PLAY PODCASTS
MM88 สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จาก OKRs
Episode 88

MM88 สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จาก OKRs

Mission To The Moon

November 11, 201927m 41s

Audio is streamed directly from the publisher (mcdn.podbean.com) as published in their RSS feed. Play Podcasts does not host this file. Rights-holders can request removal through the copyright & takedown page.

Show Notes

What is OKR?

OKR คือการตั้งเป้าหมาย โดยมีการแตก action ที่เราต้องการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้นอย่างชัดเจน

O = objective (WHAT)
Objective ที่ดีคือ

- Actionable Goal ที่ทีมหรือบุคคลสามารถทำได้จริง
- Challenging : เนื่องด้วยเราต้องการเป้าหมายที่สร้างแรงบันดาลใจให้คน Objective จึงต้อง Challenge และไม่จำเป็นต้องทำได้ 100 % การประเมินจะดูจาก impact ของสิ่งที่แต่ละคน (หรือทีม) ทำ ไม่ใช่ % ของความสำเร็จจากเป้าหมายที่ตั้งไว้
- Tangible, objective and unambiguous : objective ต้องชัดเจน ไม่กำกวมหรือเว่นเว้อ

KR= Key Results (HOW) :

- Not a day to day job: ไม่ใช่หน้าที่ที่ต้องทำอยู่แล้ว เช่น key result ของฝ่ายผลิตไม่ใช่การผลิตของเฉยๆ แต่จะผลิตให้ดีขึ้นยังไง
- Measurable : วัดผลได้ และต้องมีหลักฐานของการทำสำเร็จที่จับต้องได้
- Achievable : ไม่โอเวอร์จนเกินไป มีโอกาสทำได้จริง
- Time-bound : มีกรอบเวลาชัดเจน
Focus on outcome not activity : KRs ไม่ใช่รายการสิ่งที่ต้องทำ แต่เป็นผลจากสิ่งนั้น ตัวอย่าง KRs ที่ไม่ดี เช่น สนับสนุนทีมขาย หรือ ดำเนินแผนพัฒนา product เป็นต้น

OKR ดียังไง?

-ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกัน
-ทุกคนเข้าใจว่าอะไรคืองานสำคัญที่สุด (Top Priority) ในช่วงเวลานั้นๆ ของทั้งองค์กร ของทีม และของตัวเอง
-การวัดผลเป็นการส่งเสริมกำลังใจ ไม่ใช่จับผิด
-สร้างวินัยและการโฟกัสในการทำงาน (ทำทีละงานและทบทวนอย่างสม่ำเสมอ)
-สร้างความโปร่งใส ทุกคนสามารถดู OKRs ของทุกคนได้ตั้งแต่ CEO ลงไปเลย ความสำคัญของการโปร่งใสคือเราจะเห็น OKRs ของเพื่อนร่วมงานด้วยว่าเราตั้ง OKRs ต่ำไปหรือสูงไปอย่างไร
-เป็นตัวตัดสินให้เลยว่างานไหนต้องทำก่อนหรือหลัง หรือควรช่วยใครทำงานไหนบ้าง

หัวใจของ OKR

- กำหนดจาก Bottom-up อย่างน้อย 50% เพื่อให้คนในทีมมีความเป็นเจ้าของเป้าหมายนั้น
- เน้นการรีวิวและ feedback แบบสั้นๆ (ไม่เกินสัปดาห์หรือเดือน) เพื่อให้ปรับแผนงานตลอดเวลาได้ OKR สามารถเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์
ไม่ควรเกิน 3 OKR ต่อไตรมาส เพื่อโฟกัส

กับดักที่เรามักเจอบ่อยๆในการทำ OKRs

กับดัก 1 : Business as usual OKRs
กับดัก 2 : Timid aspirational OKRs
กับดัก 3 : ตั้ง OKRs แบบกั๊กๆเพื่อให้ได้เป้าเกิน 100%
กับดัก 4 : Low Value Objective
กับดัก 5 : ตั้ง KRs ไม่พอสำหรับการทำ O ให้สำเร็จ

แนวทางการเขียน OKRs แบบคร่าวๆ


- ถ้าเขียนแป๊ปเดียวเสร็จ อันนี้ไม่น่าดี เพราะในความเป็นจริงเรื่องแบบนี้ต้องใช้เวลาคิดหน่อย
Objective ควรจะเขียนให้ได้ในหนึ่งบรรทัด เพราะต้องกระชับและตรงประเด็น (แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเขียนได้ง่ายๆ)
- KRs ต้องมี impact ที่ชัดเจน เช่น ออกสินค้านี้เพื่อเพิ่มลูกค้า 20%
- ใช้วันที่จริงในการกำหนดกรอบเวลา
- ย้ำอีกครั้งว่าต้องมั่นใจว่า KRs สามารถวัดได้ และมีวิธีหรือเครื่องมือในการวัดที่เอามาใช้ได้ด้วย เช่น เพิ่มความพึ่งพอใจของลูกค้า 25 % จะเอาอะไรมาวัด 25% ต้องเขียนไปให้ชัดๆ
- Matrics ต่างๆต้องชัดเจนมากๆ ไม่มีพื้นที่ให้ตีความต่อ เช่น บอกว่าเพิ่ม user 1 ล้านคน 1 ล้านคนคือ all time หรือ 7 - day active
.
Progress Update
.
- OKRs คืบหน้าไปถึงไหนแล้ว?
- อะไรคือสิ่งสำคัญที่ต้องทำหรือต้องการเพื่อให้ OKRs สำเร็จ
- มีอะไรที่เป็นอุปสรรคต่อการทำ OKRs ของคุณให้สำเร็จ
OKRs ต้องมีการเปลี่ยนแปลงหรือปรับอะไรบ้างไหม เพื่อให้สอดคล้องกับ priotirty ที่เปลี่ยนไป
.
Performance Conversation
.
- อะไรคือ OKRs ของ direct report คนนี้
- ในรอบ feedback ที่ผ่านมา เขาทำงานในส่วนของ OKRs เป็นอย่างไรบ้าง
- ถ้า direct report ทำงานได้ต่ำกว่าคาดการณ์ อะไรคือสิ่งที่จะช่วยเขาได้บ้าง
- ถ้า direct report ทำงานได้ดีตามคาดหรือเกินคาด อะไรจะทำใ้ห้รักษาระดับพลังงานนี้ไว้ได้โดยไม่ burnout ไปซะก่อน
- Direct report ทำงานได้ดีที่สุดในงานประเภทไหนหรือจังหวะเวลาไหน-อะไรคือจุดแข็งของ direct report คนนี้
- อะไรคือสิ่งที่ direct report คนนี้ควรเรียนรู้เพิ่มเติม ไม่ว่าจะผ่านการเรียนจริงๆหรือการเรียนผ่านการทำงาน (70/20/10)
- ในช่วงสองไตรมาสต่อจากนี้อะไรคือสิ่งที่ direct report คนนี้ควรจะโฟกัส เพื่อให้สามารถทำงานในหน้าที่ปัจจุบันได้ดีที่สุด
-ในช่วงสองไตรมาสต่อจากนี้อะไรคือสิ่งที่ direct report คนนี้ควรจะโฟกัส ในกรณีที่มีงานในหน้าที่ใหม่ โปรเจคใหม่ หรือโครงการใหม่ๆ