
3 ใต้ร่มโพธิบท
427 episodes — Page 9 of 9

การเบียดเบียน 6202-3d
“การเบียดเบียน” หมายถึง ความคิดประทุษร้ายให้คนอื่นนั้นได้ไม่ดีอย่างใดอย่างหนึ่ง นั่นคือการเบียดเบียนผู้อื่น ส่วนการเบียดเบียนตัวเองนั้น คือ การคิดให้ตัวเองได้ไม่ดีอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น การน้อยเนื้อต่ำใจ โทษตัวเอง ความขี้เกียจ ความโกรธ ความไม่พอใจ ฯลฯ โดยเป็นความคิดตริตรึกไปในทางเบียดเบียน ซึ่งบางทีอาจจะไม่ได้เจตนา แต่กิเลสมันพาไป และการที่ไม่ตริตรึกในทางที่จะไม่เบียดเบียนคนอื่น นั่นเป็นสัมมาสังกัปปะ“การกระทบกระทั่ง” ซึ่งเราอยู่ในโลกในสังสารวัฏ มันมีการกระทบกระทั่งกันแน่นอน ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ตั้งใจจะเบียดเบียนการเบียดเบียน การกระทบกระทั่ง มีหลายระดับ คือ การเบียดเบียนโดยตรง ทางอ้อม การเบียดเบียนในทาง Supply chain ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง หรือการทำตนเองให้ลำบากโดยไม่จำเป็นการกังวลต่อบาปมากเกินไป นั่นไม่ใช่ทางที่ถูกต้อง แต่ความกลัวความละอายต่อบาป คือ หิริโอตตัปปะ นั้นต้องมี จะอยู่ในระดับไหนถึงเหมาะสมกับการที่จะให้ชีวิตของเราดำเนินไปได้ เพราะการเบียดเบียน การกระทบทั่งกันในสังสารวัฏ มันมีแน่นอน ที่จะไม่กระทบกัน ไม่มีแน่นอนถ้าเราปฏิบัติตามมรรคแปดได้ กระบวนการเบียดเบียนที่มันมีอยู่ กระทบกระทั่งกันให้เกิดความพอใจบ้าง ไม่พอใจบ้าง มันก็จะค่อยลดลงได้ ๆ ตามขั้นตอน Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

รู้ดีก็ได้ดี รู้ไม่ดีก็ได้ไม่ดี 6202-1d
พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ใน สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ว่า . . .“ยาทิสํ วปเต พีชํ ตาทิสํ ลภเต ผลํ กลฺยาณการี กลฺยาณํ ปาปการี จ ปาปกํ บุคคลหว่านพืชเช่นไร ย่อมได้ผลเช่นนั้น ผู้ทำกรรมดี ย่อมได้รับผลดี ผู้ทำกรรมชั่ว ย่อมได้รับผลชั่ว”มรรคมีองค์แปดนั่นเป็นความดี เป็นความงาม เป็นกัลยาณธรรม เป็นกัลยาณวัตร คือ เป็นข้อปฏิบัติที่ดี ศีลสมาธิปัญญา ทานศีลภาวนา ต้องรักษาศีลห้า อย่างน้อยๆ ที่สุดที่จะถึงความดีตรงนั้นได้ก็คือการทำสมาธิขั้นใดขั้นหนึ่งให้เกิดขึ้น การทำให้จิตเป็นอารมณ์อันเดียว รู้จักปล่อยวาง เห็นความตั้งอยู่ไม่ได้ของธรรมต่างๆ บ้าง มีการทำจริงแน่วแน่จริง การรู้จักใช้จ่ายประหยัดมัธยัสถ์ การที่ทำให้จิตเป็นอารมณการที่พูดจาไม่ว่ากันให้ร้ายกัน การที่มีความคิดปรารถนาดีกัน เหล่านี้เป็นความดีแน่นนอน“สุวิชาโน ภวํ โหติ สุวิชาโน ปราภโว” แปลว่า ผู้เจริญก็รู้ได้ง่าย ผู้เสื่อมก็ดูรู้ได้ ผู้ที่มีความใคร่ชอบพอในการฟังธรรมของพระอริยะเจ้ามีจิตโน้มน้อมมาทันที รู้ได้ทันทีว่าคนนี้ต่อไปเจริญแน่ ส่วนผู้ที่มีความเกลียดธรรม ไม่อยากฟังธรรม เป็นคนขี้เกียจ มีอธรรมอยู่ในใจ เราดูรู้ได้เลยว่าคนนี้ต่อไปหรือทำกิจการงานต่อไปเสื่อมแน่นอน นี่คือ ความรู้ได้ง่ายสุวิชาโน Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

เรื่องเกี่ยวกับภิกษุณี 6201-3d
เกร็ดความรู้จากหนังสือ “เรื่องเกี่ยวกับภิกษุณี” บทประพันธ์โดยสมเด็จพระวันรัต (ท่านจุทน์ พฺรหฺมคุตฺโต)ว่าด้วยความเป็นมาของภิกษุณี, วิธีอุปสมบทภิกษุณี, คุณสมบัติของการอุปสมบทเป็นภิกษุณี, ศีลของภิกษุณี, ความเกี่ยวข้องระหว่างภิกษุกับภิกษุณี, เหตุผลที่พระพุทธเจ้าทรงวางกฏเกณฑ์การอุปสมบทภิกษุณี, สถานภาพของภิกษุณี, การพ้นภาวะภิกษุณี, ภาษิตของพระเถรี, ภิกษุณีในประเทศไทย และสตรีที่บวชในพระพุทธศาสนาธรรมบทแปลเรื่อง “พระอุบลวรรณาเถรี” ซึ่งเป็นผู้ที่มีความเป็นเลิศในด้านฤทธิ์ เปรียบเทียบไว้กับพระมหาโมคคัลลานะ ซึ่งเป็นอัครสาวกเบื้องซ้ายของพระพุทธเจ้า และเป็นต้นบัญญัติศีล ที่ห้ามภิกษุณีอยู่ในป่า Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

ทบทวน ใคร่ครวญ เพื่อปัญญาอันแจ่มแจ้ง 6152-7d
ทบทวนกับคำสอนที่ใช้อุปมาอุปไมยของพระพุทธเจ้า ในรอบปีที่ผ่านมาในช่วงท้ายรายการ พระอาจารย์มหาไพบูลย์ อภิปุณฺโณ ได้ให้ข้อคิดในการใช้ชีวิตเพื่อต้อนรับศักราชใหม่ปี พ.ศ. 2562 ไว้ว่า“แต่ละรอบที่ผ่านไป ๆ อันนี้ก็คือสั้นลง ๆ เราก็เข้าถึงจุดที่จะมีการเปลี่ยนแปลง เทวฑูตปรากฏแน่ไม่อันใดก็อันหนึ่ง ในเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่จุดใดจุดหนึ่ง เราต้องเป็นผู้ที่ไม่ประมาท ลองทบทวนดูว่า ชีวิตของเราเป็นอย่างไรบ้าง ดีมีขึ้นบ้างมั้ย อะไรที่มันไม่ดีแล้วสละออกได้บ้างมั้ย ทบทวนใน 4 อย่าง พระพุทธเจ้าอธิบายในเรื่องการใคร่ครวญแล้วให้มันมาถูกทางในการทำจริงแน่วแน่จริงที่ไม่ดีไม่เคยมี แล้วมันมีเพิ่มขึ้นมั้ย เราป้องกันอย่าให้มันมีที่ไม่ดีที่มีอยู่ลดลงบ้างมั้ยความดีอะไรที่มีอยู่ พัฒนาขึ้นมั้ยและความดีอะไรที่เราไม่มีเลย คุณฝึกทำได้มั้ย มีเพิ่มขึ้นมั้ยทบทวนดู ตรงไหนมีรูรั่วเราแก้ไข พอเราทบทวนอย่างนี้ ถือว่าวันคืนที่ผ่านไปไม่สูญเปล่า อาตมาก็อยากจะอวยพรให้ท่านผู้ฟังทั้งหลายเป็นผู้ที่สามารถตั้งตนได้ ตั้งตนได้ให้อยู่ในศีล ตั้งตนได้ให้อยู่ในสติ พอเราตั้งต้นในศีลในสติแล้ว มีปัญญารักษาตัว ปัญญาที่รักษาตัวของเราจะเป็นเหมือนกับเกราะป้องกันสิ่งต่างๆที่เป็นภัยอันตรายให้แคล้วคลาดปลอดภัย สติที่เรามี เราจะมีดวงตาที่จะเห็นช่องทางที่ทำกิน เห็นช่องทางในการที่จะไปให้รอดพ้น ให้มีความสำเร็จในชีวิตได้แน่นอน ขออวยพรทุกท่านทุกคนเลย….เจริญพร” Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

ว่าด้วยเรื่องคนถ่อย 6152-1d
“บุคคลไม่เป็นคนถ่อยเพราะชาติ ไม่เป็นพราหมณ์เพราะชาติ แต่เป็นคนถ่อยเพราะกรรม เป็นพราหมณ์เพราะกรรม ท่านจงรู้ข้อนั้น ตามที่เราแสดงนี้”พระพุทธเจ้าจึงได้ตรัสกับอัคคิกภารทวาชพราหมณ์ไว้ใน วสลสูตร ว่าด้วยเรื่องคนถ่อยและธรรมเป็นเครื่องกระทำให้เป็นคนถ่อย 20 ข้อ อัคคิกภารทวาชพราหมณ์เมื่อได้ฟังธรรมนั้นเกิดความเลื่อมใสขึ้นเป็นอย่างมาก ได้เปลี่ยนจากมิจฉาทิฏฐิมาเป็นสัมมาทิฏฐิ "ปรียบเหมือนหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกทางแก่คนหลงทาง หรือตามประทีปไว้ในที่มืด ด้วยหวังว่า คนมีจักษุ จักเห็นรูปได้" และได้ประกาศตนเป็นอุบาสก ขอถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะไปตลอดชีวิต Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

ความบากบั่นพากเพียรย่อมมีผลด้วยอำนาจเหนือจิต
พระพุทธเจ้าตรัสไว้เป็นอุปมาอุปมัยใน เทวทหสูตร ปรารภเหล่าปริพาชกที่ทำความเพียรชนิดที่ไร้ผล ยกตัวอย่างของบุรุษผู้หนึ่ง ที่กล่าวถึง “ความบากบั่น ความพากเพียร จะมีผลขึ้นมาได้” จิตของเราที่ตกอยู่ในอำนาจราคะ โทสะ หรือโมหะ ไปตามอำนาจของจิตแล้ว พาเราไปทุกข์ได้ พาเราไปลงนรก เปตรวิสัย กำเนิดเดรัจฉานก็ได้ พาไปได้หมด เพราะไปตามอำนาจของจิตแล้ว จะทำอย่างไรให้เราทำจิตให้อยู่ในอำนาจ ไม่ให้เราตกไปตามอำนาจของจิต พระพุทธเจ้าตรัสสอนไว้ใน “ธรรมที่ทำความเป็นผู้มีอำนาจเหนือจิต” 7 ประการ คือต้องเป็นผู้ฉลาดในสมาธิต้องเป็นผู้ฉลาดในการเข้าสู่สมาธิต้องเป็นผู้ฉลาดในการดำรงอยู่ในสมาธิต้องเป็นผู้ฉลาดในการออกจากสมาธิต้องเป็นผู้ฉลาดในความเหมาะสมแห่งสมาธิต้องเป็นผู้ฉลาดในธรรมเป็นโคจรแห่งสมาธิต้องเป็นผู้ฉลาดในอภินิหารแห่งสมาธิ ให้ฉลาดในธรรมอันเป็นโคจรแก่สมาธิ สมาธิเราจะเพ่งจดจ่อลงไปให้มันดีได้ ให้มันเข้าถึงเหตุผลที่แท้จริงเป็นโยนิโสมนสิการได้ ต้องมีการคบเพื่อนดี ต้องมีการรู้ประมาณในการบริโภค ต้องมีการอยู่หลีกเร้น ต้องมีการสำรวมอินทรีย์ ต้องมีการอยู่ง่าย กินง่าย สันโดษในบริขารแห่งชีวิต ประกอบอยู่ในธรรมอันเป็นเครื่องตื่น ฟังธรรมอยู่เนืองนิตย์ พวกนี้จะเป็นธรรมะที่เหมาะสมแก่สมาธิ จะทำให้เราทำจิตให้อยู่เหนืออำนาจได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

ธรรมะรับอรุณ Live : กิเลสเครื่องเศร้าหมอง 6150-7d
กิเลส หมายถึง เครื่องเศร้าหมองหรือสิ่งที่ไม่ดีซึ่งเป็นต้นเหตุให้เกิดทุกข์ เช่น ตัณหา อวิชชา อาสวะ เป็นต้น จัดอยู่ในอริยสัจข้อที่สองคือ “สมุทัย” หรือ “เหตุเกิดแห่งทุกข์” ทำให้เราไม่เป็นตัวของตัวเอง แต่จะเป็นไปตามอำนาจของกิเลส สามารถแบ่งกิเลสออกเป็น 3 กองใหญ่ ๆ ได้ดังนี้โทสะ เป็นกิเลสกองที่ทำให้เราเกิดความโกรธ เร่าร้อน รุ่มร้อน ขัดเคืองใจ2. โลภะหรือราคะ เป็นกิเลสกองที่ทำให้เราเกิดความหิว ความอยากได้3. โมหะ เป็นกิเลสกองที่ทำให้เราเกิดความมืดบอด มีหมอกหรือควันบดบังทำให้มองเห็นได้ไม่ชัดเจน จนกลายเป็นความไม่รู้หรือเห็นผิดได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

ปฏิปทา 6150-6d
"ปฏิปทา" แปลว่า ทางดำเนิน ข้อปฏิบัติ แนวทางปฏิบัติ ความประพฤติ ในทางธรรมเพื่อบรรลุคุณวิเศษ คือ มรรคผล นิพพาน มักปรากฏต่อท้ายคำอื่นๆ เช่น มัชฌิมาปฏิปทา ทุกขนิโรธปฏิปทา เป็นต้น ส่วนปฏิปทาในทางโลกมักถูกนำมาใช้ในความหมายว่าความประพฤติ และใช้กับความประพฤติที่ดีงาม ไม่ใช้กับความประพฤติที่ไม่ดี เช่นว่า "เขาเป็นคนมีปฏิปทาอย่างนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว" หมายความว่าเขาเป็นคนมีความประพฤติที่ดี เช่น ชอบช่วยเหลือคนอื่น มีอัธยาศัยดี หรือมีอุปนิสัยใจคอตามที่แสดงออกมาเช่นนั้นปฏิปทาแบ่งออกเป็น 4 ประการดังนี้ทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา ปฏิบัติลำบาก และรู้ได้ช้า กว่าจะบรรลุธรรมพิเศษก็ใช้เวลานาน เช่น พระจักขุบาล เลือกทำวิธีบำเพ็ญเพียรโดยไม่นอนตลอด 3 เดือนจนตาบอด จึงบรรลุอรหัตตผลทุกขาปฏิปทาขิปปาภิญญา ปฏิบัติลำบาก แต่รู้ได้เร็ว เช่น พระโสณโกฬิวิสะ เดินจงกรมจนฝ่าเท้าแตก, พระปูติคัตตะบำเพ็ญเพียรในขณะอาพาธได้รับความลำบากโดยเอาทุกขเวทนามาพิจารณาจนบรรลุพร้อมทั้งนิพพานไปด้วย เรียกว่า “ชีวิตสมสีสี” ดับจิตสังขารพร้อมกิเลสสุขาปฏิปทาทันธาภิญญา ปฏิบัติสะดวก แต่รู้ได้ช้า เช่น พระจูฬปันถกถูกพระพี่ชายให้ปฏิบัติวิธีที่ไม่ถูกจริตจึงไม่บรรลุ ตราบได้รับคำแนะนำจากพระพุทธเจ้าให้บำเพ็ญเพียรโดยลูบคลำผ้าขาวไปเรื่อยๆก็บรรลุได้สุขาปฏิปทาขิปปาภิญญา ปฏิบัติสะดวก และรู้ได้เร็ว เช่น พระพาหิยทารุจีริยะ ปฏิบัติตามพระธรรมเทศนาที่พุทธองค์ตรัสก็บรรลุที่ตรงนั้นเลย Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

อวิชชา 6149-7d
เข้าใจความหมายและรายละเอียดของ “อวิชชา”เหตุปัจจัยและวีธีแก้ เพื่อให้เกิดความรู้คือ “วิชชา” ได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

พหูสูต 6149-6d
พระอานนท์ ผู้เป็นเอตทัคคะในทางพหูสูต ได้กราบทูลขอพรจากพระพุทธเจ้าก่อนที่จะรับทำหน้าที่เป็นพุทธอุปัฏฐาก 8 ประการพหูสูตมีองค์ 5 (คุณสมบัติที่ทำให้ควรได้รับชื่อว่าเป็น “พหูสูต”)ด้วยเหตุเพียงเท่าไร ภิกษุจึงจะเป็นผู้ใคร่ครวญได้เร็วในกุศลธรรมทั้งหลาย เรียนได้ดี เรียนได้มาก และสิ่งที่เธอเรียนแล้วย่อมไม่เลือนไป Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

เมถุนสังโยค 7 6149-1d
“เมถุนสูตร” ว่าด้วยชานุสโสณีพราหมณ์ได้กราบทูลถามถึงความบริสุทธิ์บริบูรณ์แห่งพรหมจรรย์ของพระพุทธองค์อะไรชื่อว่าความขาด ทะลุ ด่าง พร้อย แห่ง พรหมจรรย์ ฯเปรียบเทียบส่วนต่างระหว่างการประพฤติพรหมจรรย์กับเมถุนธรรม (ศีลข้อที่ 3 ในศีลห้าและในศีลแปด)ข้อแตกต่างระหว่างความชื่นชมยินดีมีความปลื้มใจไปในกามคุณทั้งหลายกับความมุทิตา (การอนุโมทนา)เจริญอสุภะสัญญา เพื่อละความกำหนัดเพลิดเพลินในเมถุนธรรม Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

กำลังคือศรัทธา 6148-7d
ศรัทธา คือ พลังที่จะก่อให้เกิดการบรรลุธรรมรายละเอียดเกี่ยวกับศรัทธาที่ตั้งไว้ในแง่มุมทั้งผิดและถูกเหตุปัจจัยและตัวอย่างการปฏิบัติให้ถึงที่สุดแห่งทุกข์ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

สังโยชน์ 6148-6d
สาเหตุที่แท้จริงของความทุกข์หรือจิตที่วุ่นวาย เมื่อต้องข้องแวะกับปัญหาและสิ่งรอบตัวต่างๆ ที่เข้ามากระทบเข้าใจความหมายและรายละเอียดของ “สังโยชน์”ขบวนการที่จะรักษาจิตให้หลุดพ้นจากความทุกข์ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

สภิยะผู้ข้ามพ้นสงสัย 6148-1d
สภิยสูตร ว่าด้วยพระพุทธเจ้าทรงตอบปัญหาของสภิยปริพาชกถึง 20 คำถาม (โดยแบ่งคำถามเป็น 5 ส่วน ๆ ละ 4 คำถาม)คำตอบของทุกคำถามที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสตอบ รวมลงมาที่ความพ้นทุกข์ (ทางพ้นทุกข์)ทั้งสิ้น มีความสวยงามทางด้านภาษาศาสตร์ มีความใกล้เคียง คล้องจอง มีความหมายต่อเนื่องกันจนรวมลงที่นิพพานได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S61 Ep 47โพชฌงค์เจ็ด (ตอนที่ 2): เจริญโพชฌงค์ตามกาล [6147-7d]
การใช้งาน “โพชฌงค์เจ็ด” อย่างเหมาะสม ในสถานการณ์ที่แตกต่างกันไป Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

S61 Ep 47โพชฌงค์เจ็ด (ตอนที่ 1): องค์ธรรมแห่งการตรัสรู้ธรรม [6147-6d]
โพชฌงค์เจ็ด จะสามารถเกิดขึ้นได้นั้นจะต้องเริ่มจากการตั้งสติให้ดีเป็นหลักเสียก่อน อีกทั้งต้องมีการฝึกปฏิบัติเป็นขั้นเป็นตอน สะสมทีละเล็กทีละน้อยอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นการพัฒนาให้ละเอียดจนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยการทำจากไม่มีให้มี ทำจากไม่ดีให้ดีขึ้นมา เราเรียกขั้นตอนนี้ว่า “ภวิตา” นั่นเอง การปฏิบัติในแต่ละอย่างของโพชฌงค์เจ็ดนั้น ควรต้องปฏิบัติในลักษณะอยู่ในความวิเวกด้วยกายและจิต ไม่ข้องแวะกับสิ่งที่ไม่ดี เป็นอกุศลธรรม ปราศจากความคลายกำหนัด (วิราคะ) เพื่อจิตที่น้อมไปในการปล่อยวาง คลายความยึดถือจากสิ่งที่เป็นทุกข์ และสามารถใช้โพชฌงค์เจ็ดเพื่อพัฒนาให้อริยมรรคมีองค์แปดเกิดขึ้นได้ ทั้งนี้เราควรจะสร้างกำลังใจในการปฏิบัติธรรมโดยมีสรณะ ที่พึ่ง ที่ระลึกถึง โดยการตั้งศรัทธาไว้ในพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ปลูกศรัทธาขึ้น โดยใช้ทุกข์เป็นที่ตั้งของศรัทธาเราจะเห็นทุกข์ได้โดยมีปัญญา หรือ “โยนิโสมนสิการ” Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

ทิศทั้งหก 6146-7d
ทิศทั้งหกประกอบด้วยอะไรบ้างบทบาทหน้าที่ในทิศทั้งหก ทั้งเชิงอนุเคราะห์และพึงบำรุง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

ปรายนสูตร รู้ยิ่งซึ่งธรรมที่ควรรู้ยิ่ง 6146-1d
หัวข้อการสนทนากันของภิกษุผู้เถระ ณ ป่าอิสิปตนะมฤคทายวัน เกี่ยวกับเรื่องที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ซึ่งปัญหาของเมตเตยยมาณพในปรายนสูตร“ผู้ใดทราบส่วนสุดทั้งสองด้วยปัญญาแล้ว ไม่ติดอยู่ในส่วนท่ามกลาง เรากล่าวผู้นั้นว่าเป็นมหาบุรุษ ผู้นั้นก้าวล่วงเครื่องร้อยรัดในโลกนี้ได้แล้ว…”…อะไรเป็นส่วนสุดที่ 1, อะไรเป็นส่วนสุดที่ 2, อะไรเป็นส่วนท่ามกลาง แลอะไรเป็นเครื่องร้อยรัดคำตอบของพระภิกษุทั้ง 6 รูป พระพุทธองค์กล่าวว่าทั้งหมดเป็นสุภาษิตโดยปริยาย แต่ท่านหมายเอาข้อความที่ได้กล่าวไว้กับเมตเตยยมาณพในปรายนสูตรเหตุใดภิกษุจึงชื่อว่า “ย่อมรู้ยิ่งธรรมที่ควรรู้ยิ่ง กำหนดรู้ธรรมที่ควรกำหนดรู้” Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

วิธีจัดการกับโลกธรรม 6145-7d
ความหมายของคำว่า “โลกธรรมแปด”วิธีจัดการกับโลกธรรม เพื่อถึงซึ่งความพ้นทุกข์ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

อุตตริมนุสสธรรม 6145-6d
ความหมายโดยละเอียดของคำว่า “อุตตริมนุสสธรรม”“อุตตริมนุสสธรรม” ในแง่มุมของการ “อวด” “แสดง” และ “พัฒนา”ธรรม 6 ประการที่เป็นคู่เปรียบ ซึ่งทำให้ “อุตตริมนุสสธรรม” สามารถเกิดขึ้นและไม่เกิดขึ้นได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

ผู้ปฏิบัติชอบในบุคคล 4 จำพวก 6145-1d
บุคคลใดปฏิบัติผิดในบุคคล 4 จำพวกนี้ คือ ประพฤติปฏิบัติผิดในมารดา, บิดา, พระตถาคต และ สาวกของพระตถาคต ย่อมเป็นคนพาล ไม่ฉลาด ไม่ใช่สัตบุรุษ ย่อมบริหารตนให้ปราศจากคุณสมบัติ เป็นผู้ประกอบด้วยโทษ ทั้งนักปราชญ์ติเตียน และย่อมประสบกรรมที่มิใช่บุญเป็นอันมากส่วนบุคคลใดปฏิบัติชอบในบุคคล 4 จำพวกนี้แล ย่อมเป็นบัณฑิตฉลาด เป็นสัตบุรุษ ย่อมบริหารตนไม่ให้เสื่อมเสีย เป็นผู้ไม่มีโทษ ทั้งนักปราชญ์ก็สรรเสริญ และย่อมประสบบุญเป็นอันมากหน้าที่ที่พึงปฏิบัติต่อทิศทั้ง 6 เมื่อปฏิบัติแล้ว จะปิดกั้นภัยที่จะเกิดขึ้น จะเป็นทิศเกษมผู้เป็นบัณฑิตพึงพิจารณาใคร่ครวญ สืบสวนรอบคอบแล้ว จึงกล่าวติเตียนผู้ที่ควรติเตียน, จึงกล่าวสรรเสริญผู้ที่ควรสรรเสริญ, ยังความไม่เลื่อมใสให้เกิดในฐานะที่ไม่ควรเลื่อมใส, ยังความเลื่อมใสให้เกิดในฐานะที่ควรเลื่อมใสผู้เป็นคนพาลนั้น ย่อมไม่พิจารณาใคร่ครวญ สืบสวนรอบคอบ ให้ดีเสียก่อนแล้ว จึงกล่าวฯ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

ผู้ยินดีในธรรมะ เพื่อความสุขในปัจจุบันขณะ
หลักธรรมะทั้ง 6 เมื่อเป็นผู้ยินดีแล้วจะทำให้อยู่อย่างมีความสุขกับปัจจุบันขณะ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

วิชชา 8 ประการ 6144-1d
วิชชา คือ ความรู้ที่เป็นญาณ นี้เป็นเรื่องที่ลึกซึ้ง พระพุทธเจ้าตรัสว่า “ธรรมทั้งหลายมีปัญญาเป็นอันดับสูงสุด” ปัญญานี้ คือ วิชชาตรงนี้…ถ้าเราเอาคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ท่านสอนมากอง ๆ รวมกันไว้ จัดลำดับหมวดหมู่ให้ดี สิ่งที่เป็นยอดที่สุดของคำสอนนี้ คือ วิชชา 8 เพราะว่ามีปัญญาเป็นอันดับสูงสุด พื้นฐานมาจากศีล มีสมาธิเป็นหัวหน้าส่วนสูงที่สุดที่จะเห็นได้ตรงยอดคือ วิชชา ซึ่งในหมวดธรรมของปัญญาก็จะมีหลายอย่าง เช่น สัมมาทิฎฐิก็เป็นปัญญาอย่างหนึ่ง, ปัญญาในการเห็นเรื่องของอายตนะต่าง ๆ ก็เป็นปัญญาอย่างหนึ่ง ซึ่งปัญญานั้นมีหลายชั้น แต่ชั้นที่จะอยู่สูงที่สุดที่เราจะได้ในทางคำสอนของพระพุทธเจ้า ก็คือ “วิชชา 8 ประการ” ซึ่งในที่นี้ได้นำเนื้อหามาจาก สามัญญผลสูตร เป็นเรื่องราวที่พระพุทธเจ้าอธิบายให้พระเจ้าอชาติศัตรูฟังถึงอานิสงส์ไล่มาตั้งแต่เรื่องของศีลจนถึงสูงสุดในเรื่องของปัญญาทั้ง 8 ข้อ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

เสวิตัพพสูตร ว่าด้วยบุคคลที่ควรคบ 6142-1d
เสวิตัพพสูตร/เสวิสูตร ว่าด้วยบุคคลที่ควรคบ พระพุทธเจ้าทรงตรัสสอนแก่ภิกษุทั้งหลาย โดยมีจุดประสงค์เพื่อความก้าวหน้าในธรรมะวินัยนี้ คือ มีการพัฒนาขึ้น มีการที่จะปรับปรุงไปในทางที่ดีขึ้นได้ถ้าเราจะให้ศีล สมาธิ และปัญญา ซึ่งเป็นองค์แห่งมรรคของเราให้เจริญขึ้นได้ อย่าไปคบคนที่มีศีล สมาธิ และปัญญาต่ำกว่า แต่ให้คบคนที่มีอย่างน้อยเสมอกับเรา หรือสูงกว่าจะคบคนที่มีศีล สมาธิสูงกว่าได้ ควรมีการสักการะเคารพมาก่อน แล้วจึงค่อยเสพคบด้วย เพราะว่าต้องมีการเมตตาอนุเคราะห์กันด้วยใจอันงามตรงนี้จะมีเมตตา มีความอนุเคราะห์กันได้ ต้องมีจิตใจที่อ่อนนุ่ม นุ่มนวล นอบน้อม พระพุทธเจ้าได้เปรียบเทียบไว้ใน ชิคุจฉิตัพพสูตร ว่าด้วยบุคคลที่ควรรังเกียจ ไม่ควรคบด้วยเลยศีล สมาธิ ปัญญา ก็คือ อริยมรรคมีองค์ 8 ซึ่งการเสพคบกับทั้งบุคคลหรือข้อปฏิบัติเป็นเหตุเป็นปัจจัยที่จะทำให้ ศีล สมาธิ ปัญญาของเราดีขึ้น จะสามารถทำให้เกิดผลเป็นความสุขที่เกษมขึ้นมาได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

ทำความแยบคายในพิธีกรรมด้วยจิตกุศล 6141-1d
คำสอนของพระพุทธเจ้านั้นมีความลึกซึ้ง มีในหลายนัยยะ เราจึงต้องมีการพิจารณาโดยแยบคาย ยิ่งมีรายละเอียดมาก ก็ยิ่งต้องแยบคายรัดกุมถ้วนถี่รอบคอบให้มาก พระพุทธเจ้าทรงตรัสเปรียบเทียบ “การกระทำที่ไม่แยบคายและการกระทำที่แยบคาย” เอาไว้ในภูมิชสูตรอย่าดีแต่ปาก ดีแต่พูด แต่ให้เข้าใจถึงมีความแยบคายอะไรในพิธีกรรมนั้น ๆ ถ้าเราไม่แยบคายแล้ว เราจะไม่สามารถเข้าถึงธรรมะได้เลยให้จิตใจเราตั้งขึ้นให้ดี ให้เป็นกุศล ให้เข้าใจถูกต้อง เริ่มจากสัมมาทิฏฐิไปจนถึงสัมมาสมาธิ ความเพียรในพิธีกรรมนั้นจะไม่ไร้ผล"ความลึ่กซึ่ง ความแยบคายไม่ได้อยู่ว่าเสียงคุณได้ยินวาจาภาษาอะไร หรือว่าจุดธูปเทียน หรือว่าพนมมือหรือว่าอะไร นั้นเป็นแค่ภายนอก กาย วาจา แต่ที่สำคัญให้มีความแยบคาย นั่นคือ ภายใน ในใจของเราของเราตั้งจิตไว้อย่างไร ถ้าตั้งจิตไว้ด้วยความเป็นอกุศลพิธีกรรมอะไรที่มันศักดิ์สิทธิ์มาก ๆ มันก็เป็นอกุศลหมด มันก็ไม่ถูกหมด ไม่ดีหมด ใช้ไม่ได้ ไม่ได้เรื่องหมด แต่่ถ้าจิตของเราเป็นกุศล จะไปอยู่ในพิธีกรรมใด ๆ ก็ตาม ศาสนาใดก็ตาม ที่ไหนก็ตาม เป็นมงคลหมด ถ้าจิตใจเราดี จิตใจเราเข้าถึง จิตใจเรารู้ให้มันถูกต้อง ความเพียรการปฏิบัติพิธีกรรมนั้นจะไม่ไร้ผล" Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

เข้าใจและยอมรับทุกข์ เพื่อเป็นผู้ที่ผาสุกอยู่ได้
รายละเอียดของภัยในอนาคตทั้ง 5ความสัมพันธ์ระหว่างความเข้าใจ การยอมรับ และความยึดถือในทุกข์ทั้งหลายความหมายของ “ผู้ที่ผาสุกอยู่ได้” และการที่จะสามารถเป็นผู้ที่ผาสุกอยู่ได้ต้องปฏิบัติตนอย่างไร เมื่อจิตติตรึกไปในเรื่องใด ๆ มาก จิตจะน้อมไปด้วยอาการอย่างนั้น ๆ จะทำให้สิ่งนั้นมีพลังและมีอำนาจเหนือจิต ดังนั้นการพัฒนาให้ ”เป็นผู้ที่ผาสุกอยู่ได้” ในระดับที่ดียิ่ง ๆ ขึ้นไปนั้น ต้องเริ่มจากมีสติ คิดไปในเรื่องดี ๆ เป็นไปในทางกุศลธรรม ระลึกถึงองค์ธรรมในอนุสสติสิบอย่าง ทำให้สติตั้งขึ้น สติมีกำลังมากขึ้น จนสติรักษาจิต เมื่อจิตมีกำลังมากขึ้น จะทำให้จิตรวมลง ระงับลง เพ่งดิ่งต่ออารมณ์อันเดียว ซึ่งจะทำให้ความผาสุกมากขึ้นด้วยตามลำดับ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

ปัญญามิได้สร้างมาเพื่อแกงกิน 6140-1d
"ผู้ใดชนะตนคนเดียวได้ ผู้นั้นแลเป็นยอดแห่งผู้ชนะในสงคราม"ประวัติเรื่องราวของพระภัททากุณฑลเกสีเถรี เอตทัคคะในฝ่ายผู้ตรัสรู้เร็วพลัน ซึึ่งท่านเปลี่ยนจากความโง่มาเป็นฉลาด เพราะรู้ว่าปัญญามิได้สร้างมาเพื่อแกงกิน แต่เพื่อประโยชน์พิจารณาให้เห็นถึงโทษภัยในสิ่งต่าง ๆ ได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.