PLAY PODCASTS
Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

209 episodes — Page 4 of 5

Ep 135125681028pm--จิตผ่องใสถ้าเข้าใจธรรม

28 ต.ค. 68 - จิตผ่องใสถ้าเข้าใจธรรม : ฟังธรรมก็เหมือนกัน บางคนก็ได้แต่พนมมือแต่ใจไม่รู้ลอยไปไหน ก็คิดว่าแค่ฟังธรรมจะได้บุญ แต่ที่จริงได้บุญเพราะว่ามีการใคร่ครวญ มีการทำความเห็นให้ตรงหรือที่เรียกว่าทิฏฐุชุกัมม์ ก็ดีไปอย่าง ระหว่างที่สวดมนต์ หรือ ฟังธรรม ไม่ไปผิดศีลที่ไหน ข้อดีก็มี แทนที่จะไปเล่นมือถือ แทนที่จะไปเล่นไพ่ กินเหล้า ก็มานั่งฟังธรรม สวดมนต์ก็ดี ช่วยรักษาศีล 5 ให้เกิดขึ้นอย่างน้อยก็ในช่วงเวลาที่มาฟังธรรมหรือมาสวดมนต์ แต่ว่าเราสามารถได้ประโยชน์จากการฟังธรรม การสวดมนต์ ถ้าเราเข้าใจจุดมุ่งหมาย แล้วก็พยายามปรับใจให้ได้บรรลุถึงจุดมุ่งหมาย การปฏิบัติธรรมต้องเข้าใจอรรถ รู้อรรถ อรรถนี้คือจุดมุ่งหมาย เป็นธรรมข้อสำคัญอย่างหนึ่งที่ว่าเป็นหนึ่งในสัปปุริสธรรม เราต้องเข้าใจอรรถคือจุดมุ่งหมาย ถ้าไม่เข้าใจจุดมุ่งหมาย ก็กลายเป็นการทำไปตามรูปแบบ เถรส่องบาตร แล้วก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรเท่าไหร่ หรือไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควร ฉะนั้นการเจริญสติก็เช่นกัน ต้องเข้าใจว่าจุดมุ่งหมายคือเพื่ออะไร เพื่อไม่ให้ใจหลงเข้าไปในความคิด เข้าไปในอารมณ์ เพราะว่าความหลงนี่แหละเป็นตัวทำให้ทุกข์ ถ้าใจไม่หลง ความทุกข์ก็ลดลง หรือว่าหายจากความทุกข์ได้ และนี่คือจุดมุ่งหมายที่สำคัญของการเจริญสติ

Feb 9, 202628 min

Ep 135025681027pm--แก่อย่างไร ใจไม่ทุกข์

27 ต.ค. 68 - แก่อย่างไร ใจไม่ทุกข์

Feb 8, 202630 min

Ep 134925681026pm--พลิกความคิด จิตก็เปลี่ยน

26 ต.ค. 68 - พลิกความคิด จิตก็เปลี่ยน : บางครั้งก็มีความคาดหวังเพื่อเป็นแรงกระตุ้น แต่บางครั้งก็รู้ว่าความคาดหวังเป็นตัวการทำให้เกิดทุกข์ก็วางมันลง หรือไม่ก็ลดให้มันต่ำลง เพราะถ้าความคาดหวังต่ำ ความจริงที่เกิดขึ้นก็อาจจะสูงกว่าความคาดหวัง ก็กลายเป็นความสุขความพอใจ แต่ถ้าเราไม่รู้ตรงนี้ เราก็จะโดนความคิดหลอก หลอกให้เราทุกข์ และมุมมองที่แข็งกระด้างก็จะคอยกระตุ้นซ้ำเติมเพิ่มทุกข์ให้เรา เพราะเราไม่รู้จักตั้งคำถามกับมุมมองหรือความคิดอย่างใดอย่างหนึ่ง ฉะนั้นสรุปแล้วก็คือว่าเวลาเรามีความทุกข์ อย่าไปโทษสิ่งอื่นมาก ลองกลับมาดูใจเรา สมุทัยในอริยสัจ 4 คืออันนี้ พวกเราเรียนเรื่องอริยสัจ 4 มาเยอะ แต่พอมีความทุกข์ เราใช้สมุทัยไม่เป็น ไม่สามารถสาวหาเหตุแห่งทุกข์ได้อย่างแท้จริง ไปเอาอะไรมาเป็นเหตุแห่งทุกข์ก็ไม่รู้ ก็เลยแก้ทุกข์ไม่ได้สักที และสุดท้ายก็อยู่ที่ไหนก็ทุกข์เพราะความคิด ที่เป็นตัวการแห่งความทุกข์ติดเราไปตลอด ย้ายที่ ย้ายสถานที่ ย้ายที่ทำงาน ย้ายที่อยู่ก็ยังทุกข์อยู่ ยังเครียดอยู่ ยังหงุดหงิดอยู่ก็เพราะว่าความคิดไม่เปลี่ยน เปลี่ยนแต่สิ่งภายนอก

Feb 7, 202629 min

Ep 134825681025pm--อะไรเกิดขึ้นก็ดีทั้งนั้น

25 ต.ค. 68 - อะไรเกิดขึ้นก็ดีทั้งนั้น : ถ้าเราจับหลักได้ การจะเอาไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันก็จะกลายเป็นเรื่องที่ไม่ยากอะไร แต่ยากตอนที่เริ่ม เพราะว่าอะไรก็ตามที่เราไม่เคยทำ พอเริ่มทำใหม่ ๆ ยากเสมอ เพราะขัดกับความเคยชินเดิมๆ ขัดกับนิสัยเดิม จึงเกิดการต่อต้านขัดขืน ทำให้รู้สึกว่าเป็นเรื่องยาก แต่พอเราทำไปเรื่อย ๆ ทำทีละนิดทีละหน่อย ก็จะกลายเป็นเรื่องง่าย จนพอกลายเป็นนิสัยใหม่แล้ว ก็จะทำโดยอัตโนมัติไปเลย เหมือนกับคนที่ตื่นสาย ใหม่ ๆ จะตื่นเช้าเรื่องยากมาก แต่พอตื่นเช้าเป็นนิสัยแล้ว สิ่งที่ยากกว่าก็กลายเป็นการตื่นสาย ตื่นเช้ากลับเป็นเรื่องง่าย ตื่นสายกลายเป็นเรื่องยาก ก็อยู่ที่การทำบ่อย ๆ ทำสม่ำเสมอ จึงบอกว่าให้เอาปริมาณไว้ก่อน คุณภาพตามมาทีหลัง

Feb 6, 202625 min

Ep 134725681024pm--ชีวิตเปลี่ยนได้เพราะใจมีพลัง

24 ต.ค. 68 - ชีวิตเปลี่ยนได้เพราะใจมีพลัง : สติของเราแต่ก่อนก็แบบนี้ เห็นเฉพาะความคิดและอารมณ์ที่โผล่ขึ้นมา ความคิดและอารมณ์หายไปเมื่อมีสติรู้ทัน แต่พอเกิดขึ้นบ่อยๆ เอะใจ แล้วก็มองทะลุเห็นตัวอัตตาที่อยู่เบื้องหลัง พอเห็นเท่านั้นแหละ ตัวอัตตาหนีหน้าไปเลย พ่ายแพ้ไปเลย อับอาย สุดท้ายความคิดและอารมณ์ที่เคยโผล่ขึ้นมารบกวนเราบ่อยๆ ก็จะหายไป อันนี้เป็นพลังของสติที่สามารถจะช่วยเปลี่ยนพฤติกรรม และความคิดของเราได้ ไม่ต้องอาศัยศรัทธาในตัวหลวงพ่อ ไม่ต้องอาศัยความเห็นใจหมอ ซึ่งอันนั้นก็ดีอยู่ แต่ว่าเรายังต้องอาศัยคนอื่นอยู่ ต้องมีหลวงพ่อที่เราศรัทธา ต้องมีหมอที่เขาเอื้อเฟื้อเรา แต่บางทีเราไม่มีอย่างนั้น ไม่มีบุคคลเหล่านั้น เราสามารถจะพึ่งตัวเองได้ก็โดยการที่มีสติรู้ทัน เพราะฉะนั้น สติช่วยทำให้เหตุผลของกิเลสไม่สามารถครอบงำใจเราได้ ขณะเดียวกัน ความคิดที่เรามี หรือเหตุผลดีๆ ที่เรามี ก็สามารถจะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงได้ เพราะว่าใจคล้อยตาม หรือใจมีพลังที่จะผลักดันให้เราเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปตามสิ่งที่เห็นว่าดี ว่าถูกต้อง

Feb 5, 202627 min

Ep 134625681023pm--รู้งี้ไม่ดีเท่ารู้ซื่อๆ

23 ต.ค. 68 - รู้งี้ไม่ดีเท่ารู้ซื่อ ๆ : นอกจาก รู้งี้ แล้ว อีกอย่างที่ไม่ค่อยมีประโยชน์ก็คือ รู้แล้ว เวลาใครบอกว่า รู้แล้ว แสดงว่าปิดรับความรู้แล้วเหมือนกับน้ำเต็มแก้ว คนที่คิดว่า รู้แล้ว รู้แล้ว ใจเขาจะไม่รับ พ่อแม่บางทีก็บอก รู้จักลูกแล้ว รู้แล้วว่าลูกเป็นอะไร หรือไปเยี่ยมคนป่วยก็รู้แล้วว่าเขานิสัยใจคอยังไง ก็เลยไม่คิดที่จะฟัง ไม่คิดที่จะเปิดใจเรียนรู้ ด้วยการฟัง ด้วยการถาม รู้แล้ว กับ รู้งี้ ต้องพยายามอย่าให้เกิดขึ้น แต่ว่ารู้ซื่อ ๆ จะต้องพยายามทำให้เกิดขึ้นให้ได้ เริ่มจากการรู้กายรู้ใจ แล้วก็พัฒนาเป็นการรู้ซื่อ ๆ ต่อไปจะเป็นการรู้ระดับวิปัสสนาเลยทีเดียวที่ช่วยทำให้พ้นทุกข์ได้ เราต้องพัฒนาขวนขวายเพื่อให้ความรู้ของเรากลายเป็นการรู้ซื่อ ๆ ขึ้นมา โดยเฉพาะเมื่อมีความโศก ความเศร้า ความทุกข์เกิดขึ้นในใจ ถ้ายังทำให้เกิดมีไม่ได้ ก็ยังไม่สายที่จะสร้างให้มีขึ้นจนเป็นธรรมชาติหนึ่งของจิตใจเรา

Feb 4, 202627 min

Ep 134525681022pm--หาตัวช่วยเพื่อสร้างสติ

22 ต.ค. 68 - หาตัวช่วยเพื่อสร้างสติ : ชีวิตของเราทั้งวัน ถ้าเราไม่ทำนั่นทำนี่ เราก็เจอนั่นเจอนี่ แค่สองอย่างนี้แหละ แต่ถ้าเราฝึกสติเอาไว้ดี จนกระทั่งเห็นกายเคลื่อนไหวเมื่อทำกิจ รู้ใจคิดนึกเมื่อเจอผัสสะ หรือเมื่อเจอนั่นเจอนี่ ก็เท่ากับว่าเราปฏิบัติได้ทั้งวัน เพราะทั้งวันเราจะมีแค่ 2 อย่าง คือถ้าไม่ทำนี่ทำนั่น ก็เจอนั่นเจอนี่ เจอทางตาเจอทางหู ถ้าหากว่าเราทำได้ 2 อย่างนี้ ก็เรียกว่าทำได้ทั้งวัน รู้กายเคลื่อนไหวเมื่อทำกิจ รู้ใจคิดนึกเมื่อเกิดผัสสะ หรือเมื่อเจอนั่นเจอนี่อันนี้ก็เป็นหลักที่นำไปปฏิบัติที่บ้านได้ เพราะว่าอยู่ที่บ้านไม่มีใครจะมาชี้แนะเรา แต่ถ้าเราจับหลักได้ การปฏิบัติก็จะเป็นเรื่องที่ไม่ยากและต่อเนื่อง ขอเพียงแต่ใจไม่ร้อน เอาปริมาณไว้ก่อน แล้วก็หาตัวช่วยเยอะๆ อาจจะเป็นเพื่อนที่ร่วมปฏิบัติด้วยกัน หรือสิ่งแวดล้อม อาจจะรวมถึงการมีวินัย งดใช้โทรศัพท์บางช่วง อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราต้องขวนขวายหาตัวช่วยเพื่อให้ความคิดอ่อนแรง และสติก้าวหน้ามากขึ้น​ ถ้าเราหาตัวช่วย การปฏิบัติก็จะต่อเนื่อง และที่สำคัญคือให้รู้จักแก้อารมณ์ได้ด้วยตัวเอง ใช้กายเป็นตัวช่วยแก้ปัญหาทางใจ เกี่ยวเนื่องกัน อันนี้ก็เป็นการบ้านที่ฝากเอาไว้

Feb 3, 202628 min

Ep 134425681021pm--สร้างภูมิคุ้มใจให้เข้มแข็ง

21 ต.ค. 68 - สร้างภูมิคุ้มใจให้เข้มแข็ง : การที่จะไม่มีอนิฏฐารมณ์เกิดขึ้นกับชีวิตของเราเลย เป็นไปไม่ได้ จะไม่มีอารมณ์ลบอารมณ์ร้ายเกิดขึ้นในใจเรา ยากสำหรับปุถุชน แต่ถึงแม้เกิดขึ้น ใจเราไม่ทุกข์ก็ได้ เพราะเรามีสติเป็นเครื่องรักษาใจ หรือว่าภูมิคุ้มใจ เพราะฉะนั้นแม้ว่าเราจะต้องเจอกับเสียงดัง เจอกับความผิดหวัง เจอกับความเหนื่อยความยาก แต่ถ้าเรารู้จักพัฒนาสติ จนกระทั่งเรารู้จักรู้ซื่อ ๆ รับมือกับอารมณ์ภายใน แล้วก็สิ่งกระทบภายนอกได้ ใจเราก็เป็นปกติได้ และนี่จะทำให้เราเป็นอิสระจากสิ่งภายนอก ที่มนุษย์เราต้องเป็นทุกข์ หรือต้องเป็นทาสสิ่งภายนอก เพราะคิดว่าจะมีความสุขได้ก็ต่อเมื่อสิ่งภายนอกถูกใจ แต่ถ้าสิ่งภายนอกไม่ถูกใจ ก็จะหงุดหงิดขึ้นมา เช่น เสียงดัง คนไม่น่ารัก ทางลำบาก แมลงเยอะ คนเราถ้าหากว่าไม่รู้จักฝึกสร้างภูมิคุ้มใจ โดยเฉพาะการมีสัมมาสติ เราจะเป็นทาสสิ่งภายนอก จะสุขหรือทุกข์ก็ขึ้นอยู่กับสิ่งภายนอก แต่ว่าการเจริญสติ หรือว่าสัมมาสติ ทำให้เราเป็นอิสระ เป็นไทจากสิ่งภายนอก สิ่งภายนอกจะไม่น่ารัก จะลำบาก จะเป็นลบยังไง แต่ใจเราก็เป็นบวก หรือว่าใจเราก็เป็นกลางอยู่เสมอ เรียกว่าไม่ว่าจะเจออะไรที่เรียกว่าทุกข์ แต่ว่าใจไม่ทุกข์ อย่างนี้เราทำได้

Feb 1, 202628 min

Ep 134325681020pm--สติคือพื้นฐานของชีวิต

20 ต.ค. 68 - สติคือพื้นฐานของชีวิต : นักปฏิบัติหลายคนนี้ทำไม่กี่วันจะเอาคุณภาพแล้ว ฉะนั้นต้องมีสติ ต้องทำความรู้สึกตัว อย่าเพิ่งเอาคุณภาพ เอาปริมาณก่อน ทำเยอะ ๆ ให้สติได้ทำงานลองผิดลองถูก จะทำงานเชื่องช้าก็ไม่เป็นไร เพราะว่าต่อไปถ้าเราให้โอกาสให้พื้นที่แก่สติ สติก็จะเติบโตมากขึ้น แล้วก็จะช่วยเราให้ระลึกรู้ได้ไว ไม่ใช่แค่รู้ว่ากำลังทำอะไร แต่รู้แม้กระทั่งว่ากำลังทุกข์อยู่ กำลังเศร้าอยู่ กำลังโกรธอยู่ รู้แล้วก็วาง รู้แล้วก็ปล่อย ไม่ตกไปอยู่ในอำนาจของอารมณ์เหล่านั้น ก็ทำให้ใจพบกับความสงบได้ สงบเพราะว่าวางความคิดและอารมณ์ที่เคยรบกวนจิตใจของเรา ทำไปเรื่อย ๆ ทำไปเยอะ ๆ แล้วความระลึกได้ ความรู้ตัวก็จะเกิดได้ถี่ขึ้น เร็วขึ้น

Jan 27, 202628 min

Ep 134225681019pm--รักษาใจด้วยสัมมาสติ

19 ต.ค. 68 - รักษาใจด้วยสัมมาสติ : พอใจเผลอนึกไปถึงเรื่องราวในอดีตที่ทำให้เกิดความโกรธ พอมีความโกรธขึ้นก็รู้เลย หรือพอใจเผลอไปนึกถึงเหตุการณ์ในอนาคต เกิดความกังวล เกิดความเครียดเรื่องงานเรื่องการ เรื่องหนี้สินขึ้นมา ก็รู้เลย รู้เพราะอะไร เพราะว่าสติมาบอก เรียกว่าเรามีเครื่องรักษาใจ มีธรรมะเป็นเครื่องรักษาใจ ซึ่งก็เกิดขึ้นจากการที่เรามาเฝ้าดูจิตใจบ่อย ๆ ฝึกฝนจิตใจบ่อย ๆ ไม่ใช่มัวแต่ส่งจิตออกนอก ใหม่ ๆ ก็เผลอส่งจิตออกนอก แต่ก็รู้ตัวได้ไวว่า นี่เผลอส่งออกไปแล้ว กลับมา กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว ก็คือมารู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ เรียกอีกอย่างหนึ่งก็คือว่า ระลึกได้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ ไม่ใช่แค่ระลึกถึงคำสอนของครูบาอาจารย์ ระลึกถึงพุทธภาษิตที่ช่วยเตือนใจให้เรากลับมามีสติ อันนั้นก็มีประโยชน์แต่ต่อไปต้องพัฒนาความระลึกได้ให้ถึงขั้นที่ว่าพอใจเผลอไป ก็กลับมารู้เนื้อรู้ตัวโดยที่ไม่ต้องมีเสียงเตือน กลับมาเองเพราะว่าระลึกได้ ถ้าเราฝึกอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ต่อไปการรู้เนื้อรู้ตัวก็จะกลายเป็นเรื่อง เรียกว่ากลายเป็นธรรมชาติของใจ จะรื้อถอนนิสัยเดิม ๆ ที่เป็นนิสัยชอบหลง ชอบใจลอย ชอบส่งจิตออกนอก จะกลับมาเกิดความรู้เนื้อรู้ตัว รู้กายรู้ใจได้ไว แล้วจะกลายเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์มาก โอ้ ใจเราทำอย่างนี้ได้ด้วย อันนี้ไม่ใช่เพราะอะไร เพราะสติ นั่นก็คือสัมมาสติ

Jan 26, 202625 min

Ep 134125681011pm--อยู่ในโลก อย่าทิ้งธรรม

11 ต.ค. 68 - อยู่ในโลก อย่าทิ้งธรรม : สติช่วยทำให้ความเศร้าโศกเสียใจ ความโกรธ ไม่สามารถคุกคามบีบคั้นรังควานจิตใจได้ ไม่ใช่ไม่มีอารมณ์ความโศก ความเศร้า ความโกรธมี แต่มันทำอะไรใจไม่ได้ แต่ต่อไปถ้ามีปัญญาถึงขั้น อารมณ์เหล่านั้นก็เกิดขึ้นได้ยาก เพราะว่าเมื่อสูญเสียทรัพย์ก็ไม่ทุกข์ เพราะว่าไม่ได้ยึดติดถือมั่นในทรัพย์เหล่านั้นตั้งแต่แรก ความไม่ยึดติดถือมั่นในทรัพย์ ในร่างกาย ในงานการ ในคนรัก รวมทั้งหน้าตา พอสิ่งเหล่านั้นปรวนแปรไป ความทุกข์ ความเศร้าโศก ความเสียใจ ความคับแค้นใจ ความโกรธ มันก็เกิดขึ้นได้ยาก แต่ถึงแม้จะไม่มีปัญญาถึงขั้นชนิดปล่อยวางได้ แต่หากมันมีอารมณ์เศร้าโศกโกรธเคืองเกิดขึ้นมาในใจ ก็ยังมีสติเป็นด่านสุดท้ายที่จะช่วยรักษาใจไม่ให้ทุกข์ มีความโกรธเกิดขึ้นก็รู้ว่าโกรธ มีความเศร้าเกิดขึ้นก็รู้ว่าเศร้า รู้แล้ววาง ไม่แม้กระทั่งกดข่มหรือผักไส และแน่นอนก็ไม่คล้อยตามอารมณ์เหล่านั้นด้วย ไม่ปล่อยให้มันครอบงำใจ ธรรมะนี่ เฉพาะ 2 อย่างที่สำคัญ ก็ช่วยเราได้มากมาย ยังไม่ต้องพูดถึงสมาธิ ยังไม่ต้องพูดถึงอิทธิบาท 4 ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา ซึ่งถ้าหากว่าระดมกำลังเข้ามา รวมถึงสันโดษ ปัสสัทธิ ปีติ วิริยะ อุเบกขา ธัมมวิจยะ สติ เหล่านี้เป็นโพชฌงค์ 7 ที่ถ้าเราระดมเข้ามา มันก็ช่วยเรา ในเวลาเจริญ ก็ไม่เพลินกับความเจริญ หรือความสุข ไม่ปฏิเสธ แต่ก็ไม่หลง ไม่ลืมตัว ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท และเมื่อถึงเวลาที่มันเสื่อมตามเหตุตามปัจจัย ก็ไม่ทุกข์ ด้วยเหตุนี้จึงบอกว่า แม้เราจะต้องกลับไปใช้ชีวิตทางโลก แม้เราจะมีจุดมุ่งหมายที่เป็นความสำเร็จทางโลกแต่ก็อย่าทิ้งธรรม เพราะถ้าทิ้งธรรมแล้ว ความสำเร็จที่เกิดขึ้นก็จะไม่ยั่งยืน และจะไม่ได้ทำให้เรามีความสุขอย่างแท้จริง ยังไม่ต้องพูดถึงว่า หากว่าไม่สำเร็จ หรือหากมีเหตุร้ายเกิดขึ้น เรียกว่าอนิฏฐารมณ์ แม้เกิดขึ้น ใจก็ไม่ทุกข์ เพราะเรามีสติ มีปัญญา และธรรมะอีกมากมายที่ช่วยรักษาใจเอาไว้

Jan 25, 202627 min

Ep 134025681011pm--ดูแลศรัทธา อย่าให้ความหลงครอบงำ

11 ต.ค. 68 - ดูแลศรัทธา อย่าให้ความหลงครอบงำ : การทอดกฐินเป็นงานบุญที่ชาวพุทธไทยนิยมทำกัน ถือว่าได้บุญมาก จึงจัดเป็นงานใหญ่(กว่าผ้าป่า) เพราะนอกจากเป็นงานบุญที่จำกัดเวลา (คือภายใน ๑ เดือนนับแต่ออกพรรษา) วัดหนึ่งยังทำได้แค่ครั้งเดียวในรอบปี แต่ที่ผู้คนอาจลืมไปก็คือ การทอดกฐินมีจุดมุ่งหมายส่งเสริมสามัคคีธรรมในหมู่สงฆ์ ทั้งสามัคคีที่เกิดขึ้นในระหว่างจำพรรษา (จนสามารถมีฉันทามติมอบผ้าให้แก่พระรูปหนึ่งโดยไม่มีเสียงคัดค้าน) และสามัคคีในการช่วยกันทำผ้ากฐินให้เป็นสบงหรือจีวรภายในวันนั้น ผลสืบเนื่องคือการส่งเสริมสามัคคีในหมู่ฆราวาสที่ร่วมกันทอดกฐิน ซึ่งสมัยก่อนร่วมกันปั่นด้าย ทอผ้า ตัดเย็บเป็นจีวรให้เสร็จภายในวันเดียว (เรียกว่า จุลกฐิน) แม้ทุกวันนี้ผู้คนจะให้ความสำคัญกับเงินทำบุญ ซึ่งเป็น “บริวารกฐิน” มากกว่า จีวร ซึ่งเป็น “องค์กฐิน” แต่ก็ไม่ควรลืมจุดมุ่งหมายพิเศษของบุญกฐิน คือการส่งเสริมสามัคคี ซึ่งนอกจากทำให้เกิดความสุขใจแล้ว ยังเป็นปัจจัยที่ส่งเสริมการปฏิบัติธรรมให้เจริญงอกงาม “สามัคคี” จึงมักคู่กับคำว่า “ธรรม”

Jan 24, 202637 min

Ep 133925681010pm--รู้มากกว่าหลง ใจโปร่งเบา

10 ต.ค. 68 - รู้มากกว่าหลง ใจโปร่งเบา : เห็นความโกรธ เห็นความทุกข์ เห็นความเครียด ซึ่งการที่จะมีสติเห็นอารมณ์เหล่านี้ได้ ต้องเกิดจากการปฏิบัติ เกิดจากการที่จิตกลับมารู้สึกตัวบ่อย ๆ รู้สึกตัวบ่อย ๆ เคยหลงไปแล้ว กลับมารู้สึกตัว ตอนที่กลับมารู้สึกตัว จะเห็นเลยว่า อารมณ์อะไรที่ทำให้เราทุกข์ ตอนนี้เรียกว่ารู้ทันอารมณ์ รู้ทันความคิด พอรู้แล้วก็จะวางได้เร็ว เพราะฉะนั้น การปฏิบัติด้วยการฝึกจิตให้มีสติ มีความรู้สึกตัว คือเรื่องสำคัญ ฉะนั้น ถ้าเรามาวัดแล้วเราไม่ได้มาปฏิบัติตรงนี้ หรือไม่เข้าใจตรงนี้ ก็เสียโอกาส แต่พอรู้แล้ว เข้าใจแล้ว ก็ต้องกลับไปปฏิบัติต่อที่บ้าน จะมาทำที่วัดอย่างเดียวไม่พอ นั่นก็คือว่า ทำอะไรก็ทำด้วยความรู้สึกตัว ตั้งแต่ตื่นนอน เก็บที่นอน อาบน้ำถูฟัน ก็ทำด้วยความรู้สึกตัว หลักง่าย ๆ คือ ตัวอยู่ไหนใจอยู่นั่น ใจจะแวบไปไหน แวบไปที่มือถือ แวบไปที่งานการที่รออยู่ ก็ดึงกลับมา ใหม่ ๆ มันไปยาว กว่าจะกลับมาก็ช้า แต่ต่อไปจะกลับได้เร็ว นี่เป็นวิธีฝึกในชีวิตประจำวัน โดยไม่ต้องมาเจาะจงทำในคอร์ส หรือในวัด แต่ถ้าทำในคอร์สหรือในวัด แล้วทำจนจับหลักได้ ก็นำไปปฏิบัติต่อที่บ้านได้ และเราจะพบว่า ความรู้สึกตัวสำคัญอย่างไร และเราจะพบว่า ชีวิตเราแต่ละวัน เมื่อรู้มากกว่าหลง ทำให้จิตใจโปร่งเบาสบายขึ้นมาก

Jan 23, 202628 min

Ep 133825681009pm--สร้างนิสัยใหม่ให้ชีวิต

9 ต.ค. 68 - สร้างนิสัยใหม่ให้ชีวิต : หลายคนยังไม่ค่อยเห็นโทษของนิสัย ที่มันครองจิตครองใจตัว โดยเฉพาะนิสัยใจลอย นิสัยที่ชอบหลง แต่ถ้าหากว่าเปลี่ยนนิสัยใหม่จะช่วยได้มาก แต่นิสัยใหม่นี้ก็ไม่ใช่ว่าจะมาแทนนิสัยเก่าได้ง่าย มีคำพูดว่านิสัยเก่าตายยาก Old habits die hard เป็นสำนวนของภาษาอังกฤษ เวลาเราจะทำความรู้สึกตัว จะทำให้มีสติอยู่กับปัจจุบัน แต่โดนความหลงกินตลอดเวลาถึง 80-90% คืออยู่ในความหลงความลืมตัว ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องทำซ้ำ ๆ ทำบ่อย ๆ จนกระทั่งเริ่มรู้เนื้อรู้ตัว จากรู้ตัวแค่ 10-20% ก็เป็น 30-40% แล้วตอนหลังก็รู้ตัวมากกว่าหลง ต้องทำบ่อย ๆ การปฏิบัติถึงสำคัญ เพราะว่าทำให้เราสะสมนิสัยใหม่ เหมือนกับเราจะเปลี่ยนเส้นทางน้ำ แต่ก่อนเส้นทางน้ำมันไหลแรง น้ำก็ไหลไปทางเดิม พอเราจะสร้างทางน้ำใหม่ เราขุดดินเพื่อสร้างทำน้ำใหม่ แต่น้ำก็ไม่ค่อยไหลไปสู่ทางใหม่ ยังไหลไปทางเก่าจนกระทั่งทางใหม่ที่เราขุดลึก กว้าง ทีนี้แหละน้ำก็จะไหลไปทางใหม่แล้ว แต่ตราบใดที่ทางใหม่ยังไม่ลึก ยังไม่กว้าง น้ำก็ยังคงไหลไปทางเดิม แต่ถ้าทางน้ำใหม่กว้างและลึก น้ำก็จะไหลไปทางใหม่ แล้วทางเก่าก็จะเริ่มแห้งขอด การสร้างนิสัยใหม่ก็เหมือนกัน ต้องใช้ความเพียรพยายาม ต้องใช้ความอดทน แต่ว่าก็ให้ผลที่คุ้มค่า

Jan 22, 202629 min

Ep 133725681008pm--อย่าเพิ่งแก่ ถ้ายังไม่เป็นมิตรกับตัวเอง

8 ต.ค. 68 - อย่าเพิ่งแก่ ถ้ายังไม่เป็นมิตรกับตัวเอง : จะมาเอาบุญ จะมาหาความสงบ จะมาหาเพื่อนแก้เหงา ก็ดีทั้งนั้น แต่จะดียิ่งขึ้นถ้าหากว่าเรารู้วิธีที่จะอยู่กับตัวเองให้เป็นเมื่อกลับไปบ้าน ไม่มีเพื่อน เราก็อยู่ได้มีความสุข หรือแม้เวลาไปไหนมาไหนไม่ได้ อยู่บ้าน ไม่มีลูกไม่มีหลานห้อมล้อม ก็ยังมีความสุขได้ อยู่กับความรู้สึกตัว อยู่กับความสงบภายใน ถึงเวลาเจ็บป่วยนอนติดเตียง ก็ไม่ทุรนทุราย เพราะว่าดูแลความคิดจิตใจได้ อันนี้คือสิ่งจำเป็น ถ้ายังไม่ทันแก่ก็ต้องสั่งสม ฝึกปรือ ให้ตนสามารถจะเป็นมิตรกับตัวเองให้ได้ อยู่กับตัวเองให้เป็น และยิ่งแก่ยิ่งต้องฝึกเอาไว้ อย่าดูแคลน ถึงแม้ตอนนี้จะมีเพื่อนฝูงมิตรสหายเยอะ แต่วันที่เราจะอยู่คนเดียวใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ หรือมาถึงแล้วก็ได้ แต่ถ้าเราอยู่กับตัวเองเป็น เราก็จะไม่มีคำว่าเหงา ไม่มีคำว่าเคว้งคว้าง มีความอบอุ่นใจอยู่เสมอ เพราะเราเป็นมิตรกับตัวเองได้แล้ว

Jan 21, 202629 min

Ep 133625681007pm--เป็นมิตรกับความทุกข์

7 ต.ค. 68 - เป็นมิตรกับความทุกข์

Jan 20, 202630 min

Ep 133525681006pm--ความคิดไม่ใช่เรา

6 ต.ค. 68 - ความคิดไม่ใช่เรา

Dec 29, 202528 min

Ep 133425681002pm--ทำเต็มที่ ปล่อยวางผล

2 ต.ค. 68 - ทำเต็มที่ ปล่อยวางผล : การรู้ซื่อ ๆ จะเกิดขึ้นได้ง่าย ถ้าไม่มีความคาดหวัง แต่ถ้ามีความคาดหวังมีความอยากแล้วก็รู้ซื่อๆ ได้ยาก เพราะจะมีการตัดสินว่า คิดแบบนี้ไม่ดี ฟุ้งไม่ดี สงบนี้ดี พอมีการตัดสินแล้ว ก็มีปฏิกิริยา อะไรที่ไม่ดีก็พยายามกดข่ม หรือไม่อย่างนั้นก็บังคับจิตให้ไม่คิด ไม่ปรุงอย่างนั้น แต่พอเจออะไรที่ดีก็ปล่อยใจลอย หลงเคลิ้ม ซึ่งก็กลายเป็นอุปสรรค เพราะว่าเมื่อวานนี้ปฏิบัติได้ดีมากเลย สงบ แต่วันนี้ไม่เห็นเป็นอย่างเมื่อวานเลย เกิดการเปรียบเทียบขึ้นมา ก็เลยไม่พอใจ หงุดหงิดขึ้นมา ทำไมวันนี้ไม่เป็นอย่างเมื่อวาน นี่แสดงว่าไม่อยู่กับปัจจุบันแล้ว ยังไปหลงใหลกับผลของเมื่อวาน เป็นเพราะเราไม่รู้ทัน ว่าใจไปอยู่กับอดีตไปแล้ว ไม่ได้อยู่กับปัจจุบัน อยู่กับปัจจุบันคือวางอดีต วางอนาคต ไม่มีการเอามาเปรียบเทียบ เมื่อเราทำโดยวางความอยากหรือความคาดหวังมากเท่าไร การปฏิบัติก็จะก้าวหน้าได้มากเท่านั้น พูดง่ายๆ คือว่าให้เราทำเหตุให้เต็มที่ แต่ปล่อยวางผล ถ้าประกอบเหตุเต็มที่แล้ว ผลย่อมทนอยู่ไม่ได้ ย่อมปรากฏเองในที่สุด

Dec 28, 202527 min

Ep 133325681001pm--ทุกข์วันนี้เพื่อสุขวันหน้า

1 ต.ค. 68 - ทุกข์วันนี้เพื่อสุขวันหน้า : ทุกข์กายนี่เกิดขึ้นได้แม้ใจเราไม่ยินยอม แต่ทุกข์ใจ มันอยู่ที่ใจเราด้วย หลวงพ่อกงมาท่านจึงบอกว่า ถ้าอยากพ้นทุกข์ ก็ต้องเข้าหาทุกข์ ถ้ากลัวทุกข์ ก็ไม่มีวันพ้นทุกข์ สำหรับคนที่ชีวิตเขาสบาย เขาต้องเข้าหาทุกข์ แต่บางครั้งไม่ต้องเข้าหา ทุกข์มาหาเรา ก็ให้มองว่าทุกข์เป็นของดี เพราะฉะนั้นถ้าอยากจะพ้นทุกข์ ก็ต้องเข้าหาทุกข์ อย่างที่หลวงพ่อกงมาว่า ถ้ากลัวทุกข์ ก็ไม่พ้นทุกข์ ถามเราว่าเรากลัวทุกข์ไหม เราพยายามหนีทุกข์ไหม แล้วพอเราเจอทุกข์ เราบ่นโวยวายตีโพยตีพายไหม ทุกข์ในที่นี้หมายถึงสิ่งที่เราไม่ชอบ สิ่งที่เราไม่พอใจ เวลาเจอสิ่งเหล่านี้ ในแง่ดีคือ ก็ดีนะ ไม่ต้องเข้าหา ไม่ต้องไปหา มันมาหาเราเอง มาเพื่อให้เราได้เรียนรู้ ถ้าเราบ่นโวยวายตีโพยตีพาย เพราะคิดว่าฉันน่าจะสบายกว่านี้ เราก็จะเจอความลำบากในวันหน้า แต่ถ้าทุกข์ในวันนี้ ก็มีโอกาสที่จะสบายในวันหน้าได้ ไม่ใช่เพราะวันหน้าราบรื่น แต่เพราะเรามีวิชาที่จะรับมือกับความทุกข์ที่จะถาโถมมาในวันหน้าได้

Dec 27, 202530 min

Ep 133225680930pm--ใช้ความสุขทำความดี

30 ก.ย. 68 - ใช้ความสุขทำความดี : คนเราก็เหมือนกัน แม้ไม่ใช่พระ ชีวิตทางธรรมของเราก็เจริญงอกงามได้ถ้าเรามีความสุขเป็นตัวหล่อเลี้ยง เพราะไม่เช่นนั้นก็ทำให้อยากจะไปหาสิ่งเสพ อยากจะไปหาเงิน อยากจะไปหาวัตถุมาปรนเปรอ ทำให้ความเป็นพระบกพร่อง ทำให้ความเป็นนักปฏิบัติธรรมหรือผู้ปฏิบัติธรรมมันย่อหย่อนหรือว่ามัวหมอง เรามีความสุขแล้ว เราไม่ได้นิ่งเฉย เราก็นำความสุขมาใช้ในการปฏิบัติธรรม ทำความเพียร ทางโลกใช้ความสุขทำกำไร แต่ว่าทางธรรมใช้ความสุขเพื่อทำความดี แล้วก็ฝึกจิตจนเข้าถึงความสุขที่ประณีต อย่างที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า จิตที่ฝึกไว้ดีแล้วย่อมนำสุขมาให้ แต่จะฝึกจิตให้ดี ก็ต้องมีตัวมีความสุขเป็นตัวหล่อเลี้ยง จนกระทั่งได้พบความสุขที่ประณีตยิ่ง ๆ ขึ้นไป ฉะนั้นถ้าเราอยากจะให้ชีวิตของเรา ชีวิตทางธรรม หรือชีวิตพรหมจรรย์ของเราเจริญยั่งยืน ก็ต้องทำให้ความสุขเกิดขึ้นในใจเรา ซึ่งไม่ใช่ความสุขจากสิ่งเสพ เป็นความสุขจากชีวิตที่เรียบง่าย เป็นความสุขจากการที่ได้เจริญสติ ทำสมาธิ แล้วความสุขนั้นจะเป็นตัวหล่อเลี้ยงขับเคลื่อนให้เราทำความดี ทำให้เข้าถึงความจริง จนกระทั่งพ้นจากความทุกข์ในที่สุด

Dec 26, 202528 min

Ep 133125680928pm--เปลี่ยนจากรู้สึกมาเป็นรู้

28 ก.ย. 68 - เปลี่ยนจากรู้สึกมาเป็นรู้ : การพัฒนาตัวรู้ขึ้นมา ในแง่หนึ่งช่วยทำให้เราไม่ต้องผ่านความเจ็บปวดเสียก่อน ไม่ต้องรอให้เจ็บปวดเสียก่อนถึงค่อยมาขยับเข้าหาธรรม เรารู้ก่อนที่จะปวด เหมือนกับม้าตัวแรกที่รู้ก่อนที่จะเจออะไรอีกมากมาย และถ้ารู้ถึงจุดหนึ่ง เวลาเจอความเจ็บความปวดที่ไม่ปรารถนา ก็เอาอยู่ ความรู้ ถ้ารู้แบบรู้ตัว หรือรู้สัจธรรมความจริงได้มากพอ ปวดก็ปวดไปแต่ไม่มีผู้ปวด เห็นความปวดแต่ไม่มีผู้ปวด อันนี้เป็นสิ่งที่เราควรจะพัฒนาไปให้ได้ แต่ในระหว่างนั้น ถ้ายังพัฒนาไปไม่ถึง อย่างน้อยก็เห็นคุณค่าของความปวดความทุกข์ว่ามีประโยชน์ เพราะว่าเราส่วนใหญ่ก็เป็นม้าประเภทที่ 2, 3, และ 4 ที่ว่าต้องเจอความปวดเสียก่อน ถึงจะขยับ เหมือนกับตัวอย่างที่เล่าเรื่องที่เนปาล บังคลาเทศ ที่ทำให้ต้องเกิดความรู้สึกก่อนถึงจะตื่นตัวขึ้นมา มันก็มีประโยชน์ แต่ว่าก็อย่าไปหยุดตรงนั้น ต้องพัฒนาจากความรู้สึกปวด เป็นความรู้สึกเฉย ๆ เป็นความรู้ตัวขึ้นมา แล้วความรู้นี้เองที่จะไปรับมือความเจ็บความปวดได้ในวันข้างหน้า

Dec 25, 202530 min

Ep 133025680927pm--เจออะไรก็ไม่ลืมตัว

27 ก.ย. 68 - เจออะไรก็ไม่ลืมตัว : ฝึกในชีวิตประจำวัน เวลาทำอะไร กินข้าว หรือว่าเวลาทำงาน ได้ยินได้ฟังเรื่องอะไรก่อนหน้านั้นที่ทำให้เกิดความไม่พอใจ เกิดความโกรธ เกิดความเสียใจ หรือเกิดความตื่นตระหนก ก็รู้จักวางลงบ้าง กลับมาอยู่กับสิ่งที่เรากำลังทำในเวลานั้น บางทีกำลังกินข้าวอยู่ นึกเป็นห่วงงาน ก็รู้จักวางงานลงบ้าง เพราะไม่เช่นนั้นใจนึกถึงงาน เลยลืมไปเลยว่ากำลังกินอะไร หรือบางทีนึกถึงงาน จนลืมลูก กำลังคุยกับลูก กำลังฟังลูก ลูกมีปัญหาชีวิต มีปัญหาในโรงเรียน แต่พ่อหรือแม่นี่ใจกลับหมกมุ่นครุ่นคิดกับงาน จนไม่ได้เปิดใจฟังลูก ไม่ได้รับรู้ถึงความรู้สึกของลูก ลูกก็รู้สึกว่าพ่อแม่ไม่ได้ฟังเขาเลย ก็กลายเป็นว่าการทำงานหน้าที่ของพ่อแม่ที่พึงมีต่อลูก เสียไปเพราะว่าไม่มีสติ หลายคนถามว่าสติทำงานอย่างไร สติคืออะไร ก็ตอบง่าย ๆ สติคือ การระลึกรู้ ทำให้ไม่ลืมหน้าที่ที่ควรทำ หรือหน้าที่ที่กำลังทำอยู่ แล้วก็ไม่ลืมตน รวมทั้งไม่ลืมสัจธรรมความจริงที่จะต้องเกิดขึ้นกับชีวิตของตน ไม่ช้าก็เร็ว ไม่วันใดก็วันหนึ่ง

Dec 24, 202528 min

Ep 132925680926pm--ชีวิตทีต้องตระเตรียม และต้องฝึกฝนตนอยู่เสมอ

26 ก.ย. 68 - ชีวิตทีต้องตระเตรียม และต้องฝึกฝนตนอยู่เสมอ : เวลามาวัดถ้าเราคาดหวังความสบาย หวังความสงบ นี่ถือว่าประมาทแล้ว ชาวพุทธเราต้องเป็นผู้ใฝ่ฝึกฝน ใฝ่พัฒนาตน แล้วยิ่งถือว่าความไม่ประมาทเป็นสิ่งสำคัญ ถือว่าการตระเตรียมการฝึกฝนเป็นเรื่องสำคัญ เราจะฝึกฝนจากอะไร เราก็ฝึกฝนจากของจริง สิ่งที่มากระทบใจ สิ่งที่มากระทบตา หู จมูก ลิ้น กาย อนิฏฐารมณ์ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสที่ไม่น่าพอใจ แทนที่จะปล่อยใจให้เป็นทุกข์กับมัน ก็สามารถยกจิตให้เหนือความทุกข์ได้​ ถ้าเรามองแบบนี้ ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้นกับชีวิตของเราในแต่ละวัน ๆ ก็ถือเป็นของดี เราได้มีโอกาสฝึกฝน เราได้มีโอกาสซักซ้อม จุดหมายสำคัญคือการรักษาใจให้สงบได้ไม่ว่ามีอะไรจะเกิดขึ้นกับเรา อันนี้เป็นสิ่งที่เราควรตั้งจุดมุ่งเอาไว้ เวลามาวัด เวลามาปฏิบัติธรรม หรือว่าเวลาใช้ชีวิต เจอความราบรื่น เจอความสบาย เจอความสงบ อันนี้ก็ดีแล้ว แต่ให้รู้ว่าทั้งหมดนี้เป็นของไม่เที่ยง ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องเจอกับสิ่งที่เสียดแทงใจ สิ่งที่ทำความไม่สบายกายไม่สบายใจ อย่างที่เราสวดทุกวัน ประสบกับสิ่งไม่เป็นที่รัก พลัดพรากจากสิ่งเป็นที่รัก ถ้าเจอแล้วใจจะเป็นปกติได้อย่างไร ต้องคิดด้วย ซึ่งจะทำอย่างนั้นได้ ต้องฝึกต้องซ้อมจากของจริงก่อนที่จะไปเจอสิ่งที่หนักหนาสาหัส ถ้าเราแสวงหาแต่สิ่งที่สบายสิ่งที่ถูกใจ อันนี้แสดงว่าเรากำลังประมาทแล้ว เพราะว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้เราตายใจ นิ่งนอนใจ แล้วก็ละเลยในการทำความเพียรได้

Dec 23, 202527 min

Ep 132825680924pm--อัศจรรย์พบได้ในปัจจุบัน

24 ก.ย. 68 - อัศจรรย์พบได้ในปัจจุบัน : เคยพาคนเดินรอบสระตอนเช้าๆ ระยะทางก็ไม่ยาวเท่าไหร่ ประมาณครึ่งชั่วโมงก็รอบสระแล้ว พอเดินเสร็จ ก็ถามเขาว่า ได้ยินเสียงจิ้งหรีดร้องไหม หลายคนบอกว่าไม่ได้ยิน เขาสงสัยว่ามีด้วยหรือ ที่จริงมี จิ้งหรีดร้องตามจุดต่างๆ รอบสระ แต่ทำไมเดินผ่านจุดนั้นไม่ได้ยิน เพราะใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ใจตอนนั้นลอย คิดโน่นคิดนี่ พอคิดโน่นคิดนี่ใจก็ไม่ว่าง ใจไม่ว่างก็เหมือนกับน้ำในแก้วที่เต็ม เติมน้ำใส่ลงไปก็ล้นออกหมด ใจที่ปิดรับเสียงนกร้อง เสียงจิ้งหรีด ก็เพราะว่ามันเต็มไปด้วยความคิด แล้วที่เต็มไปด้วยความคิดเพราะว่าตอนนั้นใจไม่ได้อยู่กับปัจจุบัน ใจอยู่กับอนาคตบ้าง อยู่กับอดีตบ้าง แต่ถ้าเกิดว่าเราเอาใจอยู่กับปัจจุบัน อยู่กับเนื้อกับตัว ไม่ใช่แค่รู้ใน คือรู้กายรู้ใจเท่านั้น ยังรู้นอกด้วย นกร้อง จิ้งหรีดร้องก็ได้ยิน แต่ว่าไม่ได้พะวง บางคนส่งจิตออกนอก พอได้ยินเสียงนกร้อง นึกว่านกอะไรน่ะที่ร้อง นกกระเต็นหรือเปล่า คงอพยพกันมา หรือบางทีก็นึกถึงเหตุการณ์ในอดีตที่เคยได้ยินเสียงนกร้องขณะที่อยู่ในสวน เดินเล่นกับแฟนซึ่งตอนนี้เลิกกันเรียบร้อยแล้ว เกิดความอาลัยอาวรณ์ เพราะเสียงนกร้องเตือนให้ระลึกถึงความหลังวันวานอันหวานชื่น ก็ยาวไปเลย อันนั้นก็ไม่ใช่ เพราะถ้าหากว่าอยู่กับปัจจุบัน มีสติ มีความรู้สึกตัว ได้ยินเสียงนกร้อง แต่ไม่ปรุงแต่ง ไม่ไหลไปอดีต ไม่ลอยไปอนาคต ไม่จมอยู่ในอารมณ์ แล้วพอใจเปิดรับ พร้อมจะเปิดรับสิ่งต่างๆ ก็จะเห็นสิ่งสวยงามได้

Dec 22, 202528 min

Ep 132725680923pm--อย่าเผลอให้ความคิดทำร้ายใจเรา

23 ก.ย. 68 - อย่าเผลอให้ความคิดทำร้ายใจเรา : ถ้าเราศึกษากาลามสูตร จะพบว่าท่านสอนให้ไม่เชื่อความคิด แม้บางอย่างจะดูแล้วมีเหตุมีผล อย่าเชื่อเพียงเพราะมันสมเหตุสมผล อย่าเชื่อเพียงเพราะการอนุมาน อนุมานก็เป็นเรื่องของความคิด อย่าเชื่อเพราะสอดคล้องกับตรรกะ ถึงแม้ว่าถูกต้องตามตรรกะ หรือมีเหตุมีผล ก็อย่าเพิ่งไปเชื่อ เพราะว่าความจริงอาจจะไม่เป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่ผลีผลามด่วนสรุป หลงเชื่อตามความคิด หรือหลงเชื่ออะไรก็ตามที่มันสอดคล้องกับความคิดของเรา เราก็ถูกหลอกได้ยาก ซึ่งบางครั้งมันก็ทำให้เราเป็นทุกข์ เสียเงินเสียทอง หรือบางทีก็หน้าแตกก็มี การมีสติ ช่วยให้เรารู้จักทักท้วงความคิด และรู้จักเลือกใช้ความคิดที่มีประโยชน์ เป็นกุศล แล้วก็ช่วยทำให้เราสามารถจะเป็นนายความคิดได้ ไม่ใช่ว่าปล่อยให้ความคิดมาเป็นนายเรา จนพาชีวิตจิตใจของเราเข้ารกเข้าพง

Dec 21, 202529 min

Ep 132625680922pm--ในเสียมีได้

22 ก.ย. 68 - ในเสียมีได้ : ถ้าเกิดถูกปล้นจนไม่เหลืออะไรเลย ก็ยังเรียกว่าเท่าทุนได้ ที่จริงยังได้กำไร เพราะว่าในหัวเราก็ยังมีความคิด มีสติปัญญา มีความรู้ ซึ่งเมื่อเทียบกับตอนที่เราเกิดมา เราไม่มีอะไรในหัวเลย อย่าว่าแต่ไม่มีเสื้อผ้าเลย แม้กระทั่งความรู้ ประสบการณ์ รวมทั้งเครือข่ายผู้คนที่รู้จัก ไม่มีเลย แต่ว่าพอเราโตขึ้น แม้เราจะไม่เหลืออะไรเลย อย่างน้อยเราก็มีความรู้ มีสติปัญญาอยู่ในหัว มีเครือข่ายความสัมพันธ์คนรู้จัก ถูกไฟไหม้จนทรัพย์สมบัติไม่เหลือ ก็ยังสามารถฟื้นตัวได้ อาศัยเครือข่ายญาติพี่น้อง เครือข่ายเพื่อนฝูง ทำมาหากิน ก็สามารถจะตั้งเนื้อตั้งตัวได้ ฉะนั้นเรามองแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เมื่อเราสูญเสียไปมากมาย อย่างน้อยเราก็เท่าทุน แต่ถ้าเราฉลาดอีกหน่อย เราก็พบว่าเราได้ ได้เรียนรู้ ได้สติปัญญา ได้เรียนรู้สัจธรรม ถ้ามีปัญญา มันมีแต่ได้ไม่มีเสีย หรือถึงไม่ได้ ยังมองไม่เห็นว่าได้อะไร อย่างน้อยก็เท่าทุน ให้เราคิดแบบนี้บ้าง เพราะว่าชีวิตเราต้องเจอกับความสูญเสีย ไม่ใช่ว่าได้อย่างเดียวแล้วก็เสียด้วย ถ้าเรามองเห็นว่าที่เสียไป แต่เราก็ได้อะไรหลายอย่างกลับมา หรือถึงมองไม่เห็นว่าได้อะไร อย่างน้อยก็เท่าทุนเพราะว่าก่อนหน้านั้นเราไม่มีอะไรเลยเหมือนกัน

Dec 20, 202529 min

Ep 132525680920pm--ออกจากทุกข์เพราะวางใจถูก

20 ก.ย. 68 - ออกจากทุกข์เพราะวางใจถูก : ถ้าดีกว่านั้นก็คือมีปัญญา เห็น เข้าใจ ความจริงของชีวิต เข้าใจสัจธรรม เข้าใจว่า สังขารเป็นทุกข์ ไม่น่ายึดถือ ยึดถือเมื่อไหร่ก็เป็นทุกข์เมื่อนั้น หรือเห็นไปถึงขั้นว่า ไม่มีเรา ที่ทุกข์นี่ไม่ใช่เรา เป็นกายที่ทุกข์ ไม่มีเราทุกข์ ไม่มีเราป่วย ใครเขาด่า แม้เสียงด่ากระทบหู ก็ไม่ทุกข์ เพราะไม่มีตัวกูไปรับ เพราะว่าไม่มีความยึดติดถือมั่นในตัวกู ไม่มีตัวกูที่จะทุกข์เพราะคำด่า แบบนี้เรียกว่า ต้องเห็นสัจธรรม แต่จะทำกันได้ ต้องมีปัญญา ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็ทำอย่างนั้นไม่ได้ แต่ตัวอย่างที่พูดมา ทำได้ ปุถุชนคนทั่วไป ขอเพียงแค่มีสติ แล้วรู้จักคิด เรียกว่าคิดนอกกรอบก็ได้ หรือว่าคิดออกจากความเคยชิน เพราะถ้าอยู่กับความเคยชิน ก็ไปกังวลอยู่กับอนาคต ไม่สามารถจะพาจิตกลับมาอยู่กับปัจจุบัน และเห็นสิ่งดี ๆ ที่มีอยู่ได้ หรือไม่เช่นนั้นก็คิดตัดพ้อชะตากรรม ว่าทำไมแม่ต้องมาดูแลลูก ทำไมลูกไม่เป็นฝ่ายดูแลแม่ อันนี้เป็นการมองตามกระแส แต่พอมองหลุดออกจากกระแส หลุดจากกรอบ ก็รู้สึกว่า โชคดีที่เราป่วย แทนที่จะเป็นแม่ป่วย ลูกป่วยดีแล้ว จะเป็นแบบนี้ได้ต้องมองออกมานอกกรอบ แล้วจะออกมานอกกรอบอย่างนี้ได้ต้องอาศัยสติช่วย ไม่อย่างนั้นก็จะจมอยู่กับกระแสความคิด หรือความเคยชินเดิม ๆ ซึ่งก็มีแต่ซ้ำเติมเพิ่มทุกข์มากขึ้น

Dec 19, 202528 min

Ep 132425680919pm--รู้กายรู้ใจได้ทุกที่

19 ก.ย. 68 - รู้กายรู้ใจได้ทุกที่ : รู้กายเคลื่อนไหวเมื่อทำกิจ เห็นใจคิดนึกเมื่อเจอผัสสะ หรือเมื่อเจอนั่นเจอนี่ คนเราทั้งวันก็ทำแค่ 2 อย่าง ถ้าไม่ทำนั่นทำนี่ ก็เจอนั่นเจอนี่ แต่ถ้าหากว่าเราจับหลักได้ว่า ไม่ว่าทำอะไรก็รู้กายเคลื่อนไหว หรือเจออะไรก็ตาม เช่น มีการกระทบ แล้วเกิดความคิด อารมณ์ขึ้นมา ก็รู้ทันความคิดและอารมณ์นั้น รู้กายเคลื่อนไหวเมื่อทำกิจ รู้ใจคิดนึกเมื่อเจอผัสสะ ถ้าทำได้ 2 อย่างนี้ ก็เรียกว่าปฏิบัติได้ทั้งวันแล้ว เพราะว่ามีแต่ทำกับเจอ เท่านั้นแหละตลอดเวลาที่เราตื่นมา การปฏิบัติหากว่า เราก่อรูปสร้างนิสัยขึ้นมาจากการที่มาปฏิบัติที่นี่ได้จะเป็นทุนสำหรับการนำไปทำต่อที่บ้าน ที่ทำงาน หรือถึงแม้จะไม่ได้อะไรอย่างที่หวังที่นี่ แต่ว่าถ้าไปทำต่อ สิ่งที่คาดหวังเอาไว้ย่อมประสบพบเห็นแน่ เพราะว่าเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลา แต่เวลาจะไม่มีความหมาย จะช้าหรือเร็วก็แล้วแต่ ไม่สำคัญเท่ากับว่าได้ทำต่อเนื่อง ไม่ปล่อยเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์

Dec 18, 202528 min

Ep 132325680918pm--ปัญหาอยู่ตรงไหน ธรรมอยู่ตรงนั้น

18 ก.ย. 68 - ปัญหาอยู่ตรงไหน ธรรมอยู่ตรงนั้น : เวลามีปัญหาในการปฏิบัติธรรม ลองมองดูให้ดี อย่าเพิ่งหงุดหงิด อย่าเพิ่งโวยวาย เราก็จะเห็นธรรมที่เกิดขึ้น​ แต่เราจะเห็นได้ชัด ถ้าเรามีสติ เพราะสติทำให้เห็นธรรม ไม่ใช่เข้าไปเป็นผู้ทุกข์ หรือพูดอีกอย่างหนึ่งคือ เห็นทุกข์ แต่ไม่เป็นผู้ทุกข์ เห็นความเศร้า เห็นความโศก เห็นความโกรธ แต่ไม่เป็นผู้เศร้า ไม่เป็นผู้โกรธ ไม่เป็นผู้โศก แม้กระทั่งเห็นความปวด แต่ไม่เข้าไปเป็นผู้ปวด พอเราเห็นความโกรธ เห็นความโศก เห็นความเศร้า เราก็จะเห็นธรรมชาติของมันว่า เป็นไปตามกฎไตรลักษณ์ และต่อไปก็จะเห็นตัวการที่อยู่เบื้องหลัง ความโกรธ ความโศก ความเศร้า เรียกว่าอุปาทาน อุปาทานคือ ความยึดมั่นถือมั่น ยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นกู เป็นของกู ยึดมั่นในตัวกู ของกู หรือความสำคัญมั่นหมายว่านี่กูนะ ที่มีอยู่ รวม ๆ มี 3 ตัว ก็คือ ตัวกู ของกู แล้วก็นี่กูนะ แต่แค่ 2 ตัว ถ้ารู้ทันก็พอเพียงแล้ว ตัวกู ของกู หรือที่เรียกว่าอหังการ มมังการ ต้องมีสติถึงจะเห็น เห็นทะลุความโกรธ เห็นทะลุความโศก เห็นทะลุความเศร้า ว่ามีตัวการชักใยอยู่เบื้องหลัง ซึ่งบางทีเราก็เรียกว่ากิเลส หรือจะเรียกว่าความหลงก็ได้ หลงคือไม่เข้าใจความจริง ไม่เข้าใจว่ามันไม่เที่ยง ไม่เข้าใจว่ามันเป็นทุกข์ ไม่เข้าใจว่ามันไม่ใช่ตัวตน ก็คือไปหลงยึดว่ามันเที่ยง หลงยึดว่ามันเป็นสุข หลงยึดว่ามันเป็นเรา ของเรา

Dec 17, 202529 min

Ep 132225680917pm--รู้กายเมื่อไหร่ ก็รู้ตัวเมื่อนั้น

17 ก.ย. 68 - รู้กายเมื่อไหร่ ก็รู้ตัวเมื่อนั้น : ใจเรามีความสามารถในการเชื่อมโยงสองสิ่งเข้าด้วยกัน เช่น เชื่อมโยงระหว่างกลิ่นกับรสของอาหาร หรือบางทีเสียงอย่างหมา ถ้าได้กินอาหารทุกครั้งที่มีเสียงกระดิ่ง พอมีเสียงกระดิ่งดัง มันก็จะน้ำลายไหล ทั้งที่ไม่มีอาหารมารออยู่ข้างหน้า เพราะพอได้ยินเสียงกระดิ่ง มันก็นึกถึงอาหารขึ้นมา ก็เลยน้ำลายไหล เพราะว่าอาหารทำให้มันนึกถึงรสชาติที่อร่อย จิตเราก็เหมือนกัน พอเราปฏิบัติบ่อย ๆ จะเกิดความเชื่อมโยงระหว่างการเคลื่อนไหวทางกาย หรือความรู้สึกทางกาย เข้ากับความรู้สึกตัว พอรู้สึกว่ากายเคลื่อนไหวเมื่อไหร่ จะรู้สึกตัวเมื่อนั้นเลย นี่เป็นตัวช่วยทำให้เราสามารถจะมีความรู้สึกตัวในชีวิตประจำวันได้หากเราได้ปฏิบัติเยอะ ๆ ทั้งในรูปแบบและในชีวิตประจำวัน อันนี้เป็นอานิสงส์ที่ต่อไปเราก็จะเห็นชัดขึ้นเรื่อยๆ

Dec 16, 202528 min

Ep 132125680916pm--พบมิตรที่ใจ

16 ก.ย. 68 - พบมิตรที่ใจ : ความสามารถในการยอมรับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น เป็นคุณสมบัติหรือทักษะที่ประเสริฐมาก ที่จะช่วยลดความทุกข์ของเราได้เยอะ แล้วเราจะพบว่าความทุกข์ของเรา โดยเฉพาะความทุกข์ใจ ล้วนแล้วแต่เป็นอาการที่ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ เสียงไม่ได้ทำให้เราทุกข์ แต่ใจที่ปฏิเสธผลักไสต่อเสียงนั้นทำให้เราทุกข์ เช่นเดียวกัน ความฟุ้งไม่ได้ทำให้เราทุกข์ แต่ใจที่ปฏิเสธผลักไสไม่ยอมรับ ทำให้เราทุกข์ ถ้าเราเรียนรู้ รู้แบบรู้ซื่อ ๆ รู้ด้วยใจที่เป็นกลาง เราจะได้เรียนรู้จากความฟุ้ง แทนที่จะมีความทุกข์เกิดขึ้น นี่คือทักษะที่สำคัญ แม้เราจะไม่ได้ความสงบอย่างที่คาดหวัง แต่เราจะได้ของดีอย่างที่เราคิดไม่ถึง

Dec 15, 202529 min

Ep 132025680915pm--รู้ตัวได้ไว ใจก็หายทุกข์

15 ก.ย. 68 - รู้ตัวได้ไว ใจก็หายทุกข์ : ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้ชีวิต การทำการงาน สัมมาสติมีประโยชน์มาก มีประโยชน์ถึงขั้นที่จะพาเราพ้นทุกข์ได้ เพราะช่วยทำให้เกิดปัญญา รู้แจ้งเห็นจริงในสิ่งที่เรียกว่าโลกุตรธรรม และสามารถที่จะทำให้จิต ยกจิตอยู่เหนือความยึดติดถือมั่น ซึ่งเป็นธรรมดาโลกได้ ก็ให้เราเข้าใจว่า สติที่เรากำลังฝึกนี้คืออะไร และจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ถ้าเราปฏิบัติถูก เราก็จะไม่วิตกกังวลกับความคิดที่เกิดขึ้นเยอะ เพราะหน้าที่ของเราก็แค่ดูมันเฉย ๆ ไม่ใช่ไปบังคับให้มันมีน้อยลง จะมีมากหรือน้อยไม่สำคัญ อยู่ที่ว่ารู้ทันหรือเห็นมันแบบรู้ซื่อ ๆ หรือเปล่า อันนี้คือสิ่งสำคัญที่จะช่วยทำให้สัมมาสติของเราเจริญก้าวหน้า

Dec 14, 202528 min

Ep 131925680914pm--ฝึกใจให้แค่รู้

14 ก.ย. 68 - ฝึกใจให้แค่รู้ : ความรู้สึกตัวก็เหมือนกัน ก็อยู่กับเรา แต่เราอาจจะไม่ค่อยสังเกต แต่จะตระหนักรู้หรือสังเกตชัด ก็ต่อเมื่อมีความหลง แล้วกลับมารู้ตัว ที่จริงแล้วความหลงก็เป็นตัวฝึกสติ ให้รู้ทันได้เร็วได้ไว​ เพราะฉะนั้น สิ่งที่จะต้องทำความเข้าใจก็คือว่า การฝึกตนหรือการปฏิบัติธรรม ตอนนี้ไม่ใช่เรื่องของการให้ ใจดีมีเมตตา หรือการกดข่ม การหักห้ามใจ เราทำอย่างนั้นมาเยอะแล้ว เราลองมาฝึกการเห็นการรู้ แต่ก่อนที่จะไปรู้ความคิด รู้อารมณ์ ต้องมารู้กายก่อน รู้กายไม่ใช่เห็นว่ามือกำลังขยับ เท้ากำลังเขยื้อน ไม่ใช่ใช้ตาเนื้อ แต่ใช้ตาใน ก็คือสติ เราจะสังเกตว่า บ่อยครั้งเราเดินเราไม่ค่อยรู้กาย เพราะตอนนั้นใจลอย ยกมือสร้างจังหวะแต่ไม่ค่อยรู้สึกว่ามือยก เพราะว่าใจลอย ใจไปรับรู้เรื่องราวที่เป็นอดีต หรือกำลังครุ่นคิดกับอนาคต ก็เลยไม่รับรู้กาย เดินก็มีแต่กายที่เดิน แต่ว่าไม่รู้สึกว่ากายเดิน จนกว่าจิตจะกลับมารู้เนื้อรู้ตัว หรือกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว พอจิตกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว ก็รู้เนื้อรู้ตัว รู้ว่ามือเคลื่อนไหว เท้าเขยื้อนขยับ ฉะนั้นให้เรามีสติรู้กายไปก่อน ต่อไปก็จะรู้ใจ รู้ทันความคิด รู้ทันอารมณ์ ทั้งหมดนี้ต้องอาศัยการที่เรายอมให้อะไรต่างๆ เกิดขึ้นกับกายและใจโดยที่ไม่ผลักไส ไม่ไปควบคุม เราควบคุมใจมามากแล้ว เราลองมาดูใจและเห็นมันอย่างที่มันเป็น โดยที่ไม่ไปแทรกแซง

Dec 13, 202528 min

Ep 131825680913pm--จิตพัฒนาเพราะรู้จักหาตัวช่วย

13 ก.ย. 68 - จิตพัฒนาเพราะรู้จักหาตัวช่วย : รู้จักหาประโยชน์จากคำต่อว่า ก็เอาคำต่อว่าเป็นตัวช่วย ช่วยเราได้หลายอย่าง มาช่วยฝึกขันติของเราก็ได้ มาช่วยให้เราเห็นความโกรธที่เกิดขึ้นก็ได้ เพราะคนส่วนใหญ่เป็นปุถุชนพอเจอคำต่อว่าก็เกิดความโกรธ แต่ความโกรธเป็นแบบฝึกหัด เป็นโจทย์ให้กับนักปฏิบัติว่าเราจะรับมือได้อย่างไร แล้วที่จริงความโกรธก็สอนให้เราเห็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ได้ด้วย สอนให้เห็นไตรลักษณ์ได้ไม่น้อยไปกว่าความดีใจ ความยินดี หรือความสุข เพราะฉะนั้นนักปฏิบัติต้องรู้จักหาตัวช่วย อย่าไปรอตัวช่วยเวลาอยู่วัด เวลามาเข้าคอร์ส ออกไปข้างนอกก็มีตัวช่วยมีเยอะแยะ แม้กระทั่งคนในบ้านที่เคยทำให้เราหงุดหงิดหัวเสีย จนกระทั่งต้องหนีมาอยู่วัด แต่พอเราเข้าใจธรรมะระดับหนึ่ง มีสติเริ่มจะแก่กล้าขึ้น เราก็กลับไปเพื่อที่จะรับมือกับสิ่งที่กระทบต่าง ๆ โดยรู้จักหาตัวช่วยมาให้กับการเจริญสติเพื่อรู้ทัน พออินทรีย์แก่กล้า สิ่งกระทบนั้นจะเป็นตัวช่วยชั้นดี ช่วยขัดเกลากิเลส ช่วยลดละความยึดติดถือมั่น ทำให้เห็นอุปาทาน เพราะทุกครั้งที่เราโกรธ เป็นเพราะความยึดติดถือมั่นเรียกว่าอุปาทาน อาจจะเป็นยึดติดถือมั่นในทรัพย์สมบัติเรียกว่ากามุปาทาน ยึดติดถือมั่นในความคิดความเห็นของเราว่าความคิดของเราถูกเรียกว่าทิฏฐุปาทาน หรือยึดติดถือมั่นในตัวกูคืออัตตวาทุปาทาน หรือยึดติดถือมั่นในวิธีการว่าต้องแบบนี้ ๆ ยึดติดในรูปแบบ ต้องยกมือแบบนี้เรียกว่าสีลัพพตุปาทาน พวกนี้เวลาตราบใดที่ยังฝังอยู่ในใจ ก็พร้อมจะกระตุ้นทำให้เกิดความโกรธ ทำให้เกิดความไม่พอใจ แล้วถ้าเรารู้จักพิจารณาความโกรธ ความไม่พอใจ แม้กระทั่งความทุกข์ เราจะเห็นอุปาทานที่คอยชักใยซ่อนอยู่เบื้องหลัง สุดท้ายเราก็จะเห็นผู้ร้าย ผู้ร้ายตัวจริง แท้จริงคือตัวชักใยให้เกิดความทุกข์

Dec 12, 202528 min

Ep 131725680912pm--สติจำเป็นต่อชีวิตอย่างไร

12 ก.ย. 68 - สติจำเป็นต่อชีวิตอย่างไร : การที่ใจเราจะหลงไปบ้าง หรือหลงไปบ่อยๆ เพราะเราไม่มีการบังคับจิตไม่ให้อยู่กับที่ แต่เราปล่อยให้มันไป ไปทีไรมันก็หลงทุกที หลงเข้าไปในความคิด หลงเข้าไปในอารมณ์ หลงเข้าไปในอดีต หลงเข้าไปในอนาคต แต่พอเราฝึกสติ เราก็ฝึกวิธีที่จะให้จิตกลับมา กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว ก็รู้สึกตัว กลับมารู้สึกตัวบ่อยๆ สติเราก็จะไวขึ้น ต่อไปเวลามีอะไรมากระทบทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย หรือแม้แต่ทางใจ เกิดอาการสั่นไหวใจกระเพื่อม เกิดอารมณ์ตามมา เช่น ความโศกความเศร้า ความโกรธ เราก็จะรู้ทัน เห็นมันได้เร็ว แล้วเราจะรู้วิธีว่า ทำยังไงถึงจะเห็นโดยไม่เข้าไปเป็น เมื่อเรารู้วิธีที่จะเห็นโดยไม่เข้าไปเป็น เราก็จะพบว่าความสงบเกิดขึ้นได้แม้ไม่บังคับจิต ความสงบเกิดขึ้นกับใจได้แม้เปิดตาเห็นรูป หูได้ยินเสียง เป็นความสงบที่เกิดจากการรู้ ไม่ใช่ความสงบที่ตัดการรับรู้ หรือการปิดตา หรือการปิดโทรศัพท์มือถือ หรือว่าปิดประตูหน้าต่าง ตัดการรับรู้โลกภายนอก ซึ่งทำให้เราสงบได้ชั่วคราว ความสงบที่สำคัญก็คือ สงบแม้จะรับรู้ รับรู้คือรับรู้ทางตา รับรู้ทางหู หรือแม้กระทั่งใจเกิดเผลอคิดนึกอะไรไป หรือเมื่อเกิดอารมณ์ขึ้นมาจากการกระทบ ไม่ว่าจะเพราะมีสิ่งล่อเร้าเย้ายวนให้เกิดความยินดี หรือยั่วยุให้เกิดความโกรธ อารมณ์เหล่านี้ก็ทำให้ใจหวั่นไหวกระเพื่อมไม่ได้เลย เป็นความสงบเพราะรู้ รู้เพราะว่ามีสติ รู้ทันความคิด รู้ทันอารมณ์ เห็นโดยไม่เข้าไปเป็น เป็นความสงบที่เกิดจากความรู้สึกตัว เพราะเราจะรู้สึกตัวได้ เราต้องวาง ต้องวางอดีต วางอนาคต แล้วพอเรารู้สึกตัวได้ การวางก็จะเกิดขึ้นได้ง่าย และไม่ว่าเราจะวางก่อนรู้สึกตัว หรือวางหลังจากรู้สึกตัว สิ่งที่เกิดขึ้นคือความโปร่งความเบา ซึ่งเราก็เรียกอีกอย่างว่าความสงบ

Dec 11, 202532 min

Ep 131625680911pm--ยอมรับความจริงได้ ใจคลายทุกข์

11 ก.ย. 68 - ยอมรับความจริงได้ ใจคลายทุกข์ : บางครั้งความคาดหวังก็ทำร้ายเรา สิ่งที่ทำให้คนเรายอมรับความทุกข์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ ก็เพราะเรามีความคาดหวังที่ตรงข้าม คาดหวังว่าจะอายุยืน คาดหวังจะไม่เจ็บไม่ป่วย พอความจริงสวนทางกับความคาดหวัง ทุกข์เลย และทำให้ยอมรับความจริงไม่ได้ หลายคนไม่ค่อยตระหนัก ความคาดหวังสามารถทำร้ายเราได้ แม้ความคาดหวังจะไม่ได้เกินเลยไปสักเท่าไหร่ แต่ถ้ามันสวนทางกับความจริงแล้ว ก็สามารถทำร้ายเรา แต่คนไม่ค่อยตระหนัก อย่างที่เราสวดทุกเช้ามีประโยคหนึ่ง ปรารถนาสิ่งใดไม่ได้สิ่งนั้น นั่นก็เป็นทุกข์ ไม่ได้นี่ไม่เป็นไร แต่ที่ทำให้ทุกข์เพราะว่าปรารถนาแล้วไม่ได้ การที่เราไม่ได้ ไม่ทำให้เราทุกข์ แต่ตัวที่ทำให้ทุกข์ คือความปรารถนาหรือความคาดหวัง

Dec 10, 202527 min

Ep 131525680910pm--ทุกข์เบาบาง เมื่อวางใจถูก

10 ก.ย. 68 - ทุกข์เบาบาง เมื่อวางใจถูก : เวลามีอะไรร้าย ๆ เกิดขึ้นกับเรา สิ่งสำคัญคือใจ ถ้าเราวางใจให้ดี มันก็จะไม่ซ้ำเติมเพิ่มทุกข์ให้กับตัวเอง หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ ทุกข์มันจะจางคลายลง ถ้าเราวางใจให้ถูก วางใจให้เป็น

Dec 1, 202528 min

Ep 131425680909pm--ฝนสอนธรรม

9 ก.ย. 68 - ฝนสอนธรรม : เราจะตั้งมั่นที่จะเตรียมตัวให้พร้อม เหมือนกับถ้าไม่อยากให้ฝนตกมาเปียก เราก็สร้างบ้าน สร้างอาคาร มุงบังให้แน่นหนา ฝนตกแต่ตัวไม่เปียก ดังอุปมาอุปไมย หมายความว่า ถ้าเรามีเครื่องรักษาใจ อย่าว่าแต่ฝนเลย แม้ว่าเหตุร้ายต่าง ๆ ที่ใคร ๆ ไม่ประสงค์แม้เกิดขึ้น ก็ไม่ทำให้ใจทุกข์ได้ นี้คือความสำคัญหรือเหตุผลที่เราต้องมาฝึกจิตรักษาใจ เพราะว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตนี้ที่ควบคุมไม่ได้เลย และฝนก็เป็นแค่ตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น เพราะฉะนั้น จะว่าไปแล้ว ฝนเขาก็มาสอนธรรมให้กับเรา แทนที่เราจะบ่นว่าฝนตกทำไม ทำไมมาตกเวลานี้ เราก็มาถามตัวเราเองว่า ฝนสอนอะไรเรา ให้แง่คิดอะไรกับเราบ้าง

Nov 30, 202520 min

Ep 131325680908pm--ชีวิตเปลี่ยนเพราะตั้งคำถามถูก

8 ก.ย. 68 - ชีวิตเปลี่ยนเพราะตั้งคำถามถูก : ความทุกข์เกิดจากความคาดหวังของเรา เป็นความคาดหวังที่ไม่สอดคล้องกับความจริง รถติดไม่ใช่ปัญหา ปัญหาอยู่ที่การที่เราตั้งความหวังไม่ตรงกับความจริง นั่นก็หมายความว่า เหตุแห่งทุกข์อยู่ที่ใจเรา ไม่ใช่เพราะรถติด รถติดแต่จิตไม่ตกก็ได้ ถ้าเราวางใจเป็น เช่นเดียวกัน เวลาใครมาส่งเสียงดัง หรือว่าโทรศัพท์มือถือไม่ปิด มีเสียงสัญญาณ มีเสียงเข้ามา เราก็รำคาญ อาจจะนึกในใจว่า ทำไมเขาไม่ปิดโทรศัพท์มือถือ ไม่รู้หรืออย่างไรว่าที่นี่เขาให้ปิดโทรศัพท์มือถือ ถ้าถามแบบนี้ มันทำให้เราหงุดหงิดง่าย แต่ถ้าเราถามใหม่ว่า ทำไมเราต้องหงุดหงิดกับเสียงโทรศัพท์ด้วย พอถามอย่างนี้ ก็ทำให้เรากลับมาดูตัวเองว่า เราหงุดหงิดเพราะอะไร แล้วเราก็จะพบคำตอบว่า เหตุแห่งทุกข์ หรือเหตุแห่งความหงุดหงิดอยู่ที่ใจเรา เพราะว่าถ้าเราวางใจถูก เสียงโทรศัพท์ดัง ใจเราไม่ทุกข์ก็ได้ เพราะมีสติ รู้ทัน เวลาจิตกระเพื่อม เมื่อมีเสียงกระทบหู ฉะนั้น การตั้งคำถามเวลาเจอเหตุการณ์ที่ไม่ถูกใจไม่ว่า รูป รส กลิ่น เสียง ที่มากระทบ หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับชีวิต ถ้าเราตั้งคำถามถูกจะได้ประโยชน์ เป็นคำถามที่ชวนให้กลับมาใคร่ครวญตัวเอง เป็นคำถามที่ชวนให้กลับมาดูแลใจตัวเอง แต่ถ้าเราตั้งคำถามไม่ถูก ก็กลายเป็นการซ้ำเติมเพิ่มทุกข์ให้กับจิตใจ​ ลองถามตัวเองว่า ที่เราทุกข์ทุกวันนี้ เป็นเพราะเราตั้งคำถามผิดหรือเปล่า ไม่ใช่เฉพาะในการดำเนินชีวิต แม้กระทั่งในเวลาทำงานด้วย

Nov 29, 202527 min

Ep 131225680907pm--น้อมใจสู่วิถีธรรม

7 ก.ย. 68 - น้อมใจสู่วิถีธรรม : แม้ปัญหาบางอย่างต้องไปจัดการภายนอกด้วย แต่ก็ทำด้วยใจที่สงบ เรียกว่าทำกิจและทำจิตด้วย วิถีโลกเขาทำกิจอย่างเดียว จัดการกับสิ่งภายนอก ใครไม่ดีก็จัดการเอาออกไป หรือไม่ก็เล่นงาน แต่ว่าในทางวิถีธรรม เมื่อมีความไม่พอใจเกิดขึ้นในใจ เราก็จัดการที่ใจเรา เพราะปัญหาไม่ได้เกิดจากภายนอกย่างเดียว ปัญหาเกิดขึ้นจากใจของเราด้วย วิถีธรรมก็นำไปสู่การแก้ที่ใจ มีความไม่ถูกต้องเกิดขึ้น เห็นมันชัด ๆ แต่ว่าก็ไม่ลืมที่จะมาดูแลใจให้ถูกต้องเสียก่อน เพราะถ้าไม่ดูแลใจให้ถูกต้อง ปล่อยให้ใจไม่ถูกต้อง สิ่งที่ทำไป ก็จะนำไปสู่ปัญหา นี่คือวิถีธรรมที่เราต้องเข้าใจ ต่างจากวิถีโลกมาก แต่บางคน ที่จริงจะว่าไปก็เกิดขึ้นกับหลายคนมาก เวลามาปฏิบัติธรรมมาวัด แต่ว่าใจก็ยังคิดแบบโลก ๆ อยู่ อยากมั่งอยากมี อยากเด่นอยากดัง อยากให้คนชม หรือว่าเวลามีความทุกข์ใจเกิดขึ้น ก็คิดแต่จะจัดการกับสิ่งที่อยู่ภายนอก ไม่ได้มองว่าใจของเราก็เป็นปัญหาที่เราต้องจัดการเหมือนกัน ต้องเข้าใจความแตกต่างให้ดี ระหว่างวิถีโลกกับวิถีธรรม เพื่อที่ว่าเวลาเรามาวัด เราก็จะไม่เอาวิถีโลกมาใช้ในการแก้ปัญหา และมีความพยายามที่จะน้อมใจเข้าสู่วิถีธรรม เพราะนั่นคือสิ่งที่จะช่วยทำให้จิตใจเราเจริญงอกงาม ช่วยให้พบกับความสงบเย็นอย่างแท้จริง

Nov 28, 202528 min

Ep 131125680906pm--ความรูสึกที่ควรมีให้มาก

6 ก.ย. 68 - ความรูสึกที่ควรมีให้มาก : เมื่อใดก็ตามที่เรารู้สึกตัวขึ้นมามันจะวาง เกิดความเบาขึ้นมา คนที่ท้อ คนที่เหนื่อยหน่าย หรือคนที่งัวเงีย อารมณ์พวกนี้จะหายไปเลย แล้วจะทำให้เราไม่ได้เป็นทาสของความรู้สึก ถ้าคนเราเป็นทาสของความรู้สึก โดยเฉพาะเป็นทาสสุขเวทนา ชีวิตก็มีแต่จะผิดศีลผิดธรรมได้ง่าย แต่ถ้าเรารู้สึกตัวเมื่อไหร่ ก็จะมั่นคงอยู่ในศีลมั่นคงอยู่ในธรรม และเจริญก้าวหน้าจนพบธรรมที่ลึกซึ้งมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยเหตุนี้ความรู้สึกตัวจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เรามาฝึกกันที่นี่ หลายคนถามว่าทำไมไม่เน้นเรื่องสมาธิ ไม่เน้นเรื่องความสงบ อันนั้นเป็นผลพลอยได้ สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อมีความรู้สึกตัว แต่ถ้าเอาความสงบเป็นหลักก็อาจจะเกิดความสงบประเภทที่จมอยู่ในความหลงก็ได้ หรือมีสมาธิแต่ไม่มีสติ แต่ถ้ามีสติเมื่อไหร่การเกิดสมาธิก็ไม่ใช่เรื่องยาก และสติเป็นสิ่งที่ช่วยทำให้เกิดความรู้สึกตัว และทำให้ใจนี่พบกับความสงบ ความโปร่ง ความเบาได้ เพราะว่าวางสิ่งที่ทำให้จิตใจว้าวุ่น ฉะนั้นมาเรียนรู้เรื่องความรู้สึกตัว ทำความเข้าใจความรู้สึกตัวให้ดีๆ

Nov 27, 202527 min

Ep 131025680905pm--อย่าให้ความอยากเอาชนะครองใจเรา

5 ก.ย. 68 - อย่าให้ความอยากเอาชนะครองใจเรา : เรื่องนิสัยหรือว่าความอยากเอาชนะ มันเป็นเรื่องที่น่ากลัว ข้อดีมันก็มี แต่เราต้องระวัง เพราะถ้าเราไม่รู้เท่าทันมัน อย่างน้อย ๆ มันก็ทำให้เราเสียเวล่ำเวลาไปกับการเล่นเกม เล่นการพนัน เป็นบ้าเป็นหลังกับการเอาชนะคู่แข่ง คู่ต่อสู้ ความต้องการเอาชนะ ถ้าเรารู้จักควบคุมมันให้พอดี มันก็มีประโยชน์ เจออุปสรรคก็ไม่ยอมแพ้ จะสู้ แต่ถ้าเราควบคุมไม่ดี มันทำให้เกิดอุปสรรคทั้งการปฏิบัติและในความสัมพันธ์กับผู้อื่น มันก็เป็นตัวเดียวกับความต้องการอวดว่า กูเก่ง กูแน่ มีอะไรก็อยากจะอวด อยากจะโชว์ แต่ถ้าเจอคู่แข่ง ก็ต้องการเอาชนะ ยอมไม่ได้ เวลามีการโต้เถียงกันก็ไม่ยอมแพ้ เอาชนะให้ได้ เสร็จแล้วก็ถึงขั้นเลิก พ่อแม่ตัดลูก ผัวกับเมียทะเลาะกัน ก็เลิกรากัน เพราะว่าความต้องการเอาชนะ มันก็นำไปสู่ความบาดหมางกันในที่สุด ฉะนั้น คุมมันให้ดี รู้ทันมันให้ได้ ไม่งั้นมันพาชีวิตจิตใจของเรานี้จมดิ่งไปสู่ความทุกข์เลย

Nov 26, 202528 min

Ep 130925680904pm--เลือกไม่ถูก ชีวิตทุกข์ยาก

4 ก.ย. 68 - เลือกไม่ถูก ชีวิตทุกข์ยาก : คนเราถ้าไม่มีสติ มันก็จะเลือกไปในทางต่ำ หรือเลือกไปข้างความสุขอย่างหยาบๆ ได้ แม้กระทั่งสิ่งที่ทำความทุกข์ให้กับเรา เราก็เลือกที่จะไปจดจ่อมัน ทั้งๆ ที่อีกทางหนึ่งมันให้ความสุขกับเรามากกว่า การที่มีสติสำคัญมาก ช่วยทำให้เราเลือกในสิ่งที่ถูก สิ่งที่เป็นคุณกับเรา ผู้ใฝ่ธรรมจะต้องมีโจทย์ให้ต้องเลือกอยู่เสมอ เรียกว่าทุกวันก็ว่าได้ โดยเฉพาะเมื่อต้องเจอกับความทุกข์ เช่น เจ็บป่วย เจ็บป่วยนี่จะเลือกเอาจมอยู่กับความทุกข์ ทุกขเวทนา เป็นผู้ทุกข์ หรือเลือกที่จะเห็นความทุกข์ ส่วนใหญ่ก็เลือกที่จะเป็นผู้ทุกข์ แทนที่จะเห็นความทุกข์ ถ้าเราเลือกที่จะเห็นความทุกข์ มันก็ทุกข์แต่กาย ใจไม่ทุกข์ แต่พอไปเลือกเป็นผู้ทุกข์ เป็นผู้ป่วย มันป่วยทั้งกายป่วยทั้งใจเลย เพราะฉะนั้นต้องเลือกให้ถูก เลือกไม่ถูกนี่โดนความทุกข์มันกินไปเลย

Nov 25, 202528 min

Ep 130825680903pm--มองตนจนพ้นอำนาจของกิเลส

3 ก.ย. 68 - มองตนจนพ้นอำนาจของกิเลส : ถึงเวลามีสิ่งล่อเร้าเย้ายวน หรือมีสิ่งยั่วยุ เราจะไม่เผลอตกอยู่ในอำนาจของมัน ทำสิ่งที่ต้องเสียใจในภายหลัง หรือทำสิ่งที่ต้องสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น ฉะนั้นการเห็นนี่สำคัญ เห็น รู้ทัน ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อต้องหมั่นมองตนบ่อยๆ มองตนจนเป็นนิสัย จนกระทั่งมันมีเสียงเตือนเวลาใจกระเพื่อม ไม่ใช่ว่าต้องมองจิตอยู่ตลอดเวลา เราอาจจะทำงานทำการต่าง ๆ แต่พอใจมันสั่นไหว ใจมันกระเพื่อม ก็รู้เลย เหมือนกับแมงมุม เวลามีเหยื่อมาติดใยมัน มันรู้เลย เพราะใยมันสะเทือน ไม่ใช่ว่ามันต้องคอยจ้องใย มันไม่จ้องใยนะ มันก็ทำอะไรของมันไปเรื่อย ๆ แต่พอมีเหยื่อมาติดที่ใยของมัน มันจะรู้เอง เพราะมีแรงสั่นสะเทือน ใจเราก็เหมือนกัน ถ้าใจเรามีกิเลส มีอารมณ์เกิดขึ้น มันจะกระเพื่อมขึ้นมาเลย และเราก็จะรู้ ตัวที่ทำให้รู้กระเพื่อมก็คือสตินั่นแหละ เหมือนกับเป็นสัญญาณเตือน ต้องรู้จัก แล้วก็ทำให้สติชนิดนี้เกิดขึ้นในใจเรา

Nov 24, 202528 min

Ep 130725680902pm--รู้ทันเหตุผลของกิเลส

2 ก.ย. 68 - รู้ทันเหตุผลของกิเลส : อย่าลืมว่าพอเมื่อเรามีธรรมะ เมื่อเรารู้ธรรมะเยอะ กิเลสมันก็รู้ธรรมะด้วย คนจบปริญญาเอก กิเลสมันก็จบปริญญาเอกเหมือนกัน เพราะฉะนั้นกิเลสมันก็สามารถจะหลอกพวกปริญญาเอกได้ด้วยเหตุผลที่สวยหรู คนรู้ธรรมะก็เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าเรารู้คนเดียว กิเลสมันก็รู้ด้วย แล้วมันก็จะเอาธรรมะนี้มาหลอกเรา อ้างธรรมะสวยหรู เพื่อที่จะหลอกให้เราทำตาม เพราะฉะนั้นคนมีธรรมะรู้ธรรมะ ไม่ได้เป็นหลักประกันเลยว่าจะรอดพ้นอำนาจของกิเลส หรือบ่วงมารได้ มันต้องมีสติ มันต้องมีปัญญา ต้องมีธรรมะที่เป็นกุศลคอยหน่วงเหนี่ยวจิตใจ หรือทักท้วงความคิด ทักท้วงเหตุผล เพราะไปเชื่อเหตุผลทุกอย่างไม่ได้ คนที่ทำชั่ว มีกิ๊ก มีเมียน้อย พวกนี้มีเหตุผลทั้งนั้นแหละ แต่เหตุผลมันไม่ใช่เหตุผลที่จะพาเราไปสู่ความเจริญงอกงามได้ หรือพาเราไปสู่ทางที่สูง มันมีแต่ฉุดเราไปสู่ทางที่ต่ำ ต้องมีสติรู้ทัน ทักท้วงความคิด ไม่หลงเชื่อมัน นอกเหนือจากการที่รู้จักเฝ้าดูอยู่ห่างๆ อยู่เฉยๆ ดูอารมณ์ที่มันเกิดขึ้น ต้องฝึกเอาไว้นะ ฝึกการดูอารมณ์ที่เกิดขึ้น ดูความคิดที่เกิดขึ้น โดยที่ไม่ไปหลงใหล หลงเชื่อมัน เรียกว่ารู้ซื่อๆ รู้เฉยๆ รวมทั้งรู้ทันความคิด รู้ทันอารมณ์ ไม่ว่ามันจะมีเหตุผลสวยหรูอย่างไร ก็เท่าทันมันเสมอ

Nov 23, 202527 min

Ep 130625680901pm--มองจากมุมของคนอื่นบ้าง

1 ก.ย. 68 - มองจากมุมของคนอื่นบ้าง : การที่คนเรารู้จักมองเหตุการณ์จากมุมของคนอื่นบ้าง มันช่วยได้เยอะ ช่วยบรรเทาความโกรธ ความเกลียด ไม่ว่าเกลียดคนอื่นหรือเกลียดตัวเอง มนุษย์เรามีความสามารถในการที่จะมองจากมุมของคนอื่นได้ แต่บ่อยครั้งพอเราจากมุมของตัว เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง มันก็เลยทำให้เราไม่สามารถจะเข้าใจคนอื่นได้ แล้วพอไม่เข้าใจก็เลยเกิดความโกรธ ความเกลียด บางทีก็ไม่ได้โกรธเกลียดใคร โกรธเกลียดตัวเอง เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่เรารักเขาทำกับเราอย่างนั้น คนเราถ้ามันจมอยู่กับมุมมองความคิดของตัวเอง หรือจมอยู่กับอารมณ์ มันก็ไม่สามารถจะเห็นมุมมองของคนอื่นได้ แล้วพอเราไม่เห็นมุมมองของคนอื่นเราก็ไม่เข้าใจเขา ก็ทำให้เกิดความโกรธความเกลียดขึ้นมา คือความไม่เข้าใจ ที่จริงถ้าหากว่าคนเรามีสติ มันก็จะช่วยทำให้ใจเรามันไม่ถูกครอบด้วยอารมณ์

Nov 22, 202530 min

Ep 130525680831pm--เจออะไรอย่าลืมดูใจตน

31 ส.ค. 68 - เจออะไรอย่าลืมดูใจตน : ธรรมะนี่มันอยู่ตรงนี้ อยู่ที่ว่า เมื่อเราเจออะไรกระทบแล้ว เรารักษาใจของเราได้มากแค่ไหน เราสามารถจะจัดการกับอารมณ์ใฝ่ต่ำได้ดีเพียงใด อย่างที่มาเดียเขาบอก แล้วที่สำคัญคือ เขายังมีความเมตตากับคนที่ทำร้ายเขา ยังกลัวว่าเขาจะไม่มีที่ยืนในสังคม นี่เป็นแบบอย่างที่ดีมาก ที่แม้กระทั่งนักปฏิบัติธรรมก็ต้องเรียนรู้ แล้วก็ฝึกจากเหตุการณ์แบบนี้

Nov 9, 202528 min

Ep 130425680830pm--ถอนใจออกจากความหลงในตัวกู

30 ส.ค. 68 - ถอนใจออกจากความหลงในตัวกู : เบื้องหลังความอยากก็คือ ความสำคัญหมายในตัวกู อยากพูด อยากแสดงความคิดเพื่อให้คนชมว่า กูเก่ง กูเก่ง ในเบื้องหลังความอยาก ที่อยากจะพูด อยากจะแสดงความคิดเห็นก็คือ ตัวกู หรือความสำคัญหมายในตัวกู ความยึดมั่นในตัวกู ซึ่งจะว่าไปก็คือ มานะ ก็เป็นกิเลสชนิดหนึ่ง​ ฉะนั้นการปฏิบัติ เริ่มต้นด้วยการรู้กาย เห็นกาย ต่อไปก็จะเห็นใจ เห็นความคิด ต่อไปก็จะเห็นแรงผลักดันที่อยู่เบื้องหลังความคิดและอารมณ์ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นกิเลส โลภะบ้าง โทสะบ้าง ต่อไปก็จะเห็นลึก ว่าเบื้องหลังโลภะ โทสะ ก็คือความยึดมั่นในตัวกู หรือมานะ ฉะนั้น ถ้าเห็นแบบนี้ มันก็จะเริ่มรู้เท่าทันแล้ว รู้เท่าทันตัวกู หรือความยึดมั่นในตัวกู ไม่ปล่อยให้มันมาครองใจ แต่ก่อนไม่รู้ทัน มันก็เลยมาครองใจ เหมือนกับเราไม่รู้ทัน ไปปรุงแต่งว่ามีผี พอไปเชื่อว่ามีผีเข้า ก็ทำให้นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย ทั้งที่ไม่มีอะไรเลยข้างนอก การปรุงแต่ง การจินตนาการ ก็ทำให้มีผลต่อจิตใจและร่างกายของเราได้ แต่พอเรามีสติรู้ทัน ความปรุงแต่งหายไป จิตใจก็โปร่งโล่ง ให้ปฏิบัติแบบนี้ไปเรื่อย ๆ แล้วเดี๋ยวมันก็จะเห็นเอง จนกระทั่งเห็นความจริงที่ลึกไปกว่านั้น ก็คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

Nov 8, 202527 min

Ep 130325680829pm--อดกลั้นได้ใจงอกงาม

29 ส.ค. 68 - อดกลั้นได้ใจงอกงาม : แต่ว่าการอั้นความคิดอารมณ์กับการอั้นอุจจาระปัสสาวะนี่ มันต่างกันอย่างหนึ่ง ที่สำคัญก็คือว่า เวลาอั้นอุจจาระปัสสาวะมันต้องระบายออกมา ต้องระบายเร็ว ๆ ด้วย แต่ว่าอั้นความคิด อั้นอารมณ์ แม้บางครั้งใหม่ ๆ มันรู้สึกเหมือนอกจะแตกแต่ว่าถ้าเรามีสติเห็นมัน ดูมัน มันก็จะค่อย ๆ คลี่คลายไปได้เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าจะต้องระบายเหมือนกับระบายปัสสาวะอุจจาระในยามที่ต้องอั้นนาน ๆ อุจจาระปัสสาวะนี่มันต้องระบาย แต่ว่าความคิดอารมณ์แม้ในภาวะแรก ๆ รู้สึกว่าต้องอั้น ต้องใช้ความอดกลั้น แต่พอเวลาผ่านไป มันค่อย ๆ หายไป ค่อย ๆ คลี่คลาย ละลายหายไป หรือยิ่งถ้าเกิดว่าเรามีท่าทีที่ถูกต้องกับมัน เราก็ดูมันเฉย ๆ มันจะหายไปเอง อาจจะไม่ต้องระบายเลยก็ได้ แต่คนใหม่ ๆ ก็ต้องระบาย คนที่ไม่ได้ฝึกมาก็ต้องระบาย แต่ถ้าระบายเป็นอาจิณ ไม่รู้จักอดกลั้นเสียบ้าง มันก็มีผลเสียต่อตัวเราเองอย่างที่ว่ามา ฉะนั้นการรู้จักอดกลั้นมันเป็นเรื่องสำคัญมากแต่ต้องอดกลั้นให้ถูก ใหม่ ๆ ก็ต้องใช้ขันติ อดกลั้นเอาไว้ โกรธแล้วไม่พูด เพราะรู้ว่าถ้าพูดไปแล้วมันจะเกิดความเสียหายตามมา อยากจะนินทาว่าร้ายใครแต่ก็ไม่พูด เพราะรู้ว่าถ้านินทาไปแล้ว เดี๋ยวเกิดปัญหาตามมาเมื่ออีกฝ่ายก็ได้ยิน เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกัน เราก็ไม่พูด แน่นอนว่าใหม่ ๆ มันก็ต้องใช้ความอดกลั้นมาก อาจจะรู้สึกเหมือนกับอกจะแตก แต่พอเราทำไปนาน ๆ ไม่ใช่แค่ฝึกขันติอย่างเดียวแต่ว่าเราฝึกสติไปด้วย เราจะเห็นความคิดเห็นอารมณ์ที่มันเกิดขึ้น เห็นแล้วจะเรียกว่าปล่อยหรือวาง มันจะเกิดสิ่งที่หลวงพ่อเรียกว่า มันจะเกิดความราบเรียบขึ้นมา สติเหมือนกับตัวไถให้ราบเรียบ สิ่งที่เคยอัดแน่นอยู่ในใจมันก็ค่อย ๆ คลี่คลายหายไป ก็โปร่งโล่ง และนี่เป็นวิธีที่เราต้องฝึกเหมือนกัน ความรู้จักอดทนรอคอย และอดกลั้นต่อความอยาก ไม่ว่าจะเป็นความอยากชนิดใดก็ตาม อยากรู้อยากเห็น อยากได้คำตอบ อยากเสพ อยากบริโภค อยากพูด อยากบ่น อยากโวยวาย อันนี้มันเป็นเรื่องที่เราต้องฝึก เพราะถ้าหากว่าคนเรามีความคิดอยากจะพูดก็พูด มีความคิดอยากจะโวยวายก็โวยวาย อยากจะได้อะไรก็ไปหาสิ่งนั้นมาสนองความอยาก เราจะไม่มีความเจริญเติบโตงอกงามภายในเลย สุดท้ายเราก็พ่ายแพ้ต่อกิเลสได้ง่าย และคนเราถ้าหากว่าพ่ายแพ้ต่อกิเลสแล้ว มันก็มีแต่ความทุกข์สถานเดียว

Nov 7, 202527 min

Ep 130225680828pm--เปิดลิ้นชักใจให้เป็น

28 ส.ค. 68 - เปิดลิ้นชักใจให้เป็น : คนที่ทำงาน แค่งานเช้า งานบ่ายวันนี้ ก็เยอะอยู่แล้ว ยังต้องไปนึกถึงงานเช้าบ่ายของวันพรุ่งนี้ มีตั้ง 10 ชิ้น ถ้าเรานึกถึงงานทั้ง 10 ชิ้น มันก็เหมือนกับเปิดทั้ง 10 ลิ้นชัก ใจมันห่อเหี่ยวเลย แม้ว่าเราจะมี 40 ลิ้นชัก 40 เรื่องที่ต้องครุ่นคิด แต่ถ้าเราเปิดทีละลิ้นชัก เสร็จลิ้นชักนี้ก็เปิดลิ้นชักนั้น เสร็จลิ้นชักนี้ก็ปิด เปิดลิ้นชักใหม่ อะไร ๆ มันก็จะง่ายขึ้น นี่ก็เป็นเรื่องการฝึกใจให้อยู่กับปัจจุบัน แล้วถ้าเราทำอย่างนี้เป็นนิสัย ถึงเวลานอน นอน ถึงเวลากิน กิน เรื่องอื่นวางไว้ก่อน ถึงเวลาอาบน้ำ ใจราก็อยู่กับการอาบน้ำ ถึงเวลาฟังธรรม ใจก็อยู่กับการฟังธรรม ถึงเวลาสวดมนต์ ใจก็อยู่กับการสวดมนต์ ชีวิตมันจะเป็นระเบียบ แล้วมันจะโปร่งโล่งเบาสบาย การซ้ำเติมเพิ่มทุกข์ให้กับตัวเอง ด้วยการคิดหลาย ๆ เรื่องพร้อมกัน ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เวลาจะคิด ไม่ใช่เวลาจะขบแก้ปัญหา มันก็จะเกิดขึ้นน้อยลง เดี๋ยวนี้เราคิดแต่จะทำบ้านให้เป็นระเบียบ แต่เราไม่สนใจที่จะทำใจเราให้เป็นระเบียบ การฝึกสตินี่มันช่วยทำให้ใจเป็นระเบียบมากขึ้น ยังไม่ต้องพูดถึงการพ้นทุกข์ ยังไม่ต้องพูดถึงการที่เข้าถึงโลกุตรธรรม แค่เรื่องที่เป็นโลกิยธรรมพื้น ๆ เช่น เรื่องงานเรื่องการ เรื่องการใช้ชีวิต ถ้าเรารู้จักทำอะไรทีละอย่าง คิดทีละเรื่อง เปิดทีละลิ้นชัก ชีวิตมันจะเบา มันจะสบายกว่าเดิมมาก บ่อยครั้ง ความวุ่นวาย ความเครียด มันเกิดจากใจของเราเอง ไม่ใช่เพราะเรามีงานเยอะ ไม่ใช่เพราะเรามีภาระมาก แต่เป็นเพราะเราจัดการกับสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่เป็นต่างหาก

Nov 6, 202528 min