3 อย่าง คือ บุรุษถูกยิงด้วยลูกศรอาบยาพิษ ขายหนุ่มหลงรักหญิงสาว และช่างศรดัดลูกศรที่คดงอให้ตรง ที่เมื่อใคร่ครวญแล้วจะทำให้เกิดความเข้าใจเนื้อหาในพระสูตรนี้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S67 Ep 46ความเห็นผิด- ปาฏิกสูตร ตอนที่ 2 [6746-4S]
เป็นตอนจบของพระสูตรนี้ เป็นตอนที่ปาฏิกบุตร หลอกลวงประชาชน ในลักษณะที่โอ้อวดว่าสามารถแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ ได้มากกว่าพระพุทธเจ้าเป็นทวีคูณ แต่พอจะให้เกิดการพิสูจน์ ก็ไม่สามารถที่จะทำความชัดแจ้ง ให้ถึงการตรวจสอบที่ถูกต้องได้ ท่านเปรียบเหมือนสุนัขจิ้งจอกที่เห็นราชสีห์มีความสามารถ มีกำลัง มีการคำราม ตัวเองก็เอาอย่างบ้าง แต่ก็ไม่สามารถคำรามให้เสียงเป็นเหมือนอย่างราชสีห์ได้เนื้อหาที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ เรื่องกำเนิดของโลก ที่ไม่ได้เกิดจากพรหม หรือพระพุทธเจ้าเป็นผู้สร้างโลก ที่ถ้ามีความเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว จะไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งนั้น ๆ รู้ถึงความดับ และไม่ดำเนินไปสู่ความเสื่อมได้นั่นเอง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S67 Ep 45ความเห็นผิด- ปาฏิกสูตร ตอนที่ 1 [6745-4s]
พระสูตรว่าด้วยนักบวชเปลือยชื่อปาฏิกบุตร ซึ่งเป็นนักบวชเปลือย 1 ใน 3 คน ที่ปรากฏในพระสูตรนี้ เป็นเรื่องราวที่พระผู้มีพระภาคทรงปรารถแก่ ภัคควโคตรปริพาชก ได้กราบทูลถามเรื่อง เจ้าสุนักขัตตะ ลิจฉวีบุตรลาสิกขา จึงทรงเล่าสาเหตุที่ เจ้าสุนักขัตตะ ลาสิกขาโดยอ้างเหตุผล 2 ประการ คือ (1) ไม่ทรงแสดงปาฏิหาริย์ให้ดู (2) ไม่ทรงประกาศทฤษฎีว่าด้วยต้นกำเนิดของโลก ซึ่งในตอนท้ายของพระสูตรได้ทรงตรัสเล่าเรื่องทฤษฏีว่าด้วยต้นกำเนิดของโลกในตอนนี้ เป็นตอนที่พระพุทธเจ้า ตรัสเล่าย้อน ตอนที่อบรมภิกษุสุนักขัตตะ ที่ไปเคารพนักบวชเปลือย 3 คน โดยปรารภว่าในเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์นั้น ทรงแสดงให้เจ้าสุนักขัตตะ ขณะนั้นยังเป็นภิกษุทำหน้าที่อุปัฏฐากพระองค์ ดูถึง 3 ครั้ง และเจ้าสุนักขัตตะก็ยอมรับว่าทรงแสดงแล้ว แต่ก็ยังมีความคิดผิดเพี้ยนไป Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S67 Ep 44ต้นกำเนิดของโลก-อัคคัญญสูตร [6744-4s]
อัคคัญญสูตร ทรงแสดงแก่สามเณรชื่อ วาเสฏฐะและภารทวาชะ ทรงชี้แจงให้เข้าใจถึงความเป็นมาของวรรณะ 4 ที่พวกพราหมณ์เข้าใจเรื่องระบบวรรณะผิดพลาดคลาดเคลื่อนไป ไม่รู้เรื่องความเป็นมาของวรรณะตามความเป็นจริง และทรงแสดงการกำเนิดหรือวิวัฒนาการของโลก ตั้งแต่ตอนต้นแห่งวิวัฏฏกัปที่โลกก่อตัวขึ้นใหม่ จนมีมนุษย์เกิดขึ้นและวิวัฒนาการของระบบสังคม เศรษฐกิจและการเมืองไว้อย่างน่าสนใจ และทรงสรุปเน้นย้ำในเรื่อง การประพฤติสุจริต ตรัสสอนให้เจริญโพธิปักขิยธรรม เป็นธรรมที่จะให้เกิดการบรรลุธรรม และหลุดพ้นได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S67 Ep 43เหตุแรกเกิด-มหานิทานสูตร [6743-4s]
มหานิทานสูตร ว่าด้วยสิ่งที่เป็นต้นเหตุใหญ่ พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่พระอานนท์ ขณะประทับอยู่ ณ นิคมของชาวกุรุ ปรารภธรรมในหมวดธรรมที่ชื่อ ปฏิจจสมุปบาท เพื่อทรงแก้ความเข้าใจผิดของพระอานนท์ ที่กราบทูลว่า น่าแปลกที่ปฏิจจสมุปบาทเป็นธรรมที่ลึกซึ้งสุดคาดคะเน แต่สำหรับท่านกลับเป็นธรรมง่ายๆ พระพุทธเจ้าทรงห้ามมิให้พูดเช่นนี้ แล้วทรงอธิบายไล่เรียงในรายละเอียดให้ฟัง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S67 Ep 42ใจเขา ใจเรา - อนุมานสูตรและจูฬตัณหาสังขยสูตร [6742-4s]
สูตร#1 อนุมานสูตร พระมหาโมคคัลลานะแสดงแก่ภิกษุจำนวนหนึ่ง ขณะพักอยู่เภสกฬาวัน เขตเมืองสุงสุมารคิระ แคว้นภัคคะ โดยปรารภปวารณากรรมของภิกษุบางรูปที่เป็นผู้ว่ายาก โดยยกเรื่องธรรมที่ทำให้เป็นผู้ว่ายาก 16 ประการ และธรรมที่ทำให้เป็นผู้ว่าง่าย 16 ประการ มาตั้งเป็นข้ออนุมานตน ได้แก่บุคคลอื่นผู้มีธรรมให้เป็นผู้ว่ายาก ไม่เป็นที่รักที่พอใจของเรา ฉันใด ถ้าตนเองมีคุณธรรมให้เป็นผู้ว่ายากบ้าง คนอื่นก็ไม่รักไม่พอใจฉันนั้นเหมือนกัน ดังนั้นให้ปฏิบัติธรรมที่ทำให้เป็นผู้ว่าง่าย และได้ยกข้อธรรมทั้ง 2 ประการนั้น มาตั้งเป็นหัวข้อพิจารณาตนเองแต่ละประการอีกว่า ตนมีธรรมที่ทำให้เป็นผู้ว่ายากหรือไม่ ถ้ามีก็ควรพยายามละเสีย แต่ถ้าไม่มีในตน ก็ควรศึกษาและปฏิบัติตามกุศลธรรมทั้งหลายอย่างต่อเนื่องต่อไปสูตร#2 จูฬตัณหาสังขยสูตร ทรงแสดงแก่ท้าวสักกะ ณ บุพพาราม กรุงสาวัตถี เพื่อตอบปัญหาของท้าวสักกะ ที่ได้ทูลถามว่า กล่าวโดยย่อ ข้อปฏิบัติเพียงเท่าไร ภิกษุจึงชื่อว่า ผู้หลุดพ้นด้วยธรรมเป็นที่สิ้นตัณหา ฯลฯ เป็นผู้ประเสริฐกว่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ทรงตรัสตอบและอธิบายถึงข้อปฏิบัติ ที่ว่า “ธรรมทั้งปวง ไม่ควรยึดมั่น “ ท้าวสักกะชื่นชมพระภาษิตและทูลากลับ ขณะนั้น ท่านพระมหาโมคคัลลานะ นั่งฟังอยู่ไม่ไกล คิดว่า ท้าวสักกะจะไม่เข้าใจจริง จึงตามไปยังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อถามว่า พระพุทธเจ้าตรัสเรื่องความสิ้นตัณหาโดยย่อว่าอย่างไร ท้าวสักกะไม่ตอบ แต่ชวนไปชมเวชยันตปราสาท พระเถระจึงสำแดงฤทธิ์ให้เวชยันตปราสาทสั่นสะเทือน จึงยอมบอกตามที่ทรงได้ฟังมา พระเถระได้กลับมารายงานให้พระพุทธเจ้าทรงทราบ และทรงยืนยันว่าได้ตรัสอย่างนั้นจริง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S67 Ep 41พุทธประวัติ ตอน ปัญญาแทงตลอดธรรมธาตุ - มหาปทานสูตร (3) [6741-4s]
มหาปทานสูตร (3) พระพุทธเจ้าทรงเล่าถึงตอนพระปัสสีโพธิสัตว์ตรัสรู้ ทรงแสดงธรรมแก่คู่พระอัครสาวกและมหาชน ซึ่งในการแสดงธรรมนั้นมีผู้บรรลุธรรมตามเป็นจำนวนหลายแสนคน และได้ทรงส่งสาวกไปประกาศพระศาสนา ทรงดำริว่า เมื่อเวลาล่วงไปทุกๆ6ปี ภิกษุทั้งหลายควรกลับมายังกรุงพันธุมดี เพื่อแสดงปาฏิโมกข์ ซึ่งท้าวมหาพรหมได้กราบทูลว่าจะหาวิธีให้ภิกษุกลับมา ต่อมาพระพุทธเจ้าทรงไปหาเหล่าเทพชั้นสุธาวาส และเหล่าเทพชั้นต่างๆ มีเทวดามากมายมาเข้าเฝ้า เทวดาได้เล่าเรื่องราวของพระพุทธเจ้าในสมัยนั้นๆที่ตนประพฤติพรหมจรรย์ แล้วจึงมาเกิดในที่นี้ ๆและทรงสรุปพระธรรมเทศนานี้ว่า ที่ทรงทราบพระประวัติของพระพุทธเจ้าในอดีต 6 พระองค์ ที่มีในกัปนี้และกัปก่อนๆและพระประวัติของพระองค์เอง เป็นเพราะพระองค์มีปัญญาทราบได้เองถึงพระพุทธเจ้าในอดีตและเพราะเหล่าเทวดาบอกเรื่องนั้นให้ทราบ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S67 Ep 40พุทธประวัติ ตอน คาถาอันน่าอัศจรรย์ - มหาปทานสูตร (2) [6740-4s]
มหาปทานสูตร(2) ตอนการออกผนวช การตรัสรู้ และการแสดงธรรม เมื่อพระวิปัสสีพุทธเจ้าได้ทรงเห็นเทวฑูตทั้ง 4 เป็นนิมิต ทรงเสด็จออกผนวช มหาชนทราบข่าวได้ออกบวชตามเสด็จ ต่อมาทรงหลีกออกจากหมู่อยู่เพียงลำพัง ประทับหลีกเร้นในที่สงัด ได้ทรงใคร่ครวญเรื่องปฏิจจสมุปบาทแล้วทรงบรรลุธรรม ท้าวมหาพรหมได้ทูลอาราธนาให้ทรงแสดงธรรม ทรงแสดงธรรมแก่คู่พระอัครสาวก และแก่มหาชน ซึ่งได้บรรลุธรรมตามที่ทรงตรัสรู้แจ้งนั้น ตามลำดับ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S67 Ep 39พุทธประวัติ ตอนปุพเพนิวาส - มหาปทานสูตร (1) [6739-4s]
มหาปทานสูตร (1) พระประวัติของพระพุทธเจ้า 7 พระองค์ พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่ ณ พระเชตวัน ทรงปรารภเรื่อง ปุพเพนิวาสญาณของพระองค์ โดยตรัสเล่าพระประวัติโดยสังเขปของพระพุทธเจ้าในอดีต 6 พระองค์ ที่มีในกัปนี้และกัปก่อนๆและพระประวัติของพระองค์เอง แต่เนื่องจากภิกษุยังมีข้อสงสัยอยู่จึงได้เสด็จกลับมาและตรัสเล่าต่อ เฉพาะพระประวัติของพระวิปัสสีพุทธเจ้า ซึ่งในตอนนี้ เป็นตอนประสูติ ประกอบด้วยเรื่อง กฎธรรมดาของพระโพธิสัตว์ 16 ประการ , ลักษณะมหาบุรุษ 32 ประการ ซึ่งพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ทรงมีเหมือนกัน และ การเห็นเทวฑูต Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.