PLAY PODCASTS
Mission To The Moon

Mission To The Moon

2,790 episodes — Page 55 of 56

Ep 90MM90 Generalists VS Specialists

Nov 11, 201923 min

Ep 89MM89 Deep Dive Deep Work

มาหา Deepwork กันเถอะ

Nov 11, 201915 min

Ep 88MM88 สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จาก OKRs

What is OKR? OKR คือการตั้งเป้าหมาย โดยมีการแตก action ที่เราต้องการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้นอย่างชัดเจน O = objective (WHAT) Objective ที่ดีคือ - Actionable Goal ที่ทีมหรือบุคคลสามารถทำได้จริง - Challenging : เนื่องด้วยเราต้องการเป้าหมายที่สร้างแรงบันดาลใจให้คน Objective จึงต้อง Challenge และไม่จำเป็นต้องทำได้ 100 % การประเมินจะดูจาก impact ของสิ่งที่แต่ละคน (หรือทีม) ทำ ไม่ใช่ % ของความสำเร็จจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ - Tangible, objective and unambiguous : objective ต้องชัดเจน ไม่กำกวมหรือเว่นเว้อ KR= Key Results (HOW) : - Not a day to day job: ไม่ใช่หน้าที่ที่ต้องทำอยู่แล้ว เช่น key result ของฝ่ายผลิตไม่ใช่การผลิตของเฉยๆ แต่จะผลิตให้ดีขึ้นยังไง - Measurable : วัดผลได้ และต้องมีหลักฐานของการทำสำเร็จที่จับต้องได้ - Achievable : ไม่โอเวอร์จนเกินไป มีโอกาสทำได้จริง - Time-bound : มีกรอบเวลาชัดเจน Focus on outcome not activity : KRs ไม่ใช่รายการสิ่งที่ต้องทำ แต่เป็นผลจากสิ่งนั้น ตัวอย่าง KRs ที่ไม่ดี เช่น สนับสนุนทีมขาย หรือ ดำเนินแผนพัฒนา product เป็นต้น OKR ดียังไง? -ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกัน -ทุกคนเข้าใจว่าอะไรคืองานสำคัญที่สุด (Top Priority) ในช่วงเวลานั้นๆ ของทั้งองค์กร ของทีม และของตัวเอง -การวัดผลเป็นการส่งเสริมกำลังใจ ไม่ใช่จับผิด -สร้างวินัยและการโฟกัสในการทำงาน (ทำทีละงานและทบทวนอย่างสม่ำเสมอ) -สร้างความโปร่งใส ทุกคนสามารถดู OKRs ของทุกคนได้ตั้งแต่ CEO ลงไปเลย ความสำคัญของการโปร่งใสคือเราจะเห็น OKRs ของเพื่อนร่วมงานด้วยว่าเราตั้ง OKRs ต่ำไปหรือสูงไปอย่างไร -เป็นตัวตัดสินให้เลยว่างานไหนต้องทำก่อนหรือหลัง หรือควรช่วยใครทำงานไหนบ้าง หัวใจของ OKR - กำหนดจาก Bottom-up อย่างน้อย 50% เพื่อให้คนในทีมมีความเป็นเจ้าของเป้าหมายนั้น - เน้นการรีวิวและ feedback แบบสั้นๆ (ไม่เกินสัปดาห์หรือเดือน) เพื่อให้ปรับแผนงานตลอดเวลาได้ OKR สามารถเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ ไม่ควรเกิน 3 OKR ต่อไตรมาส เพื่อโฟกัส กับดักที่เรามักเจอบ่อยๆในการทำ OKRs กับดัก 1 : Business as usual OKRs กับดัก 2 : Timid aspirational OKRs กับดัก 3 : ตั้ง OKRs แบบกั๊กๆเพื่อให้ได้เป้าเกิน 100% กับดัก 4 : Low Value Objective กับดัก 5 : ตั้ง KRs ไม่พอสำหรับการทำ O ให้สำเร็จ แนวทางการเขียน OKRs แบบคร่าวๆ - ถ้าเขียนแป๊ปเดียวเสร็จ อันนี้ไม่น่าดี เพราะในความเป็นจริงเรื่องแบบนี้ต้องใช้เวลาคิดหน่อย Objective ควรจะเขียนให้ได้ในหนึ่งบรรทัด เพราะต้องกระชับและตรงประเด็น (แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเขียนได้ง่ายๆ) - KRs ต้องมี impact ที่ชัดเจน เช่น ออกสินค้านี้เพื่อเพิ่มลูกค้า 20% - ใช้วันที่จริงในการกำหนดกรอบเวลา - ย้ำอีกครั้งว่าต้องมั่นใจว่า KRs สามารถวัดได้ และมีวิธีหรือเครื่องมือในการวัดที่เอามาใช้ได้ด้วย เช่น เพิ่มความพึ่งพอใจของลูกค้า 25 % จะเอาอะไรมาวัด 25% ต้องเขียนไปให้ชัดๆ - Matrics ต่างๆต้องชัดเจนมากๆ ไม่มีพื้นที่ให้ตีความต่อ เช่น บอกว่าเพิ่ม user 1 ล้านคน 1 ล้านคนคือ all time หรือ 7 - day active . Progress Update . - OKRs คืบหน้าไปถึงไหนแล้ว? - อะไรคือสิ่งสำคัญที่ต้องทำหรือต้องการเพื่อให้ OKRs สำเร็จ - มีอะไรที่เป็นอุปสรรคต่อการทำ OKRs ของคุณให้สำเร็จ OKRs ต้องมีการเปลี่ยนแปลงหรือปรับอะไรบ้างไหม เพื่อให้สอดคล้องกับ priotirty ที่เปลี่ยนไป . Performance Conversation . - อะไรคือ OKRs ของ direct report คนนี้ - ในรอบ feedback ที่ผ่านมา เขาทำงานในส่วนของ OKRs เป็นอย่างไรบ้าง - ถ้า direct report ทำงานได้ต่ำกว่าคาดการณ์ อะไรคือสิ่งที่จะช่วยเขาได้บ้าง - ถ้า direct report ทำงานได้ดีตามคาดหรือเกินคาด อะไรจะทำใ้ห้รักษาระดับพลังงานนี้ไว้ได้โดยไม่ burnout ไปซะก่อน - Direct report ทำงานได้ดีที่สุดในงานประเภทไหนหรือจังหวะเวลาไหน-อะไรคือจุดแข็งของ direct report คนนี้ - อะไรคือสิ่งที่ direct report คนนี้ควรเรียนรู้เพิ่มเติม ไม่ว่าจะผ่านการเรียนจริงๆหรือการเรียนผ่านการทำงาน (70/20/10) - ในช่วงสองไตรมาสต่อจากนี้อะไรคือสิ่งที่ direct report คนนี้ควรจะโฟกัส เพื่อให้สามารถทำงานในหน้าที่ปัจจุบันได้ดีที่สุด -ในช่วงสองไตรมาสต่อจากนี้อะไรคือสิ่งที่ direct report คนนี้ควรจะโฟกัส ในกรณีที่มีงานในหน้าที่ใหม่ โปรเจคใหม่ หรือโครงการใหม่ๆ

Nov 11, 201927 min

Ep 87MM87 If I could tell you just one thing

หนังสืออ่านเพิ่มพลังใจในวันอาทิตย์

Nov 11, 201932 min

Ep 86MM86 Respect Is Like Air

“Respect is like air. As long as its present, nobody thinks about it. But if you take it away, it’s all that people can think about”

Nov 11, 201929 min

Ep 85MM85 ทำยังไงจะโฟกัส เคล็ดลับจากผู้บุกเบิกธุรกิจยุคใหม่

Nov 11, 201921 min

Ep 84MM84 AI 101 (ตอนสอง)

Nov 11, 201929 min

Ep 83MM83 AI 101 (ตอนที่ 1) โลกอนาคตจะเป็นยังไง

ชวนคุยเรื่องโลกอนาคตแบบภาษาของคนที่ไม่เข้าใจเทคโนโลยี

Nov 11, 201922 min

Ep 82MM82 คุณเชื่อในความฝันไหม?

เล่าเรื่องของ Canva และ Shoes of Prey ในวันที่ 13 หมูป่ากลับบ้านครบถ้วน :)

Nov 11, 201926 min

Ep 81MM81 การกลับมาของ Levi's

Nov 11, 201924 min

Ep 80MM80 Turn Your Wounds In To Wisdom

Nov 11, 201916 min

Ep 79MM79 built a great pitch

Nov 11, 201920 min

Ep 78MM 78 ถ้าอยากได้ ต้องลองเอ่ยปากขอ

Nov 11, 201920 min

Ep 77MM77 อย่าทำแต่งานยุ่ง จนลืมงานสำคัญ

Nov 11, 201923 min

Ep 76MM76 การรู้จักตัวเองคือ skill ที่สำคัญที่สุดของศตวรรษที่ 21?

Nov 11, 201921 min

Ep 75MM75 Purpose นั้นสำคัญขนาดไหน

1. Envision an inspired workfoce 2. Discover Purpose 3. Recognize the need for authenticity 4. Turn the authenticity message into a constant message 5. Stimulate individual Learning 6. Turn middle managers into purpose-driven leaders 7. Connect the people to the purpose 8. Unleash positive energizer

Nov 11, 201932 min

Ep 74MM74 dtac เลิกใช้ KPI ?

ชวนคุยในวันที่ dtac เลิกใช้ KPI ซึงต้องบอกเลยว่าผมชอบไอเดียนี้มากๆครับ

Nov 11, 201920 min

Ep 73MM73 6 เดือนแรกของ 2018

Reflect ชีวิตตัวเองใน 6 เดือนแรกของ 2018 ให้ฟังครับ

Nov 11, 201922 min

Ep 72MM72 ชวนคุยเรื่อง Product Market Fit

Nov 11, 201929 min

Ep 71MM71 Road To Primary Greatness

1. Integrity 2. Contribution 3. Priority 4. Personal Sacrifice 5. Service 6. Reciprocity 7. Diversity 8. Responsibility 9. Loyalty 10. Learning 11. Teaching 12. Renewal

Nov 11, 201929 min

Ep 70MM70 CEO บริหารเวลายังไง (ต่อจากเมื่อวาน)

Nov 11, 201923 min

Ep 69MM69 CEO บริหารเวลายังไง

จากงานวิจัยที่ละเอียดสุดๆของ Michael E. Porter และ Nitin Nohria ถึงการบริหารทรัพยากรที่สำคัญที่สุดอย่าง "เวลา" ของ CEO บริษัทยักษ์ใหญ่ของอเมริกา อะไรคือสิ่งที่เราได้เรียนรู้จากงานชิ้นนี้ได้บ้าง

Nov 11, 201931 min

Ep 68MM68 การบริหารจัดการพื้นที่สาธารณะ

ชวนคุยในวันที่ BTS เสียและกทมฝนตกหนัก

Nov 11, 201920 min

Ep 67MM67 การบริหารจัดการความเครียดของทีม

Nov 11, 201927 min

Ep 66MM66 เราจะรับมือกับคน Toxic ในที่ทำงานได้อย่างไร

สิ่งที่ควรทำ . 1. หาสาเหตุที่แท้จริง 2. ให้ Feedback ชัดเจน, ตรงประเด็น, จริงใจ และมีตัวอย่าง 3. แยกคน toxic ออกจากคนอื่นเพื่อลดผลกระทบ . สิ่งที่ไม่ควรทำ 1. นินทาลับหลัง 2. ไม่เก็บหลักฐานความเสียหาย 3. ให้คน Toxic มากลืนกินชีวิตและเป้าหมายของคุณ

Nov 11, 201924 min

Ep 65MM65 300 / 29/ 1

Nov 11, 201917 min

Ep 64MM64 ชวนคุยเรื่องอนาคตของพลังงานและการเกษตร

จากงาน Singularity University Day 2

Nov 11, 201927 min

Ep 63MM63 ชีวิตมันก็แบบนี้แหละครับ

เรื่องเล่าในวันที่เหนื่อยๆ

Nov 11, 201921 min

Ep 62MM62 เรื่องเล่าจาก SingularityU Summit Bangkok 2018

John Hagel Co-Chair ของ Deloitte 's Center for the Edge จะมาเล่าถึงวิธีคิดที่จากพาองค์กรเดินฝ่าคลื่นแห่งความเปลี่ยนแปลง ผ่านสามเรื่องที่เราคุยกันเยอะมากทุกวันนี้ได้แก่ . 1. Rethinking Strategy : What is Zoom out - Zoom In strategy 2. Reframe innovation 3. Refocus transformation . ฟังวันนี้จบมาเล่ากันให้ฟังสดๆเลยครับ :)

Nov 11, 201919 min

Ep 61MM61 เปลี่ยนวิธีการทำงาน 1% คุณก็แซงหน้าคน 99% ได้แล้ว

จากหนังสือธุรกิจที่ขายที่ดีสุดของญี่ปุ่น

Nov 11, 201923 min

Ep 60MM60 ลดอายุด้วยการออกกำลังกาย?

ชวนคุยก่อนเขัาสัปดาห์ใหม่ว่าทำไมการออกกำลังกายถึงทำให้คุณเด็กลงได้ 9 ปี จากงานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลและการเก็บข้อมูลของ CDC (Centers for Disease Control and Prevention )

Nov 11, 201919 min

Ep 59MM59 เล่าประสบการณ์เขียนหนังสือให้ฟังครับ

Ref Sources ที่ผมใช้บ่อยๆนอกจากการอ่านหนังสือแล้วก็จะมี . - TIME - Monocle Daily - Entrepreneur - Inc. - HBR - The innovation group - Mckinsey Insights - Co.Design - Blinkist - Business Insider - Fast Company . etc.

Nov 11, 201918 min

Ep 58MM58 How will you measure your life?

ชวนคุยจากบทความของ Clayton M. Christensen เรื่อง How Will You Measure Your Life? . 1. Create a strategy for your life 2. Allocate your resources 3. Create a Culture 4. Avoid the Maginal Cost Mistake 5. Remember the importance of Humility 6. Choose the right yardsitck

Nov 11, 201920 min

Ep 57MM57 Scalable / Nonsaclable

ธุรกิจที่คำนึงถึงเรื่องความสามารถในการขยายธุรกิจตั้งแต่แรก มักจะมีความสามารถในการ scale สูงมากตามไปด้วย ในมุมกลับกันหลายธุรกิจที่ไม่ได้วางแผนในเรื่องนี้ไว้ จะกลายเป็นธุรกิจที่ขยายได้ช้าหรือ nonscalable ไปเลย . ผมชอบนิยามการเปรียบเทียบเรื่องความสามารถในการขยายแบบ scalable / nonscalable ที่ Nassim Nicholas Taleb เคยให้ไว้ตามนี้ครับ . ลองจินตนาการภาพของสิ่งที่ nonscable ดู . สมมติว่าเราสุ่มประชากรทั่วๆไปมา 1,000 คน . คุณลองนึกถึงคนที่หนักที่สุดเท่าที่นึกออกแล้วนำคนนั้นเข้ามายืนในแถวด้วย สมมติว่าคนๆนี้มีน้ำหนักมากถึงสามเท่าของคนปกติ หนักประมาณสองร้อยกว่ากิโลกรัม ถึงแม้จะมีคนนี้อยู่ในแถว น้ำหนักของเขาจะถูกคิดเป็นอัตราส่วนเพียงเล็กน้อยของน้ำหนักรวมของคน 1,000 คนที่อยู่ในแถว อาจจะเป็นประมาณ0.5 % ได้ . และถ้ายิ่งเราเพิ่มจำนวนตัวอย่างจาก 1,000 คน เป็น 10,000 คน คนที่น้ำหนักตัวมากที่สุดในกลุ่มยิ่งมีผลน้อยมากๆต่ออัตราส่วนน้ำหนักรวมทั้งหมดของกลุ่มตัวอย่าง . ในสถานการณ์ nonscalable แบบนี้ การเพิ่มขึ้นหรือลดลงของเหตุการณ์เดี่ยวๆในแต่ละครั้ง แทบจะไม่ส่งผลต่อสถานการณ์รวมทั้งหมดเลย . แม้ว่าเหตุการณ์เดี่ยวๆหรือตัวอย่างเดี่ยวๆจะดูน่าตื่นเต้นเพียงใด อย่างในกรณีนี้คือ น้ำหนักตัวของคนที่มีน้ำหนักมากๆ แต่จริงๆแล้วมันแทบจะไม่ส่งผลอะไรเลยต่อภาพรวมทั้งหมด . เพราะเราไม่มีมนุษย์ที่หนัก 10,000 ตันได้ . นี่คือสิ่งที่เรียกว่า nonscalable . ตัวแปรแบบ nonscalable คือตัวแปรที่มีค่าแปรผันน้อย จะทำยังไงก็ไม่สามารถเพิ่มหรือลดได้มากนัก ซึ่งมักเป็นค่าที่เกี่ยวกับปริมาณ เช่น ความสูง น้ำหนักIQ ชั่วโมงการทำงานต่อวัน ฯลฯ . สมมตินะครับ ถ้าคุณมีอาชีพอะไรก็แล้วแต่ที่ต้องอาศัยตัวคุณทำงานและคุณรับค่าแรงเป็นชั่วโมง ไม่ว่าค่าแรงคุณจะแพงแค่ไหนก็ตาม คุณก็จะมีเพดานในการหารายได้ได้ประมาณนึงเท่านั้น เพราะในแต่ละวันคุณมีเวลาจำกัด . ในขณะเดียวกันยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่เรียกว่า scalable . ซึ่ง Taleb เปรียบเทียบไว้อย่างน่าสนใจครับ . จากที่ตอนแรกที่เรานำคน 1,000 คนมาเข้าแถวเรียงกันโดยใช้น้ำหนักเป็นเกณฑ์ . คราวนี้ทดลองใหม่โดยการเลือกประชากรทั่วไปมาแข้าแถวเหมือนเดิม แต่จะใช้ทรัพย์สินเป็นเกณฑ์แทนที่จะเป็นน้ำหนัก . หลักการเดียวกันกับตอนที่ให้นึกถึงคนที่มีน้ำหนักตัวมากที่สุดครับ คราวนี้ให้นึกถึงคนที่มีทรัพย์สินเยอะที่สุดที่เราพอจะนึกออก แล้วนำเขามารวมอยู่ในแถวด้วย . สมมติว่าเราเลือก Bill Gates มาละกัน . Bill Gates มีทรัพย์สินประมาณ 80 Billion USD หรือราวๆ 2.6 ล้านล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับผลรวมของทรัพย์สินของกลุ่มตัวอย่างที่เราเลือกมาอีก999 คนที่ยืนเข้าแถวอยู่นั้น ทรัพย์สินของ Bill Gates จะคิดเป็น % เท่าไรของผลรวมทั้งหมด ? . น่าจะราวๆ 99.9% ได้ครับ . ถ้าหากจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพ การที่คนคนหนึ่งจะมีน้ำหนักตัวและส่งผลต่อผลรวมของกลุ่มมากขนาดนี้ คนคนนั้นต้องมีน้ำหนักตัวถึง 2.4 ล้านกิโลกรัม!! . เพราะฉะนั้นการใส่ Bill Gates เข้าไปในแถว หรือเอา Bill Gates ออกจากแถวจะส่งผลต่อผลรวมของกลุ่มตัวอย่างนี้เป็นอย่างมาก . ติดตามเรื่องราวนี้ต่อได้ใน EP นี้เลยครับ

Nov 11, 201919 min

Ep 56MM56 เวลาเท่าเดิม ทำยังไงให้ได้งานเพิ่ม

How to get most out of your team . ก่อนจะเริ่ม implement นโยบายประเภทนี้ ควรจะต้องลองทำด้วยตัวเองก่อนนะครับว่ามันเวริ์คไหม ทำแล้วรู้สึกยังไง ฝืนไหม . ผมลองอะไรมาหลายอย่างมากแล้วครัยบ และคิดว่าวิธีคิดทั้ง 4 ข้อนี้น่าจะดีและไม่อยากเกินไปสำหรับการไปใช้งานจริง . 1. จำกัดการสื่อสารให้พอเหมาะ : อันนี้โคตรงาน craft ครับบอกเลย เพราะการสื่อสารที่เยอะเกินไปจะออกแนวคุยเล่นซะมาก น้อยเกินไปก็ไม่ดีแน่ๆ อย่างเรื่องประชุมที่เป็นของที่ไม่ใช้ให้ดีจะกินเวลาเป็นอย่างมาก ผมขอมาสรุปข้อคิดง่ายๆอีกรอบละกันนะครับ . 1.1 การเริ่มตรงเวลาสำคัญมาก ถ้าเราประชุมกัน 6-7 คนแล้วต้องรอคนแค่คนเดียว 10 นาทีนั้นหมายถึงเราเสียประสิทธิภาพของการประชุมไปถึง 16.67% หรือถ้าคิด man-hour คือ 1 ชมเลยทีเดียว ซึ่งเยอะมากๆ . ดังนั้นสองเรื่องง่ายๆคือ facilitator ห้ามสาย และ facilitator ต้องไม่รอคนอื่น ให้เริ่มประชุมเลย ถ้ารอ คราวหน้าคนที่มาตรงเวลาก็จะไม่อยากมาตรงเวลา เพราะต้องมานั่งรอเสียเวลา กลายเป็นว่าคราวนี้การสายจะกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรไป อันนี้ไมดีแน่ๆ . อันนี้เป็นการสร้างนิสัยที่ดีซึ่งฝึกกันได้ครับ . 1.2 มีเวลาในการเริ่มและจบที่ชัดเจนมากๆ ที่สำคัญคือให้เวลาให้สั้นที่สุดและต้องแน่ใจว่าเรื่องที่จะประชุมเป็นเรื่องที่ต้องประชุมจริงๆ . การประชุมทุกอย่างไม่ควรเกิน 1 ชมเป็นอย่างมาก และถ้า facilitator ทำให้จบได้เร็วกว่าถือว่ายิ่งควบคุมการประชุมได้ดี . 1.3 คนที่ไม่เกี่ยวอย่าเอาเข้าประชุม : การเอาคนเข้ามาประชุมเพียงเพื่อ “แจ้งเพื่อทราบ” อย่าทำเพราะเสียเวลาทุกคน รวมถึงเวลาของบริษัทด้วย . 1.4 อยากให้ทุกทีมมี meeting free day : วันนี้ทีมของตัวเองกำหนดไปเลยว่าจะไม่มีการประชุมใดๆทั้งสิ้นให้เป็น maker’s day คือวันแห่งการโฟกัสแต่เรื่องงานจริงๆเท่านั้น . 1.5 ระวัง Bike Shed Effect : Bike Shed Effect มากจากการเตรียมตัวไม่พร้อมในการเข้าประชุม . ที่มาของชื่อมาจากเหคุการณ์การประชุมที่ต้องการตัดสินใจเรื่องการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์มูลค่าหลายพันล้านเหรียญ . เมื่อเริ่มประชุมตอนคุยกันเรื่องการอนุมัติรายละเอียดของการก่อสร้างตัวโรงไฟฟ้า ที่ประชุมอนุมัติรายละเอียดเร็วมาก โดยแทบไม่มีการถกรายละเอียดอะไรกันมากนัก . แต่พอมาถึงเรื่องของที่จอดจักรยาน (bike shed) คนในที่ประชุมกลับมีข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะมากมาย . และใช้เวลากับเรื่องนี้เยอะมาก เยอะกว่าเรื่องตัวโรงไฟฟ้าอีก ทั้งๆที่มันเป็นรายละเอียดปลีกย่อยที่ไม่สำคัญเลยเทียบกับโรงไฟฟ้ามูลค่า หลายพันล้านเหรียญ . 1.6 การกำหนดเวลาที่จะประชุมต้องทำอย่างมีกลยุทธ์​ . 1.7 Silent means a YES vote . 2. ให้แน่ใจว่าทุกวันงานสำคัญทำเสร็จด้วย MIT . MIT ย่อมาจาก Most important Task หรือ Thing คือสิ่งที่สำคัญที่สุดในวันนั้นที่เราทำแล้วจะมีผลต่อเป้าหมาย . “Which dominos will tips the chain reaction” . 3. Sprint then Rest . 4. Create a good environment

Nov 11, 201926 min

Ep 55MM55 Another day at work

ทำไมคนคนเดียวสามารถทำลายทีมของคุณได้

Nov 11, 201912 min

Ep 54MM54 Extreme Productivity Day

Extreme Productivity Day . 1. Let everyone know you won't be available 2. Decide how long you will work 3. Totally commit to how long you decided to work 4. Start EPR at an unusual time 5. Delay and space out your rewards 6. Refuel before you think you need to refuel 7. Take productivity breaks 8. Take your breaks at a counterintuitive moment. 9. Don't stop until you're done- even if finishing takes longer than expected.

Nov 11, 201931 min

Ep 53MM53 ผัดวันประกันพรุ่ง ทำไงดี?

มาคุยกันเรื่องนิสัยการผัดวันประกันพรุ่ง เบื้องหลังเป็นยังไง แล้วทุกคนต้องทำงานตอน deadline จริงเหรอ?

Nov 11, 201922 min

Ep 52MM52 Life is like a marathon

Nov 11, 201919 min

Ep 51MM51 มาอ่านหนังสือกัน

Nov 11, 201920 min

Ep 50MM50 The 5 Elements of Effective Thinking

ชวนคุยเรื่องหนังสือ The 5 Elements of Effective Thinking 1. Earth : Grounding your thinking 2. Fire : Igniting Insights through Mistakes 3. Air : Creating Questions out of Thin Air 4. Water : Seeing the Flow of Ideas 5. The Quintessential Element : Engaging Change

Nov 11, 201929 min

Ep 49MM49 รับมือกับคำวิจารณ์ลบยังไง?

วันนี้จะมาชวนคุยเรื่อง ห้าวิธีการรับมือกับคำวิจารณ์ลบแบบไม่ให้เสียกระบวนท่า . 1. ช้าๆก่อน . 2. หาข้อมูลเพิ่ม . 3. ใช้ใบเบิกทาง . 4. อย่าพลักคนออก . 5. การเปลี่ยนหรือแก้ไขไม่ใช่ทางออกเดียว

Nov 11, 201920 min

Ep 48MM48 Tribute to Kate Spade

#RIP

Nov 11, 201915 min

Ep 47MM47 วัฒนธรรมองค์กร อดีต / วันนี้/ อนาคต

ชวนคุยจากคำถามใน inbox ครับ :)

Nov 11, 201926 min

Ep 46MM46 ชวนคุยเรื่อง 3 กระบวนการตัดสินใจ

Nov 11, 201916 min

Ep 45MM45 Low hanging fruit

คุยถึงหนังสือเรื่อง Low Hanging Fruit ของที่บางทีง่ายแต่ไม่ง่าย อยู่ตรงหน้าแต่มองไม่เห็น

Nov 11, 201929 min

Ep 44MM44 Work Life Intregration

อยากมีเวลาทำงานให้ดึ ดูแลครอบครัวให้ดี แล้วสุขภาพดีด้วยทำไงดี?

Nov 11, 201916 min

Ep 43MM43 เราคิดอะไรเป็นระบบแค่ไหน?

ชวนคุยกันคืนวันศุกร์จากหนังสือ the art of thinking clearly ถึง first principle thinking ของ Elon Musk

Nov 11, 201930 min

Ep 42MM42 Prime Time/ Deep Work / Flow

EP นี้จะมาชวนคุยว่า Prime Time, Deep Work และ Flow สำคัญกับชีวิตเรายังไง

Nov 11, 201922 min

Ep 41MM41 ทีละนิด

ความสำคัญของเรื่องเล็กๆที่ทำให้ทีม SKY คว้าชัยจาก Tour De France และทีม Audi คว้าชัยจาก 24-hour Le Mans ได้

Nov 11, 201915 min